posttoday
"Me time"เทคนิคหาเวลาให้ตัวเอง ทั้งเที่ยวและพักผ่อน

"Me time"เทคนิคหาเวลาให้ตัวเอง ทั้งเที่ยวและพักผ่อน

27 กันยายน 2558

หนึ่งในความสุขของชีวิตคนรุ่นใหม่จำนวนมาก คือ การแพลนทริป แม้จะไม่ได้ไปเที่ยวจริงๆ แต่การวางแผนการเที่ยว

โดย...หนูดี-วนิษา เรซ ภาพ รอยเตอร์ส

หนึ่งในความสุขของชีวิตคนรุ่นใหม่จำนวนมาก คือ การแพลนทริป แม้จะไม่ได้ไปเที่ยวจริงๆ แต่การวางแผนการเที่ยว การจินตนาการว่าจะไปเยือนมุมต่างๆ ของโลก ของเมืองไทย ของประเทศเพื่อนบ้าน คือความสุขที่เกิดขึ้นเรียบง่ายในใจที่เกิดก่อนการขึ้นเครื่องบินหรือขับรถไปที่นั่นจริงๆ เสียอีก

การจัดหาเวลาให้ตัวเองนั้นควรเป็นความสำคัญอันดับต้นๆ ของชีวิตวัยผู้ใหญ่ โดยหากเราทำได้ดี เราก็ไม่ต้องรู้สึกผิดทั้งกับงานและกับคนรอบๆ ตัว สิ่งนี้ถ้าฝึกให้ดีก็เทียบชั้นกับ “งานศิลปะชั้นดี” เลยทีเดียว เพราะเมื่อตัวเรารู้สึก “อิ่ม”​ เราก็ดูแลคนรอบตัวให้รู้สึก “อิ่ม” ได้เช่นเดียวกัน

พูดถึงเรื่องนี้ หนูดีเลยอยากขอเชิญชวนให้ทุกคนมา “ทัศนศึกษาในวัยผู้ใหญ่” อย่างสม่ำเสมอเสมือนหนึ่งตอนเราเป็นนักเรียนกันนะคะ คือ จัดวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นกิจจะลักษณะ คอยเตือนตัวเองให้ไปเรื่อยๆ บางครั้งไม่ต้องไปถึงเมืองนอก เพราะช่วงนั้นงานยุ่งหรืองบยังไม่ถึง (เก็บเงินต่อไป สู้ๆ) แต่เราสามารถขับรถออกไปนอกเมืองใกล้ๆ ได้ บางครั้งหนูดีขับรถออกไปแค่ดูแม่น้ำที่นครปฐม แวะทานอาหารที่สวนสามพราน เยี่ยมฟาร์มปลากัดเล็ก หรือบางเสาร์ขับรถไปดูตลาดต้นไม้ที่ปราจีนบุรี แวะนวดไทยที่โรงพยาบาลอภัยภูเบศร ​แค่นี้หัวที่ยุ่งๆ วุ่นวายจากชีวิตคนเมืองก็สงบและคลายลงมาก วันจันทร์รู้สึกพร้อมทำงานด้วยพลังใหม่ที่ดีๆ

