posttoday
‘หมอการเงิน’ ผู้รักษาคุณภาพชีวิตคน

‘หมอการเงิน’ ผู้รักษาคุณภาพชีวิตคน

27 กันยายน 2558

หากแพทย์เป็นอาชีพที่รักษาชีวิตของคนไข้ ที่ปรึกษาการลงทุนก็ถือเป็นอาชีพที่รักษาปากท้องของลูกค้า

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

หากแพทย์เป็นอาชีพที่รักษาชีวิตของคนไข้ ที่ปรึกษาการลงทุนก็ถือเป็นอาชีพที่รักษาปากท้องของลูกค้า

“ผมถือว่าอาชีพการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน เป็นหมอรักษาฐานะการเงินของคน ซึ่งเป็นงานที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต” จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจบริการไพรเวทแบงก์ ธนาคารกสิกรไทย

ตำแหน่งของจิรวัฒน์อาจจะดูแปลกต่อคนภายนอก แต่สำหรับธนาคารแล้วตำแหน่งนี้เทียบเท่ารองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ซึ่งสำคัญไม่แพ้หน่วยงานอื่น และเป็นผู้ให้แนวคิดที่เป็นเนื้อหาส่งลงไปใน K-Expert ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาและให้ความรู้ทางการเงินแก่ลูกค้ารายย่อย

ตลอดชีวิตการทำงาน เขาวนเวียนอยู่กับการเป็นไพรเวทแบงก์เกอร์ ซึ่งเป็นงานดูแลสร้างความมั่งคั่งให้กับลูกค้า โดยเป็นที่ปรึกษาการลงทุนและดูแลสินทรัพย์ของลูกค้ารายใหญ่ สร้างเงินต่อเงินให้ โดยนำความรู้ด้านการเงินเข้าไปแนะนำและแลกเปลี่ยนกับลูกค้า

จิรวัฒน์ เรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทบริหารธุรกิจจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มทำงานที่บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร และมอร์แกนสแตนเลย์ เอเชีย รวมทั้งมีโอกาสได้ศึกษาและร่วมงานกับบริษัทด้านการเงินระดับโลกมาโดยตลอด

เพราะทำงานอยู่ในแวดวงการบริหารความมั่งคั่ง จิรวัฒน์ จึงเห็นว่า งานบริหารงานและให้ความรู้ด้านการเงินเป็นงานสำคัญ และจะยิ่งสำคัญมากขึ้นเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศกลับไม่มีอิสรภาพทางการเงิน ยังมีรายได้ที่ไม่แน่ใจว่าจะพอกินพอใช้ในอนาคต จุดประกายให้เขาอยากขยายทักษะทางการเงินที่มีให้กับคนอื่น

“เราอยู่ในโลกของทุนนิยม ทักษะทางการเงินเป็นสิ่งจำเป็นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการจ่ายหนี้ การหาเงินได้และใช้เงินเป็นยังไม่พอ ต้องลงทุนเป็นด้วย เรื่องนี้ควรจะถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ผมเดินสายบรรยายทุกที่ทั้งในองค์กรเอกชนต่างๆ และในมหาวิทยาลัย ก็พบว่าควรจะมีการบรรจุวิชาการลงทุนไว้ในหลักสูตรทุกมหาวิทยาลัย ให้เป็น Life skill อีกด้านหนึ่ง นอกเหนือจากวิชาการด้านวิชาชีพอื่นที่เรียน” จิรวัฒน์ กล่าว

การเห็นความสำคัญของการพออยู่พอกินของคน ทำให้เขานำเอาหลักคิดสอดแทรกไว้ในการจัดทำเนื้อหาของหน่วยงาน K-Expert ซึ่งธนาคารมุ่งหวังให้เป็นหน่วยงานส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้กับประชาชนที่มีรายได้ปานกลางลงมาถึงผู้มีรายได้น้อย

“ผมยินดีที่จะเดินสายไปบรรยายให้ความรู้ทุกที่ เพื่อให้ความรู้และปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้กับประชาชน บางคนลงทุนแล้วเสียหายเพียงครั้งเดียวก็เข็ดและเลิกที่จะลงทุน นำรายได้ฝากไว้กับเงินฝากซึ่งยังไงก็ไม่เพียงพอที่จะรองรับค่าใช้จ่ายและอัตราเงินเฟ้อในอนาคต” เขากล่าว

ตัวอย่างของลูกค้าที่กลัวการลงทุน ก็เพราะเจอวิกฤตตลาดหุ้น ลงทุนในหุ้นและตลาดหุ้นแย่ ซึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่เศรษฐกิจสหรัฐมีปัญหา ทำให้ขาดทุนในตลาดหุ้นไปเยอะ จึงปฏิเสธที่จะลงทุนในตลาดหุ้นอีก

จิรวัฒน์ เปรียบเทียบว่า เหมือนคุณขี่จักรยานแล้วล้ม คุณจะชี้ว่าจักรยานไม่ดี หรือคิดว่าคุณอาจจะขี่ไม่ดีทำให้ล้ม ตลาดหุ้นมีไว้สำหรับลงทุน ไม่ได้ถูกสร้างมาให้มาเก็งกำไรกัน จะลงทุนในหุ้นก็ต้องมีความรู้ด้วย ไม่ใช่ลงทุนตามเขา ใครซื้ออะไรก็แห่ตามเขาไป ทัศนคติต่อการลงทุนต้องปรับเปลี่ยน ซึ่งยอมรับว่า “ไม่ง่าย”

หัวใจของการลงทุนนั้น จิรวัฒน์ เห็นว่า หลักการอยู่ที่การแยกสัดส่วนการลงทุนให้ดี ว่ารายได้ส่วนไหนจะนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนไหนจะออม ส่วนไหนจะนำมาลงทุน ลงทุนอะไร อสังหาริทรัพย์หรือหุ้น การลงทุนแบบผสมผสานจะช่วยให้บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น

บุคคลที่เขานำมาเป็นตัวอย่างและเป็นผู้ทดสอบหลักสูตรทางการเงินของเขาคือลูกๆ

“ผมและภรรยาอยู่ในแวดวงการเงิน แต่เราไม่เคยดูถูกสติปัญญาของเด็ก เราคุยเรื่องยากๆ กันบนโต๊ะอาหารต่อหน้าลูกๆ ให้เขาเรียนรู้ไปด้วย วันหนึ่งลูกชายผมถามเรื่องหนี้กรีซว่าเป็นอย่างไรและจะทำให้เกิดอะไรขึ้น เขากระโดดเข้ามาในวงสนทนา ฟังบ่อยเข้าก็มีความเข้าใจมากขึ้น” จิรวัฒน์ กล่าว

จากการทดลองพูดเรื่องการเงินให้ลูกๆ ฟัง ซึ่งเขาเห็นว่าลูกเป็นตัวแทนของคนทั่วไป

“ผมว่ามันเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเราด้วย ว่าเราจะสามารถพูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ไหม ถ้าลูกเข้าใจเราก็จะพูดเรื่องนี้ให้คนอื่นเข้าใจได้”

ความพยายามที่จะส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้กับคนอื่น ทำให้จิรวัฒน์เดินสายบรรยายให้ความรู้ทางการเงินทุกที่ที่มีโอกาส และรู้สึกดีที่ได้สร้างความสุขให้กับคน หากการสร้างความมั่งคั่ง ทำให้คนมีเงินมีทรัพย์สินมากขึ้นมีชีวิตที่ดีขึ้น

“ผมถือว่างานของผมเป็นการทำงานเพื่อสังคมทางอ้อม ซึ่งเป็นงานที่ทำแล้วมีความอิ่มใจ เคยมีลูกค้าคนหนึ่งเจอผมแล้วเขาเข้ามาขอบคุณ เขาบอกว่า ผมเคยแนะนำให้เขาซื้อทองคำที่ขณะนั้นราคาไม่ไปไหน เขาไปซื้อตามที่แนะนำและได้กำไรเยอะ แค่ลูกค้ามาบอกเท่านี้ผมก็ดีใจแล้ว” เขากล่าว

จิรวัฒน์ กล่าวว่า ทุกคนไม่ว่าจะมีมากหรือมีน้อย ก็สามารถที่จะอยู่ได้ แต่อยู่อย่างไร ถ้าเตรียมตัวล่วงหน้าได้ดีว่าแก่แล้วเราต้องการมีคุณภาพชีวิตอย่างไร ก็ทำงานสะสมทรัพย์ไว้ แต่ควรจะสร้างทัศนคติพอเพียงให้กับชีวิต เพราะถ้าคุณไม่พอก็จะแสวงหาไปเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุด การลงทุนจะต้องอาศัยความเข้าใจ รู้จักความเสี่ยง ไม่โลภ

“ผมว่าการบริหารเงินคือการบริหารชีวิต ถ้าหมอมีความสำคัญในการรักษาชีวิตคนไข้ ที่ปรึกษาการเงินก็เหมือนหมอการเงิน ก็มีความสำคัญในการรักษาคุณภาพชีวิตเช่นกัน” จิรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท