posttoday
‘ปุ๋ยสั่งได้’ : ฟื้นดิน-บำรุงพืช นวัตกรรมนักวิจัยนาโนเทค

‘ปุ๋ยสั่งได้’ : ฟื้นดิน-บำรุงพืช นวัตกรรมนักวิจัยนาโนเทค

27 กันยายน 2558

กว่า 150 ล้านไร่ หรือราว 40% คือขนาดของพื้นที่ทำเกษตรกรรมในประเทศไทย

โดย...อาทิตย์ ลมูลปลั่ง ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช.

กว่า 150 ล้านไร่ หรือราว 40% คือขนาดของพื้นที่ทำเกษตรกรรมในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม แม้เกษตรกรจะพยายามเพิ่มผลผลิตด้วยการใช้ปุ๋ยเคมีมากขึ้น แต่ผลผลิตกลับคงตัวหรือลดลง สภาพปัญหาเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยทางการเกษตรของไทยนั้น มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ปี 2555 ประเทศไทยนำเข้าแม่ปุ๋ย และปุ๋ยสูตร มากถึง 5.5 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 8 หมื่นล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าเกษตรกรสูญเงินลงทุนไปกับต้นทุนค่าปุ๋ยมหาศาล

แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว “ปุ๋ยเคมี” มักจะละลายเร็วเกินไป ทำให้พืชดูดซึมธาตุอาหารไม่ทัน เกษตรกรต้องอัดปุ๋ยเพิ่มขึ้นเพื่อเร่งการเจริญเติบโต ส่งผลให้สารเคมีตกค้างในดินเป็นจำนวนมาก เกิดปัญหาดินแข็งเสื่อมสภาพ ไม่สนองต่อการเติบโตของพืชได้อย่างเต็มที่และผลผลิตลดลงในที่สุด

ดร.วิยงค์ กังวานศุภมงคล หัวหน้าห้องปฏิบัติการโครงสร้างนาโนไฮบริดและนาโนคอมพอสิท และทีมวิจัยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ดำเนินโครงการผลิตปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยสูตรผสมเอ็นพีเค (NPK) ชนิดควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหารสำหรับพืชเศรษฐกิจ

ปุ๋ยดังกล่าวเป็นการใช้นาโนเทคโนโลยีพัฒนาสูตรเคลือบปุ๋ยขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยสูตรผสมที่ละลายช้า สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารตามความต้องการของพืช หรือเรียกอีกอย่างว่า “ปุ๋ยสั่งได้” เพื่อนำมาใช้พัฒนาต่อยอดผลิตปุ๋ยที่มีลักษณะพิเศษเพิ่มเติมจากเดิม ให้ตรงตามความต้องการธาตุอาหารแบบเฉพาะเจาะจงกับพืชเศรษฐกิจของไทย

ดร.วิยงค์ อธิบายว่า ภาคการเกษตรของไทยมีปัญหาการใช้ปุ๋ยค่อนข้างมาก โดยปัญหาของปุ๋ยเคมีทั่วไปจะละลายเร็วมาก โดยเฉพาะหากฝนตก น้ำฝนจะชะล้างไนโตรเจนจากหน้าดินไปด้วย ทำให้ต้นพืชดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้ไม่ถึง 50% ทำให้การลงทุนค่าปุ๋ยเป็นต้นทุนหลักของภาคเกษตร

จากปัญหาข้างต้น ทีมวิจัยจึงสำรวจพืชเศรษฐกิจและพัฒนาปุ๋ยควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหารของพืช โดยอาศัยโพลีเมอร์ฐานธรรมชาติดัดแปร ร่วมกับวัสดุนาโน เพื่อมาพัฒนาเป็นสารเคลือบเม็ดปุ๋ยเคมีทั่วไป ให้มีสมบัติปลดปล่อยธาตุอาหารได้ช้าลง

