
รัฐคุมประชาชนหรือประชาชนคุมรัฐ?
เฟซบุ๊ก Pipat Luengnaruemitchai
เฟซบุ๊ก Pipat Luengnaruemitchai
ความเชื่อใจ กับความร่วมมือ
ตามหลักทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง สิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองควรสร้างให้เกิดกับประชาชน คือ "ความเชื่อใจ" เพราะถ้าไม่มีความเชื่อใจหรือความไว้ใจ ประชาชนจะตั้งคำถามต่อผู้ปกครองตลอดเวลา มีอคติและปฏิเสธในการให้ "ความร่วมมือ" กลับไปให้รัฐ
โครงสร้างของสถาบันทางเศรษฐกิจ และการเมืองก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อใจ
เชื่อว่ารัฐจะใช้อำนาจอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ไม่ละเมิดสิทธิอันพึงมีพึงได้ เชื่อว่าความยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปตามหลักนิติธรรม การแบ่งปันทรัพยากรจะเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
และความเชื่อใจและความร่วมมือนี่แหละครับ จะสร้างให้เกิดสถาบันทางเศรษฐกิจและการเมืองที่มีคุณภาพ และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
สังเกตว่าเมื่อรัฐบาลไหนก็ตามขึ้นมาใหม่ๆ จะมีระยะ honeymoon period ที่ประชาชนยังคงให้ความเชื่อใจกับรัฐบาลนั้นๆ ทำอะไรผิด
ไม่ถูกใจก็ไม่ว่าอะไรนัก เพราะยังเชื่ออยู่ว่าอะไรๆน่าจะดีขึ้น
คนเชียร์ก็เชียร์ไป คนไม่ชอบก็อยู่เฉยๆ คนเฉยๆก็ไม่ว่าอะไร
ระยะเวลานั้นเป็นระยะเวลาที่รัฐบาลผลักดันนโยบายได้เกิดผลมากสุด
แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง มีการสร้างพฤติกรรมที่ทำลายความเชื่อใจมากขึ้นเรื่อยๆ ความร่วมมือก็เกิดขึ้นยากขึ้น รัฐจะทำอะไรก็จะมีการตั้งคำถามอยู่เสมอ
ความสำเร็จของการทำงานก็จะเกิดขึ้นยากขึ้นเรื่อย เวลาส่วนใหญ่จะต้องเอามาอธิบายทำความเข้าใจ
คนชอบก็เริ่มตีจาก คนไม่ชอบก็ถือโอกาสถล่ม คนเฉยๆก็เริ่มเลือกข้าง
นึกภาพถึง ความเชื่อใจของประชาชนที่หมดไปแบบไม่เหลือ สมัย พรบ สุดซอย นะครับ สังเกตนะครับว่าการทำลายความเชื่อใจของประชาชน มันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนในความนิยมและดุลอำนาจได้ขนาดไหน
สิ่งที่รัฐควรทำในวันนี้คือการสร้างความเชื่อใจ และแสดงความจริงใจกับประชาชน การสื่อสารจึงควรทำอย่างตรงไปตรงมา ผิดก็ยอมรับผิด
ความเชื่อใจมีจำกัดและไม่มีใครอยากโดนหลอกซ้ำๆกันหลายๆที
#อย่าดริ๊ฟ #รัฐคุมประชาชนหรือประชาชนคุมรัฐ?
ที่มา https://www.facebook.com/lpipat/posts/10153522788720700







