posttoday
สิริกร ลิ้มสุวรรณ เกษตรอินทรีย์รุ่นใหม่หัวใจติดดิน

สิริกร ลิ้มสุวรรณ เกษตรอินทรีย์รุ่นใหม่หัวใจติดดิน

05 ตุลาคม 2558

ใครจะคิดว่าหนุ่มอายุแค่ 20 ปลายๆ ทำงานธนาคารและมีโอกาสเจริญก้าวหน้า แต่วันหนึ่งเขาผันตัวเองมาทำเกษตรอินทรีย์

โดย...วิภาคย์ พูนพันธุ์ /แมงโก้หวาน ภาพ : สิริกร ลิ้มสุวรรณ

ใครจะคิดว่าหนุ่มอายุแค่ 20 ปลายๆ ทำงานธนาคารและมีโอกาสเจริญก้าวหน้า แต่วันหนึ่งเขาผันตัวเองมาทำเกษตรอินทรีย์ ใช้ชีวิตในท่ามกลางทุ่งนา สวนผัก สัตว์เลี้ยง แล้วผลิตสินค้าออร์แกนิกจากวัตถุดิบในสวนจำหน่าย “กร-สิริกร ลิ้มสุวรรณ” หนุ่มมาดติดดินจาก จ.กาญจนบุรี ที่มีดีกรีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

จากงานแบงก์มาทำเกษตร

“ตอนเรียนจบผมได้ทำงานธนาคาร แต่ด้วยความรักในธรรมชาติและทำงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำค่ายอาสาตอนอยู่มหาวิทยาลัย จึงผันตัวมาเป็นเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ โดยจุดเปลี่ยนก็มาจากผมชอบตั้งคำถามกับตัวเองว่าอะไรดีที่สุด ที่มองว่าการทำงานประจำมีเงินเดือนดีกับตัวเองอย่างเดียว แต่ทำเกษตรตอบแทนสังคมได้คือธรรมชาติได้”

เหตุผลที่ต้องตอบแทนคุณธรรมชาติ เขาบอกว่าทุกอย่างรอบตัว เช่น ผัก ข้าว อาหารต่างๆ ล้วนมีบุญคุณกับชีวิตมนุษย์ เขาจึงอยากเปลี่ยนวิถีชีวิตของเกษตรกรที่ปลูกพืชโดยใช้สารเคมีมาเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ โดยเริ่มที่ตัวเองก่อน และหวังว่าคนอื่นจะทำตามบ้างไม่มากก็น้อย

สิริกร ลิ้มสุวรรณ เกษตรอินทรีย์รุ่นใหม่หัวใจติดดิน

 

“พอทำเกษตรอินทรีย์ชีวิตเปลี่ยนไปคนละแบบเลย ตอนเป็นพนักงานบริษัทมีสังคมอีกแบบหนึ่ง แต่พอมาเป็นเกษตรกรทำให้มีเครือข่ายมากขึ้น ตรงนี้ทำให้เห็นคุณค่าของหลายๆ อย่าง ปกติชีวิตคนเราดูง่ายไปหมด อยากกินน้ำก็มาในรูปแบบขวด หิวข้าวข้าวก็มาในกล่อง แต่ไม่เคยรู้เรื่องราวว่าข้าวหนึ่งจานที่กินเข้าไป มีเรื่องราวของชาวนาที่ต้องปลูก ต้องเก็บเกี่ยว

ผมว่าชีวิตคนเรามันง่าย แต่ที่หลายคนทำให้ยากเพราะด้วยรูปแบบของสังคมทุนนิยมของไทย ต้องเร่งรีบ แข่งขัน ความสุขที่จะเกิดขึ้นเลยไม่มี เหมือนหนูที่วิ่งอยู่ในวงล้อ วิ่งวนไปมา พอมาทำตรงนี้ทำให้เห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้น เลยคิดจะช่วยผู้อื่นต่อไปด้วย”

แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่น

เมื่อเริ่มต้นที่ตัวเองได้ผลแล้ว เกษตรกรหนุ่มจึงคิดถึงการส่งต่อให้กับผู้คนในสังคม โดยการสร้างศูนย์เกษตรอินทรีย์ของตัวเอง ชื่อว่า  “บ้านรักษ์ดิน” เพื่อเป็นสถานที่ให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ในการทำเกษตรแบบอินทรีย์ตามที่ในหลวงทรงสอน

สิริกร ลิ้มสุวรรณ เกษตรอินทรีย์รุ่นใหม่หัวใจติดดิน

 

“บ้านรักษ์ดินมาจากความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ดิน เลี้ยงดินให้ดี เมื่อดินดีดินจะเลี้ยงพืช ในหลวงทรงสอนให้ดูแลดินให้ดี เมื่อดินอุดมสมบูรณ์ ปลูกอะไรก็ได้กิน เมื่อมีกิน มีแบ่ง มีขาย มันเป็นสังคมสอนให้รู้จักตัวตน พึ่งตนเองให้ได้ แล้วช่วยเหลือผู้อื่น