การใช้ปุ๋ยดังกล่าว ในระยะสั้นจะช่วยทำให้เกษตรกรสามารถลดปริมาณการใช้ปุ๋ยและประหยัดต้นทุนการใช้ปุ๋ยลง จากเดิมที่ต้องใส่ปุ๋ยหลายครั้ง เป็นการใส่ปุ๋ยน้อยครั้งหรือเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมี เพราะพืชจะค่อยๆ ได้รับธาตุอาหารทีละน้อย ทำให้มีการสูญเสียธาตุอาหารลดลง

นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าแรงงานหว่านปุ๋ยหลายครั้ง ส่วนในระยะยาวนั้น ช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับดินจากการใช้ปุ๋ยไม่ถูกวิธี และมากเกินความจำเป็น ทำให้เกิดภาวะดินเสื่อม และช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

ปัจจุบันทีมวิจัยสามารถผลิตสูตรปุ๋ยสำหรับใช้ได้แล้ว 2 สูตร คือ สูตร 40-0-0 และสูตร 11-11-11 หรือสูตรเสมอ ซึ่งได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพการควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหารได้ อยู่ที่ระยะเวลา 3 เดือน โดยสูตรดังกล่าวได้พัฒนาขึ้น

รวมถึงยังมีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ ความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของปุ๋ยสั่งได้นี้ให้กับกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือมาแล้วกว่า 2,000 คน โดยมีโรงงานต้นแบบการผลิตปุ๋ยควบคุมการปลดปล่อย ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ เป็นฐานการผลิตและบริการ หากเกษตรกรที่มีความสนใจที่จะรวมกลุ่มกันและรับบริการเคลือบสูตร “ปุ๋ยสั่งได้” ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของตนเอง

สุทัศน์ แสงศักดิ์ อายุ 57 ปี เกษตรกรตำบลศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน หนึ่งในเกษตรกรผู้ผ่านการอบรม กล่าวว่า ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้ คือ ความรู้เรื่องการเคลือบปุ๋ยควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหารด้วยนาโนเทคโนโลยี เพราะไม่เคยได้ทำมาก่อน

นอกจากนี้ สุทัศน์ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ภายหลังจากศูนย์นาโนเทคอธิบายให้ความรู้แล้ว น่าจะนำปุ๋ยดังกล่าวไปใช้กับพืชใน จ.ลำพูนได้ ทั้งนาข้าวและสวนลำไย ซึ่งที่ผ่านมาใช้ปุ๋ยเคมีในการเร่งผลิตลำไยทั้งในและนอกฤดูกาล

นอกจากนี้ เกษตรกรมีความต้องการลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยอยู่แล้ว ปุ๋ยดังกล่าวจึงมีประโยชน์อย่างมาก ที่จะนำไปใช้กับสวนลำไยของสุทัศน์เอง และกลุ่มเกษตรกรจะรวมกลุ่มกันเพื่อสำรวจความต้องการใช้ปุ๋ยในครั้งนี้ และนำไปใช้กับการปลูกพืชเพื่อเปรียบเทียบการลดต้นทุนค่าปุ๋ยต่อไป

“ปกติขายลำไยเหมาสวน 60 กว่าต้นในพื้นที่ 3 ไร่ ได้เงินประมาณ 2.1 แสนบาท/ปี โดยมีต้นทุนประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมน ฯลฯ รวมอยู่ในนี้แล้ว คิดว่าการใช้ปุ๋ยที่พัฒนาขึ้นมานี้ก็อาจจะลดต้นทุนลงได้อีก และเชื่อว่าจะลดการใช้ยาฆ่าแมลงและทำให้ดินฟื้นตัวขึ้นได้” เกษตรกรตำบลศรีบัวบาน ระบุ

องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทีมนักวิจัยพัฒนาขึ้นนี้ คือ เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยบำรุงพืชได้อย่างพอดีและพอเพียง ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ใช้ปุ๋ย คือ สามารถนำไปเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และยังเป็นการยกระดับภาคเกษตรการผลิตได้อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท