
โอนิซึกะ ไทเกอร์
ในสมัยก่อนรองเท้าผ้าใบมักจะใส่ได้แค่เพียงตอนไปเดินเที่ยว แต่เมื่อผ่านยุคผ่านสมัยจนถึงปัจจุบัน
โดย...พงศ์ พริบไหว
ในสมัยก่อนรองเท้าผ้าใบมักจะใส่ได้แค่เพียงตอนไปเดินเที่ยว แต่เมื่อผ่านยุคผ่านสมัยจนถึงปัจจุบัน ดูเหมือนเทรนด์ของรองเท้าผ้าใบที่เรียกติดปากกันว่าสนีกเกอร์ จะสามารถเข้ากันได้กับทุกไลฟ์สไตล์นั่นเอง ทำให้การเลือกรองเท้าสนีกเกอร์สักคู่ให้เหมาะกับตัวเองดูจะเป็นเรื่องชวนสนุกไม่น้อย
โดม ปกรณ์ ลัม หนึ่งหนุ่มที่หลงใหลในเรื่องราวของแฟชั่น จนได้ชื่อว่าเป็นสไตล์ไอคอนตัวพ่อก็ว่าได้ และแน่นอนการที่จะเลือกสนีกเกอร์คู่โปรด โดมเองจึงมีวิธีเลือกอย่างพิถีพิถันละเอียดในทุกเรื่องราวที่แฝงอยู่ในรองเท้า เพื่อให้ใส่แล้วสนุกและมีความสุขที่ได้ก้าวเดินไปตามสถานที่ต่างๆ ในวันที่ได้พบเจอกันจึงอดไม่ได้ที่จะขอคำแนะนำจากหนุ่มรูปหล่อถึงวิธีเลือกสนีกเกอร์...
“สำหรับผมเดี๋ยวนี้รองเท้าผ้าใบใส่ได้ทุกโอกาส ถ้าสมัยก่อนผมจะใส่รองเท้าผ้าใบในวันหยุดหรือวันที่เราเล่นคอนเสิร์ตในงานลุยๆ ถ้าเกิดวันไหนที่ต้องไปออกรายการสัมภาษณ์ทีวีก็คงจะยากนิดนึง เพราะคนจะงงว่าใส่รองเท้าผ้าใบมาทำไมเป็นเรื่องของกาลเทศะ ทั้งที่จริงๆ เราอยากใส่ แต่พอมายุคนี้มันเป็นว่าสนีกเกอร์เข้ามามีบทบาทกับเราได้ทุกไลฟ์สไตล์อย่างผู้หญิงยังใส่ชุดแต่งงานกับรองเท้าผ้าใบเลย ผมรู้สึกว่ามันน่ารักดีเนอะ ซึ่งถึงตอนนี้มันเป็นเรื่องของการมองฟังก์ชั่นเป็นหลัก แล้วเดี๋ยวนี้รองเท้าผ้าใบก็แฟชั่นสุดๆ แถมใส่สบายมากด้วยและใช้งานได้จริง
“แล้ววิธีการเลือกใส่ของเราก็ไม่ยากนะ เพราะเดี๋ยวนี้อย่างที่บอกว่ารองเท้าผ้าใบมันมีหลายฟังก์ชั่น แล้วเทรนด์ของรองเท้าผ้าใบมันมาแรงมาก ซึ่งเราสามารถเลือกใส่ได้กับทุกชุดถ้าจะใส่สูทก็ยังใส่ได้ ซึ่งทำให้ตอบได้ยากถึงวิธีการเลือกรองเท้าผ้าใบให้เหมาะเพราะมันกว้างมาก อย่างถ้าเป็นผมเองวิธีง่ายๆ ถ้าวันไหนผมจะไปเดินเล่นหรือไปปั่นจักรยานก็เลือกที่จะใส่แนวสปอร์ตๆ หน่อย ก็เน้นที่มีสีสันเจ็บๆ สนุกๆ ส่วนรองเท้าที่เป็นแฟชั่นเราสามารถเลือกใส่กับชุดที่เป็นทางการได้ ซึ่งผมจะเลือกสีพื้นเป็นหลักอย่างสีขาวและสีดำเพื่อให้เข้ากับเสื้อผ้า”
พอถึงตรงนี้ก็แอบสงสัยไม่ได้ว่าหนุ่มที่มีสไตล์อย่างโดม เขาเองชอบและต้องรสนิยมกับสนีกเกอร์คู่ไหนเป็นพิเศษ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบแบบไม่ลังเลว่า คือ “โอนิซึกะ ไทเกอร์” (Onitsuka Tiger) รองเท้าผ้าใบสัญชาติญี่ปุ่น ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีสตอรี่ที่ชวนให้หลงใหล
“โอนิซึกะ ไทเกอร์ คือ แบรนด์แรกๆ ในชีวิตเลยนะที่ผมอินมากและศึกษาจริงๆ จังๆ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ได้มีโอกาสรู้จักรองเท้าแบรนด์นี้จากเพื่อนนักดนตรีคนญี่ปุ่น เราเห็นแล้วรู้สึกว่าสวยดี ซึ่งตอนนั้นในเมืองไทยไม่มีขาย ก็ต้องอาศัยเวลาเดินทางไปต่างประเทศแล้วซื้อมา ยิ่งพอเราได้ลองใส่เรายิ่งอยากศึกษาเรื่องของรองเท้าแบรนด์นี้เข้าไปอีก เพราะเป็นรองเท้าที่เป็นถึงเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่นในยุคหลังสงคราม ที่ช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบซ้ำของคนญี่ปุ่นจากสงคราม เพราะเจ้าของแบรนด์ตั้งใจที่จะทำรองเท้าโอนิซึกะออกมาเพื่อกระตุ้นให้คนหันมาเล่นกีฬาแทนที่จะจมอยู่กับความเศร้า เรารู้สึกว่าเฮ้ย! มันเป็นแบรนด์ที่มองเรื่องราวละเอียดอ่อนมาก มีหลักคิดที่ดี จนทำให้กลายเป็นจุดกำเนิดที่ยิ่งใหญ่
“จากนั้นมาก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมชื่นชอบโอนิซึกะมาตลอด ซึ่งนอกจากความเป็นมาของรองเท้าแล้ว โอนิซึกะยังเป็นรองเท้าที่มีดีไซน์สวยผสมผสานทั้งความโมเดิร์นและวินเทจไว้ด้วยกัน เราว่ามันเจ๋ง แม้จะทำรุ่นใหม่ๆ ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าแต่ก็ยังคงความมีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์ในแบบเมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งทำออกมาได้แบบที่สวมใส่สบายและยังทนทานและด้วยการเย็บที่เอาเส้นหนังสามเส้นมาไขว้กันมันทำให้รองเท้าไม่เสียทรง คือเราคิดว่าเป็นรองเท้าที่ใส่ใจจริงๆ ซึ่งแค่นั้นสำหรับเราก็พอแล้ว”
ฟังจากเรื่องที่เล่าดูเหมือนหนุ่มหล่อคนนี้จะผูกพันกับ โอนิซึกะ ไทเกอร์ ไม่น้อย เขาเองยอมรับว่ามีรองเท้าของแบรนด์นี้มากกว่า 100 คู่ และใส่มามากกว่า 10 ปี ถือเป็นหนึ่งในไอเท็มที่โดมเองหลงใหล จนกลายเป็นการตามล่าสะสมรุ่นที่ชอบและซีรี่ส์ที่โด่งดัง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็นความผูกพันที่ทำให้รู้สึกสนุกและมีความสุขในเวลาเดียวกัน เป็นสิ่งที่เกิดมาจากรองเท้าสนีกเกอร์ที่ชื่อว่า โอนิซึกะไทเกอร์ ถึงตรงนี้โดมอยากฝากถึงคนที่กำลังตัดสินใจเลือกสนีกเกอร์สักคู่ว่า โอนิซึกะ ไทเกอร์ ก็ถือเป็นรองเท้าที่น่าสนใจ
“หากใครหารองเท้าผ้าใบอยู่ โอนิซึกะ ไทเกอร์ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีครับ หากไม่เคยใส่มาก่อนก็ให้เลือกเริ่มจากรุ่นคลาสสิกเพื่อที่จะให้เข้าใจถึงคาแรกเตอร์ที่แท้จริงของรองเท้า เพราะตัวรองเท้าเองมีวิวัฒนาการมายาวนาน ถ้าเลือกมาเล่นตัวหลังๆ เลยมันจะทำให้เราต่อไม่ติด คือการที่เราจะเลือกอะไรสักอย่างเราควรกลับไปหารากของมันก่อน เพื่อไปเรียนรู้ แล้วรุ่นคลาสสิกถือว่าเหมาะที่สุดจะสีไหนก็แล้วแต่ชอบมีหลายสีมาก และเชื่อว่าแบบวินเทจมันจะสามารถเข้ากับเสื้อผ้าได้หลายแบบด้วย ซึ่งตอนนี้ก็หาซื้อได้ง่ายแล้ว เพราะมีช็อปในบ้านเราเยอะมาก อย่างผมก็ชอบไปเดินที่ช็อปในแฟชั่นไอส์แลนด์ไม่เสี่ยงที่จะได้ของปลอมด้วย (หัวเราะ) อุตส่าห์เสียเงินแล้วอ่ะนะ”
ติดตามข่าวสารของรองเท้าแบรนด์นี้ได้ที่แฟนเพจ
“OnitsukaTigerTH”







