posttoday
กับความหมาย ของความสมดุล

กับความหมาย ของความสมดุล

07 ตุลาคม 2558

โดย...ว.แหวน ภาพ : เฮเลเน ชาร์ฟเบค

โดย...ว.แหวน ภาพ : เฮเลเน ชาร์ฟเบค

คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานความสุข โดยเอาความสุขของตัวเองเป็นที่ตั้ง ซึ่งมันก็แน่อยู่แล้ว เรามักจะเลือกทำในสิ่งที่เรามีความสุขทุกครั้งที่มีโอกาสเลือก หรือต่อให้ต้องทำอะไรตามเงื่อนไขที่เราสร้างขึ้นมาเองในนั้น หรือช่วงเวลานั้น ก็ยังคงเป็นไปตามความพึงพอใจของตัวเอง แม้กระทั่งการตัดสินใจหรือการแก้ปัญหา การจัดการย่อมมาจากพื้นฐานความพึงพอใจของตัวเองก่อนเสมอ ส่วนผลที่ออกมาจะพอใจหรือไม่ นั่นขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมอีกหลายเรื่อง ที่ฉันคงไม่กล่าวถึง

คนเราส่วนใหญ่ เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน เราต่างก็ทุ่มเทเพื่อการทำงาน ไม่ว่าจะเพื่อเงิน เพื่อตำแหน่ง เพื่อความท้าทาย เพื่อความสุขส่วนตัว หรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ เวลาส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการทำงาน เผลอๆ บางคนก็แทบหายใจเข้าออกเป็นงาน คือมันอาจจะเพลิน มัน หรือมันหนักจริงๆ จนต้องโกยเวลาเกือบทั้งหมดของชีวิตมาไว้ที่มัน

หลายคนบ่นว่า “เหนื่อย” “เบื่อ” “เครียด” “ยุ่ง” แต่น้อยคนที่จะตัดใจเดินออกมาจากมันได้จริงๆ จะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ฉันเลยสรุปว่า “เอาเข้าจริงๆ เราทิ้งมันไม่ได้หรอก เพราะมันคือชีวิตของเราไปแล้ว” งานคือความเคยชิน คือส่วนหนึ่งของชีวิต จะว่าทั้งรักทั้งเกลียดก็น่าจะใช่ แต่สุดท้ายเราก็ยังเลือกมันอยู่ดี โดยเฉพาะคนที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก ฉันว่าทุกคนยอมรับโดยดีเลยว่า “ความสุขของชีวิตคือการทำงาน” ต่อให้มีคนรัก มีครอบครัว แต่งานน่าจะเป็นสิ่งที่อยู่ติดกับตัวเรามากที่สุด เป็นตัวเรามากที่สุด จัดการได้มากที่สุด มันคือตัวเรา มันอยู่ข้างในตัวเราไปแล้ว

ฉันเห็นเพื่อนหลายคนทุ่มเทให้กับการทำงาน เรียกว่า “ทำงานหนักมาก” และก็ประสบความสำเร็จได้ดีซะด้วย หลายคนเลยมองว่า “ความสำเร็จของชีวิตวัดกันที่งาน” เพราะมันเห็นผลได้ด้วยสายตา ประเมินค่าได้ด้วยฐานะ ตำแหน่ง และหลักทรัพย์ เหมือนคนคนหนึ่งที่กำลังก้าวขึ้นสู่ที่สูง สูงขึ้นไปเรื่อยๆ แต่สิ่งที่ฉันตั้งคำถามต่อมาคือ “แล้วรอบตัวเขาล่ะมีอะไร?” คำชื่นชม สายตาแห่งความยินดี มันมีแน่ แต่เป็นการมองจากความห่างเหิน เพราะเราเดินมาไกลแบบไม่เหลียวหลังแล้ว เราอาจจะได้ยินคำว่า “ดีใจด้วยนะ” แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่ได้มาจับมือกระโดดดีใจไปกับเรา คือดีใจอยู่ห่างๆ

ฉันกลับมองว่า...ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตด้วยการทำตามความสุขของตัวเอง เลือกแสวงหาความสุขของตัวเอง มัวมองหาว่าอะไรเป็นความสุขของเรา? แต่เราเผลอลืมคิดไปว่า...เราเป็นความสุขของใคร? ในขณะที่เราแสวงหาความสุขจากงาน ใครบางคน หรืออะไรบางอย่าง อาจรอคอยที่จะหาความสุขจากเราเหมือนกัน เป็นการรอคอยที่ไม่ได้เรียกร้อง แต่ก็ยังรอคอย เพราะเรา...คือความสุขของเขา เราลืมไปแล้ว!

ถ้าเราลองพักงานไว้ชั่วขณะเพื่อเปลี่ยนคำถามบ้าง จากถามว่า “อะไรคือความสุขของเรา?” เป็น “เราเป็นความสุขของอะไร?” ต้นไม้ก็อาจยิ้มได้อีกครั้ง เมื่อเรามีเวลารดน้ำพรวนดินมัน ครอบครัวมีแต่รอยยิ้มที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าในวันหยุด พ่อแม่สิ้นสุดการรอคอยเมื่อลูกกลับไปเยี่ยมบ้าน หมาที่บ้านกระโดดโลดเต้นดีใจเมื่อเราเล่นกับมัน แมวหลับตาพริ้มเมื่อนอนอยู่บนตักเรา เพื่อนโห่ร้องดีใจเมื่อสังสรรค์ครั้งนี้มีเราโผล่ไปด้วย

“ความสำเร็จของชีวิตคืออะไร?” ฉันว่าไม่ใช่แค่งาน งานให้ความท้าทาย ความภาคภูมิใจในชีวิต แต่ความสำเร็จและความสุข ไม่ควรยืนอยู่บนความโดดเดี่ยว บางคนบอกว่าแค่มีคนรักคนเดียว เดินไปด้วยกัน แค่นั้นก็เพียงพอ สำหรับฉัน...ฉันว่าไม่พอ! โลกนี้มีคนโดดเดี่ยวมากเกินพอแล้ว ถ้าชีวิตสำเร็จจริง ไม่ใช่แค่เรามีความสุขคนเดียวนะ ถ้าทำให้รอบตัวเรามีความสุขกับการมีเราได้ นั่นล่ะ...ฉันถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความสำเร็จที่มาจากความสมดุล...สมดุลทั้งให้ สมดุลทั้งรับ!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท