
เมื่อผมจะเป็นพี่
ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผมและภรรยาที่จะมีลูกคนที่สอง
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผมและภรรยาที่จะมีลูกคนที่สอง
แต่เมื่อตั้งใจจะมีให้ได้ เพื่อให้มี “น้อง” เป็นเพื่อนเล่น ก็ต้องพยายามอย่างถึงที่สุดจนเมื่อไปตรวจเช็กจากคุณหมอว่ามีน้องอีกคน ก็โล่งอก และวางแผนขยับขยายครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องการเงินที่ต้องอดออมให้กับค่าเล่าเรียนลูกในอนาคต และภาระการผ่อนต่างๆ
ผมไม่ใช่คนร่ำรวย เป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา เงินที่มีก็มาจากการเก็บออมจากชีวิตการทำงานอย่างเดียว และย้ำกับตัวเองหลายครั้งว่า ชีวิตวัยกลางคนจากนี้คงไม่ใช่เพื่อตัวเองอีกแล้ว แต่เป็นของคน
ใกล้ชิดทั้งหมด
ประสบการณ์มีลูกคนแรกผ่านมาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความกังวล กลัวเขาจะไม่แข็งแรงเป็นนู่นเป็นนี่ ยิ่งคลอดก่อนกำหนดด้วยแล้ว ยิ่งจิตตก
เมื่อภรรยาตั้งครรภ์คนที่สอง หมอคำนวณเสร็จสรรพกำหนดคลอดวันที่ 7 ก.พ. 2559 พร้อมกับเตือนว่า โอกาสคลอดก่อนเกณฑ์มีสูง เพราะคนแรกเคยเป็นมาแล้ว ทำให้ผมกับภรรยายิ่งหัวใจเต้นแรง ต้องคอยระวังหนักขึ้น โดยเฉพาะการทำงาน ช่วงใกล้คลอด 4 เดือนสุดท้าย หมอบอกภรรยาว่า อย่าเดินบ่อย ถ้าจำเป็นต้องเดินก็ต้องหยุดพักบ้าง ไม่งั้นเดี๋ยวมีอาการ “น้ำเดิน”
ก่อนถึงวันคลอดอีก 4 เดือน ในแต่ละวันเราต่างลุ้นอย่าให้เกิดปัญหาเหมือนคนแรก จะลุก นั่งยอง ขับรถขึ้นลูกระนาด ต้องประคับประคองทุกขั้นตอน
ช่วงก่อนนอนภรรยาผมจะหยิบเครื่องฟังหัวใจลูกน้อย ที่ซื้อมาใช้ตอนตั้งครรภ์คนแรก มาแนบที่ท้องฟังเสียงเต้นหัวใจ แต่หลายครั้งฟังไม่ค่อยเจอ ก็ยิ่งกังวลเพราะกลัวจะเป็นอะไรเข้าไปอีก เครื่องมือบางอย่างเหมือนจะดีและทันสมัย แต่ก็สร้างความทุกข์ใจได้เหมือนกัน
เพื่อนๆ ที่มาแสดงความยินดีถามผมอยากได้ชายหรือหญิง บ้างก็ว่าไม่ต้องไปซาวด์ดูเพศก่อนหรอก ไว้มาลุ้นทีเดียวตอนคลอดเลย ก็ได้บอกไปว่า รู้ก่อนแหละดี จะได้เตรียมพร้อมไว้ เป็นผู้หญิงก็ดีอย่าง คงได้ดูแลพ่อแม่ตอนแก่ ส่วนผู้ชายก็ไว้สืบสกุล เลี้ยงดูน่าจะง่าย แต่จะเป็นเพศไหนก็ได้ ขอให้ตอนแก่ ลูกๆ อย่าทิ้งผมแล้วกัน
วันหนึ่งเราบอกเจ้าตัวเล็กไปว่า นี่จะมีน้องแล้วนะ ต่อไปหนูต้องดูแลน้องด้วยนะ เจ้าหนูน้อยที่กำลังจะเป็นพี่ตกปากรับคำ “ครับๆ” ภรรยาผมพยายามสร้างความผูกพันให้เจ้าหนู แนบท้องพูดกับน้องเป็นประจำ แรกๆ ก็เข้าใจดีพี่ทำท่าป้อนข้าว “น้องกินข้าวไหม” “น้องนอนนะ” แต่พออารมณ์หงุดหงิด ร้องไห้ ต้องพยายามให้เขาห่างครรภ์ไว้เพราะกลัวจะเอามือไปตีท้องแม่
ผมไม่รู้เหมือนกันว่า เวลามีลูกสองได้เป็นพี่น้องกันแล้ว จะรักใคร่กลมเกลียวแค่ไหน เห็นหลายครอบครัว พี่น้องขัดแย้งทะเลาะแย่งของ บ้านแตก คิดว่าพ่อแม่ลำเอียง ไม่เท่าเทียมกัน
บางครอบครัวรักใคร่สามัคคี ลูกๆ ทำให้ครอบครัวพ่อแม่มีความสุข แน่ละอยู่ที่การเลี้ยง การเอาใจใส่ แต่ใครจะไปรู้ โลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี มันย่นอายุวัยรุ่นเร็วขึ้นจนดูน่ากลัว ก็เป็นความคาดหวังของพ่อแม่ อยากให้ลูกๆ ไม่ทะเลาะกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พ่อแม่แม้จะไม่มีเงินทองให้มากมาย แต่ก็มีความรักและหัวใจให้ลูกอย่างเต็มกำลัง