ส่วนทริปเมืองนอก ด้วยทั้งงบประมาณและเวลาอันสูงที่ต้องเสียไป หนูดีจึงวางแผนอย่างระมัดระวัง คิดล่วงหน้านานๆ ศึกษาสภาพภูมิอากาศ ฤดูกาลอย่างดี ไม่ได้ไปกันง่ายๆ ยิ่งเดินทางแบบ “หญิงเดี่ยว” คือเดินทางเที่ยวคนเดียวทั่วโลกด้วยยิ่งต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัย แต่รู้ไหมคะ หนูดีสะสมหนังสือท่องเที่ยวทั่วโลกเยอะมากกก ว่างๆ ก็เอามานั่งอ่านนั่งแพลน มีทริปที่ยังไม่ได้ไปในหัวเยอะมากและค่อยๆ ไปทีละประเทศ เพราะปีๆ หนึ่งเราไปได้เก่งสุดก็สองประเทศเท่านั้น งานยังต้องทำ หนีบ่อยไม่ดี แต่ในหัวสมองนี่หนูดีไม่เคยหยุดแพลน พอทำงานเหนื่อยๆ หัวก็จะเริ่มคิดแล้ว “คอยดูนะ ฤดูใบไม้ร่วงนี้จะบินไปดูใบโมมิจิที่เกียวโต” แค่นี้ก็สุขใจถึงไหนๆ และมักจบแบบหักมุมคือ งานยุ่งบินไปไม่ได้ อ๊ะ แต่ไม่เป็นไร ขับรถไปทานก๋วยเตี๋ยวอยุธยาย้อมใจไปก่อนก็ได้ ไม่มีปัญหา แฮปปี้พอกันค่ะ

เคยไหมคะ ที่เราทำอะไรให้คนอื่นๆ มากมาย ทั้งงาน ทั้งส่วนตัว ดูแลทุกคนในโลกยกเว้นตัวเอง จะจัดบ้านก็ไม่มีเวลา อยากออกกำลังกายก็ไม่เคยทำได้ อยากไปนวดก็เสียดายเวลา อยากไปเดินช็อปปิ้งให้หัวเบาๆ ก็รู้สึกผิด อยากไปนัดทานข้าวกับเพื่อนเก่าก็กลัวสามีบ่น อยากไปดื่มกับเพื่อนก็กลัวทะเลาะกับภรรยา บางครั้งเราทำอะไรต่างๆ มากมายได้สารพัด แต่กลับรู้สึกผิดถ้าจัดเวลานั้นให้กับตัวเอง หรือไม่เคยคิดจัดเวลาให้ตัวเองเลยเพราะไม่เห็นความสำคัญ

นอกจากการหาโอกาสแพลนการเที่ยวเสมอๆ แล้ว หนูดีอยากขอชวนให้ทุกคน “นัดกับตัวเอง” เสมือนหนึ่งเป็นนัดหมายลูกค้าคนสำคัญ หรือนัดหมายกับอาจารย์ที่ปรึกษา เพราะตัวเราเองนั้นจะว่าไปแล้วสำคัญมากๆ นะคะ ถ้าวันไหนเราหมดแรง หมดไฟ คนอื่นก็ลำบากกันหมด เพราะเราจะไม่มีแรง หรือหงุดหงิดโดยไร้เหตุผล รำคาญคนรอบตัวโดยเขาก็ไม่ทราบสาเหตุ ทั้งหมดนี้อาจจะมาจากความเครียดลึกๆ ที่มาจากเราไม่รู้จักวิธีจัดสรรมันให้เรียบร้อยด้วยการให้เวลาตัวเองผ่อนคลายอย่างเต็มที่

มา “จัดเวลาให้ตัวเอง” กันเถอะค่ะ เลือกเอาว่าเราชอบอะไร จะเป็นไปทานอาหารตัวคนเดียว ไปดูหนังคนเดียว ไปเดินเลือกอุปกรณ์กล้องตัวใหม่ที่ห้าง ไปนวดสปา ฯลฯ ​แล้วจัดเวลาแบบนี้สม่ำเสมอ สัปดาห์ละครั้งสองครั้ง ทำก่อนที่จะสาย พักผ่อนก่อนที่สติจะขาดผึง อย่ารอให้ทุกข์หรือเครียดจนอยากหนีไปให้พ้นๆ เพราะตอนนั้นก็สายเกินไปเสียแล้ว ความเครียดก็เหมือนการดูแลสุขภาพไม่ให้เป็นหวัดนั่นละค่ะ ดูแลล่วงหน้าเพื่อป้องกัน ดีกว่ามารักษาย้อนหลัง เพราะโอกาสรักษาได้ก็ไม่เต็มร้อยเท่ากันไว้ก่อน

แต่ถ้าจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ เราก็ต้องรู้จักการออมการเก็บเงินและลงทุนให้ดี แต่ก่อนจะมีเงินไปลงทุนได้เราต้องฉลาดออมก่อนเนอะ

ทำไมต้อง “ออมก่อนใช้ทีหลัง” ก็เพราะปรากฏการณ์อันน่าประหลาดใจที่เกิดกับเราบ้าง เกิดกับเพื่อนๆ เราบ้างก็คือ ตอนเงินเดือนหมื่นห้ามีเงินเก็บ แต่พอเงินเดือนห้าหมื่นดันเป็นหนี้

นั่นก็เพราะว่า เราใช้เงินไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุดแล้วที่เหลือก็คือเงินออม แต่ปัญหาของชีวิตคนก็คือ ความอยากของเราไม่มีวันสิ้นสุด ถ้าเรารอให้เราหายอยากได้ของ ได้ไลฟ์สไตล์​ได้การท่องเที่ยว ฯลฯ ​แล้วค่อยเก็บเงิน ต่อให้เกษียณเราก็จะยังไม่มีเงินเก็บ

ดังนั้น ทริกนี้ที่หนูดีอยากแนะนำก็คือ ตัดใจออมไปเลยตั้งแต่ต้นมือ แล้วบอกตัวเองว่า ให้ใช้ได้แต่ที่เหลือจากออม/ลงทุนแล้ว เช่น เงินเดือนสามหมื่น ตัดไปออมเลยห้าพัน แล้วบอกตัวเองว่าฉันมีเงินเดือนแค่สองหมื่นห้า แมนๆ ค่ะ ใช้แค่นั้น อย่ารีบร้อนอัพเกรดไลฟ์สไตล์ตัวเองตอนเงินเดือนขึ้น เพราะไลฟ์สไตล์มันอัพได้ไม่สิ้นสุดเช่นกัน

อีกทริกตอนเงินเดือนขึ้นคือ เอา 50% มาอัพเกรดไลฟ์สไตล์​อีก 50% เอามาออมและลงทุน ถือว่าเป็นเงินโชคดี หนูดีเองใช้เทคนิคนี้เช่นกัน หลังจากทำงานหาเงินได้เองก็เริ่มบินท่องเที่ยวด้วยตั๋วบิซิเนสคลาสทุกที่ที่ไปโดยไม่คำนึงความจำเป็น เพราะเราจ่ายได้ทำไมจะต้องประหยัด เริ่มทำแบบนี้หลายๆ ปีเข้าเริ่มพบว่า บางทริปบินไปแค่สองสามชั่วโมงไม่เห็นจำเป็นเลย ถ้าทริปข้ามทวีปราคาต่างกันหลายหมื่นจนถึงหลักแสน เอามาออมหรือลงทุนจะฉลาดกว่าไหม จนพบว่า เราไม่ต้องรีบอัพเกรดวิถีชีวิตตามรายได้ก็ได้นี่

ใช้ชีวิตติดดินจ่ายน้อยลงเงินเก็บเยอะขึ้น ไม่ต้องโชว์รวยไปเสียทุกเรื่องแล้วทำลายเงินเก็บช่วงเกษียณไปอย่างน่าตกใจจะดีกว่าไหม ยกเว้นทริปไหนอยากบินแพงก็ค่อยจัดเฉพาะกิจเป็นกรณีไป ฝึกตัวเองออมเงินก่อนใช้ ปรับไลฟ์สไตล์ว่าไม่ต้องเว่อร์ ​หนูดีพบว่า เงินเก็บเยอะขึ้นเพียบเลยค่ะ พอเงินเหลือเยอะขึ้นแล้วทำไง เราก็ไปลงทุนอย่างชาญฉลาดต่อ อาจได้เกษียณเร็วกว่าที่คิดขึ้นอีกหลายปีเลยนะคะ เทคนิคเหล่านี้ฝึกบ่อยๆ จะพบว่าเราสมองดีและมีความสุขขึ้นมากมายค่ะ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน