
ก้าวสู่สังคมเมกเกอร์สเปซ
หากแรงโน้มถ่วงหมุนโลกให้เคลื่อนไหว จินตนาการของเหล่านักประดิษฐ์และนักวิทยาศาสตร์ก็คงไม่ต่างจากแรงโน้มถ่วงแห่งนวัตกรรม
โดย...โยธิน อยู่จงดี
หากแรงโน้มถ่วงหมุนโลกให้เคลื่อนไหว จินตนาการของเหล่านักประดิษฐ์และนักวิทยาศาสตร์ก็คงไม่ต่างจากแรงโน้มถ่วงแห่งนวัตกรรมที่ทำให้สังคมมนุษย์ก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน เคยไหมเมื่อครั้งยังเยาว์วัยเราอยากจะเป็นนักประดิษฐ์สิ่งของสักชิ้นที่เป็นผลงานของเราเอง เคยไหมที่สิ่งของบางอย่างดูขัดหูขัดตา อยากจะเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงในแบบที่คิดว่าดีที่สุดในมุมมองของตัวเอง วันนี้แนวคิดเหล่านั้นจะไม่ถูกทิ้งขว้างและอาจกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลก เมื่อนำมารวมกันที่เมกเกอร์สเปซ
กำเนิดเมกเกอร์สเปซ
คำว่า “เมกเกอร์” ก็คือคนที่ชอบประดิษฐ์สิ่งของใช้ด้วยตัวเอง เป็นกลุ่มที่ชอบการดีไอวาย ทั้งประดิษฐ์ใหม่และนำของเก่ามาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ เมกเกอร์นั้นมีอยู่ทุกที่ ทุกสังคม และทุกประเทศ เพียงแต่พวกเขาไม่ได้เปิดเผยตัวตน หรือรวมกลุ่มให้เป็นที่รู้จัก อย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นเขาก็เป็นอีกหนึ่งประเทศนักประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ล้วนมีความทันสมัย
“จนกระทั่งนักประดิษฐ์ทางฝั่งอเมริกาเริ่มมีการรวมกลุ่มเป็นรูปเป็นร่าง แล้วเรียกตัวเองว่าเมกเกอร์ เพื่อเป็นกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้ในการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ขึ้นมา ในพื้นที่ที่เรียกว่า ‘เมกเกอร์สเปซ’ ทำให้เราได้รู้จักสังคมเมกเกอร์ขึ้นมาเป็นครั้งแรก ซึ่งมีมานานนับสิบปีแล้ว แต่ถ้าพูดในเรื่องเทคโนโลยีแล้ว ทางฝรั่งจะนำฝั่งเอเชียอยู่พอสมควรในเรื่องการเอาเทคโนโลยีมาดัดแปลงใช้ในสิ่งประดิษฐ์” กุลประภา นาวานุเคราะห์ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เล่าที่มาที่ไปของเมกเกอร์สเปซ ในงาน บางกอก เมกเกอร์ สเปซ แฟร์ ซึ่งจัดขึ้น ณ ลานฮาร์ดร็อกคาเฟ่ สยามสแควร์ เมื่อวันที่ 26-27 ก.ย.ที่ผ่านมา
พัฒนาเพื่อต่อยอด
ต้นตระกาล ปินะสา นักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เจ้าของผลงาน หุ่นยนต์หลบหลีกสิ่งกีดขวางฟัซซี่โลจิก (Fuzzy Logic) หนึ่งในผลงานที่น่าสนใจที่สุดชิ้นหนึ่งในงานเมกเกอร์สเปซ เผยถึงแนวคิดในการประดิษฐ์ของเขาว่า
“จุดเริ่มต้นของผมมาจากโปรเจกต์เรียนจบ ผมจึงคิดหุ่นยนต์อัตโนมัติขึ้นมาสักตัว โดยพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสามารถต่อยอดไปใช้ในงานหุ่นยนต์อื่นๆ ผมก็จึงออกแบบอัลกอริทึ่ม โปรแกรมหุ่นยนต์ที่มีความสามารถในการตัดสินใจเลือกเส้นทางที่เหมาะสม ภายใต้สภาวะแวดล้อมต่างๆ ด้วยตัวเอง เพื่อใช้ในการสำรวจอัตโนมัติ
“โดยปกติแล้วหุ่นยนต์ทั่วไปเวลาเคลื่อนที่เมื่อเจอสิ่งกีดขวางมันจะตัดสินใจเลี้ยวซ้ายหรือขวา โดยไม่มีการมองว่าทางซ้ายหรือขวานั้นมีสิ่งกีดขวางหรือไม่ ผลก็คือมันจะเดินอย่างสะเปะสะปะชนโน่นนี่วนไปมาอยู่ตลอด
“แต่หุ่นตัวนี้สามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางรู้จักคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง เป็นการต่อยอดหุ่นยนต์แบบเดิมและพัฒนาไปสู่งานหุ่นยนต์สำรวจ ค้นหา กู้ภัย ในซากตึก ที่หุ่นยนต์กู้ภัยแบบใช้มนุษย์บังคับ หรือพื้นที่สัญญาณควบคุมไม่สามารถเข้าถึง และสิ่งประดิษฐ์ของผมรุ่นต่อไปก็คือ หุ่นหยิบสิ่งของแล้วกลับมาจุดเริ่มต้นอัตโนมัติ และเครื่องโดรนไร้คนควบคุม ปล่อยให้บินเก็บภาพสำรวจพื้นที่แล้วกลับมาจุดเริ่มต้นตามที่เราตั้งเวลาไว้ครับ”
ดัดแปลงจากสิ่งของเหลือใช้
ประเสริฐพล พรมชาติ เจ้าของผลงานจักรยานแนวๆ จากกลุ่มเฟซบุ๊กจักรยานแนวๆ เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจถึงผลงานของเขาว่า “ผมทำงานโรงพยาบาล ทำหน้าที่ซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในโรงพยาบาล จนวันหนึ่งขาเตียงคนไข้หักในสภาพที่ซ่อมไม่ได้ แต่ผมเห็นแล้วเสียดาย ประกอบกับเห็นส่วนโค้งต่างๆ ในโครงสร้าง ก็เลยจินตนาการดูว่าน่าจะเอามาทำเป็นจักรยานได้
ประกอบกับผมเองก็มีความรู้พื้นฐานเรื่องการซ่อมจักรยานจากทางบ้าน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างจักรยานจากวัสดุเหลือใช้ต่างๆ เอามาประกอบเป็นจักรยาน ผมทำทั้งหมด 6 คัน ทำขี่กันเล่นๆ ส่วนตัวบ้างก็เอาไปออกงานอวดเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ขี่จักรยานแนวๆ ด้วยกัน ออกงานต่างๆ รู้สึกภูมิใจที่ได้ประดิษฐ์จักรยานใช้เอง แม้มันจะไม่ได้ดีมาก แต่ก็สามารถขี่ในระยะทาง 100 กม.ต่อวันได้สบายๆ เวลาไปขี่ที่ไหนก็มีคนมาขอถ่ายรูปติดต่อว่าซื้อที่ไหน ผมจึงวางแผนจะเปิดร้านทำจักรยานประดิษฐ์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อดูว่าจะมีคนสนใจจักรยานสั่งทำแนวๆ แบบนี้ไหม”
สิ่งประดิษฐ์สร้างประสบการณ์
สิ่งประดิษฐ์อาจไม่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันเสมอไป บางผลงานแค่สร้างความสุขจากประสบการณ์แปลกใหม่ได้ก็นับว่าเยี่ยมยอดเช่นกัน เกียรติยศ พานิชปรีชา เจ้าของผลงาน บิท บ็อกซ์ (BIT BOX) เล่าถึงผลงานของเขาว่า กล่องใช้เป็นกล่องแสดงวิชวลเอฟเฟกต์ ผสมผสานกับเซ็นเซอร์ มอบประสบการณ์แปลกๆ ใหม่ๆ ด้วยการเอามือสอดเข้าไปใต้กล่องที่ภายในติดเซ็นเซอร์ไว้โดยรอบ แล้วภาพมือเราจะเปลี่ยนเป็นมือสัตว์ต่างๆ มือหุ่นยนต์ หรือมือในรูปแบบอื่นๆ แล้วขยับไปมาตามมือเราจริงๆ ความรู้สึกจะเป็นอย่างไร ผลงานชิ้นนี้น่าจะเป็นผลงานที่สร้างประสบการณ์สนุกแปลกใหม่ให้กับคนเล่นได้ไม่น้อย
นอกจากนี้ เกียรติยศ ยังเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้เห็นงานเมกเกอร์สเปซของอเมริกาด้วยว่า “สังคมชาวอเมริกันคนที่ชอบประดิษฐ์สิ่งของจะแบ่งปันโชว์สิ่งประดิษฐ์ทางเฟซบุ๊ก ยูทูบ หรือเอามาโชว์กันในงานที่เขาจะจัดรวมกลุ่มคนที่ชอบประดิษฐ์สิ่งของเหมือนที่เราจัดงาน เมกเกอร์สเปซที่บ้านเรานี้ละครับ ซึ่งคนที่เป็นนักประดิษฐ์ของอเมริกาเขาจะประดิษฐ์สิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกกับชีวิตประจำวัน อย่างเครื่องรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ เครื่องตัดหญ้าอัตโนมัติ เปลี่ยนเครื่องมือต่างๆ ให้ทำงานอัตโนมัติ ทำเสร็จเขาก็จะภูมิใจผลงานของเขา เหมือนๆ กับคนที่ชอบประดิษฐ์สิ่งของแล้วออกมาเป็นรูปธรรมจับต้องใช้งานจริงได้ คนเหล่านี้จะมีความสุขในการสร้างผลงานใหม่ๆ เหล่านี้ออกมาเสมอ”
เมกเกอร์กับคลาวด์ฟันดิ้ง
กุลประภา แสดงความเห็นเรื่องเมกเกอร์ต่อว่า “สำหรับเมกเกอร์ชาวไทย โดยภาพรวมแล้วไม่แพ้ชาติอื่นๆ ในโลก เพราะเมกเกอร์ในปัจจุบันได้มีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เข้ามาช่วยในงานประดิษฐ์ แต่สิ่งที่แตกต่างคือการมีเอกลักษณ์ วัฒนธรรมที่เราสัมผัสได้ในชิ้นงาน
ถ้ามีการรวมกลุ่มกันเยอะขึ้นเป็นเมกเกอร์สเปซ ก็จะส่งกระแสในเรื่องสังคมของการประดิษฐ์ สิ่งของในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นโดยไม่ต้องรอผู้ผลิตรายใหญ่เข้ามาทำให้ อย่างงานเมกเกอร์ แฟร์ นี้ เราขอไลเซนส์มาจากอเมริกา แต่ของเรามีบูธน้อยกว่าไม่ถึง 100 บูธ ก็เป็นงานมินิเมกเกอร์ แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างเมกเกอร์สเปซ เพื่อเป็นแหล่งรวมคนที่มีความสามารถคนละด้านเข้ามาจอยความรู้ร่วมกัน”
ที่สำคัญที่สุดเมกเกอร์เหล่านี้อาจจะต่อยอดสิ่งประดิษฐ์ให้เป็นสินค้าจริงๆ ผ่านคลาวด์ฟันดิ้ง เพื่อดูว่าสิ่งประดิษฐ์ของเรามีผลตอบรับที่ดีแค่ไหน ด้วยการนำเอาผลงานไปโพสต์ในเว็บ หากมีคนสนใจร่วมเงินลงทุนถึงเป้าที่ตั้งไว้ก็จะมีการผลิตเป็นสินค้าจริงๆ ขึ้นมาต่อยอดจากความสุขเล็กๆ ที่ได้ประดิษฐ์สู่การเป็นเจ้าของกิจการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้อีกด้วย