ผมจึงเริ่มจากการเลี้ยงไส้เดือนจำนวน 6 บ่อ เพราะอยากให้เกษตรกรเปลี่ยนวิธีทำเกษตรเคมี ให้มาเป็นเกษตรอินทรีย์โดยใช้ปุ๋ยจากมูลของไส้เดือนแทนปุ๋ยเคมี หลังจากนั้นทำนาเป็นนาตัวอย่างให้เกษตรกรรายอื่นได้ดู มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ก็มีผู้รู้คอยแนะนำและผ่านมาได้ สุดท้ายได้ข้าวเป็นที่น่าพอใจมาก”

แปรรูปวัตถุดิบเพิ่มมูลค่า

สิริกร กล่าวว่า ปกติทั่วไปข้าวกิโลกรัมละ 18 บาท แต่ถ้าแปรรูปจะได้กิโลกรัมละ 60 บาท หรือตันละ 6 หมื่นบาท ดังนั้นเขาจึงนำข้าวทั้งหมดที่ได้มาแปรรูปเอง เพราะถ้าปลูกแล้วนำไปส่งโรงสีเขาก็มองว่าไม่ต่างอะไรกับนาทั่วๆ ไป เนื่องจากข้าวของเขาปลอดสารพิษมีผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบให้ เห็นราคาสูงอย่างนี้ ใครๆ ก็อยากทำบ้าง

สิริกร ลิ้มสุวรรณ เกษตรอินทรีย์รุ่นใหม่หัวใจติดดิน

“เกษตรกรรุ่นใหม่หลายรายพอได้มาเห็นอย่างนี้ก็อยากที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะอยากพัฒนาผลผลิตของตัวเองให้ได้กำไรมากขึ้น แต่บางคนติดอยู่ที่ว่าได้เก็บเกี่ยวช้า ชาวบ้านทั่วไปจึงยังเปลี่ยนจากการทำเกษตรเคมีมาเป็นเกษตรอินทรีย์ไม่ได้ เพราะต้องการผลผลิตและเงินที่รวดเร็ว”

นอกจากทำบ้านรักษ์ดิน ทำปุ๋ยอินทรีย์จากมูลไส้เดือน ทำนา เกษตรอินทรีย์รุ่นใหม่ผู้นี้ยังทำโรงปลูกผักแบบออร์แกนิกไว้กินเอง เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง และผักกาดขาว พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาเก็บผักไปกินฟรีด้วยตัวเองโดยไม่คิดสตางค์ มีเพียงกล่องบริจาคตามศรัทธาไว้เป็นค่าเมล็ดพันธุ์ได้ปลูกผักให้หลายๆ คนได้กินผักที่สะอาด ปลอดสารพิษต่อไปเรื่อยๆ

“ใครที่ขี้เกียจไปเก็บจะซื้อสินค้า ซึ่งเป็นผลผลิตจากบ้านรักษ์ดินก็ได้ มีมากกว่า 30 รายการ เช่น ข้าวหอมมะลิ (ขัดขาว) ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิแดง ข้าวหอมนิล ถั่วเขียวธรรมชาติ ชาดอกอัญชันอบแห้ง สมุนไพรแก่นฝาง ผงพอกหน้าข้าวหอมมะลิสครับผิวข้าวหอมนิล ผงถั่วเขียวทำความสะอาดผิว แชมพูและครีมนวดผมข้าวหอมนิล น้ำอบเชยกลั่นต้านเบาหวาน เป็นต้น”

สิริกร ลิ้มสุวรรณ เกษตรอินทรีย์รุ่นใหม่หัวใจติดดิน

เห็นได้ว่าสินค้าทุกอย่างเป็นออร์แกนิกทั้งหมด และกรรมวิธีการผลิตก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณภาพสูง เพื่อให้คงคุณค่าสูงสุดสู่มือผู้บริโภค นอกจากนี้ เขายังผลักดันให้เกิดการช่วยเหลือเกษตรกรและเศรษฐกิจท้องถิ่น ภายใต้การทำสัญญาซื้อขายที่เป็นธรรม (Fair Trade) เพื่อเสริมสร้างอาชีพและการจ้างงาน เพื่อความยั่งยืนและความสุขทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

“เป็นเวลา 5 ปีเต็มๆ ที่ผมเปลี่ยนตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เมื่อแหงนมองฟ้าผ่านกิ่งก้านของต้นไม้เขียวๆ เมื่อถอดรองเท้าเหยียบพื้นดินพื้นหญ้าเขียวๆ มักได้ความรู้สึกดีเสมอครับ เชื่อไหมผมทำเกษตรอินทรีย์ ชีวิตผมดีขึ้น มีความสุขขึ้น เพราะมีพอกินและได้แบ่งปัน ใครที่มาบ้านรักษ์ดินอยากกินถ้าไปเก็บเองฟรี ถ้าขี้เกียจเก็บก็ซื้อกลับบ้าน เรามีสินค้าจำหน่าย ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกทั้งสิ้น” 

เป็นอีกตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร อยู่กับธรรมชาติก็มีความสุขได้ ทั้งยังแบ่งปันความสุขให้คนอื่นด้วย ภายในบ้านรักษ์ดินของเขา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท