posttoday
อยู่กับหนี้ให้เป็น

อยู่กับหนี้ให้เป็น

26 กันยายน 2558

ในภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซาและส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจประเทศไทยในหลายๆ ด้าน ทั้งการลงทุนการส่งออก

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ขอสินเชื่อรถยนต์อย่างไร ไร้ปัญหารุมเร้า

ในภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซาและส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจประเทศไทยในหลายๆ ด้าน ทั้งการลงทุนการส่งออก และการท่องเที่ยว แม้ว่าภาครัฐจะออกมาตรการหลายอย่างมากระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบ แต่ปัจจัยสำคัญที่คนทำธุรกิจต้องเจอคือความท้าทายในการจัดการสภาพคล่องทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการมองหาเงินทุนสักก้อนเพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจ หรือการซื้อสินทรัพย์เพื่อใช้ในธุรกิจก็ตาม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีความต้องการเป็นเจ้าของรถสักคันไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถมือสอง ทางเลือกหนึ่งที่หลายคนนึกถึง คือ การขอสินเชื่อรถยนต์ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังมีความกังวลอยู่ว่าในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ก็คงระมัดระวังเป็นพิเศษ มีการตรวจสอบสถานะทางการเงินที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

แล้วทำอย่างไรจึงจะได้รับอนุมัติสินเชื่อ และไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาให้ต้องสะสางในอนาคต หากเศรษฐกิจยังชะลอตัวต่อเนื่อง หรือเกิดภาวะจำเป็นฉุกเฉินขึ้นมา

ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในนามของ “กรุงศรีออโต้” มีคำแนะนำ

อันดับแรก ต้องมั่นใจเครดิตด้านการเงินของตัวเอง โดยปกติแล้ว สถาบันการเงินจะตรวจสอบสถานะการเงินกับเครดิตบูโร หรือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อ และบัตรเครดิตที่ได้มาจากทั้งสถาบันการเงินและนันแบงก์ที่เป็นสมาชิกขององค์กรกลางแห่งนี้ เพราะทุกสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรถยนต์ หรือบัตรเครดิต สามารถตรวจสอบสถานะการเงินของผู้ขอสินเชื่อหรือผู้มีบัตรเครดิตได้ทุกคน

หากเราไม่เคยค้างชำระและมีสถานะบัญชีปกติ ก็สบายใจได้ในระดับหนึ่งว่ามีความเป็นไปได้ที่การขอสินเชื่อจะได้รับอนุมัติ อย่างไรก็ตาม หากเคยมีหนี้ค้างชำระไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อชนิดใดก็ตาม อาจจะมีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อก้อนใหม่ หรือบัตรเครดิตใบใหม่จากสถาบันการเงินได้ ดังนั้น การมีวินัยในการชำระหนี้ให้ตรงต่อเวลา และชำระค่างวดหรือค่าบัตรเครดิตให้ครบตามยอดชำระที่กำหนด จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้มีประวัติการเงินที่ใสสะอาดในข้อมูลเครดิตบูโร

อยู่กับหนี้ให้เป็น

 

อันดับสอง คือการประเมินว่ามีความสามารถในการผ่อนชำระได้มากน้อยแค่ไหน ระยะเวลาสั้นยาวเท่าไร ซึ่งก็ต้องเลือกดูสถาบันการเงินที่ให้บริการสินเชื่อยานยนต์ที่ให้เงื่อนไขที่ดีที่สุดที่เหมาะกับรายรับ ค่าใช้จ่ายรายเดือน และภาระหนี้ปัจจุบัน บริษัทสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำมักจะมีข้อเสนอที่ช่วยให้ผู้ขอสินเชื่อรถยนต์ตัดสินใจได้เร็วขึ้น เช่น ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน มีแผนการเลือกผ่อนชำระค่างวดที่ยืดหยุ่น ทั้งจำนวนเงินดาวน์ ค่างวดเช่าซื้อต่อเดือน ระยะเวลาการผ่อนชำระ

นอกจากนั้น บริษัทสินเชื่อรถยนต์บางแห่งยังมีเว็บไซต์ให้เข้าไปศึกษาข้อมูลสินเชื่อ และมีโปรแกรมการคำนวณสินเชื่อที่สามารถกรอกข้อมูลเกี่ยวกับราคารถรุ่นที่เราสนใจซื้อ ค่างวดต่อเดือน จำนวนเงินดาวน์ ระยะเวลาผ่อนชำระ เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการยื่นขอสินเชื่อ

อันดับสาม ที่จะช่วยให้ได้รับอนุมัติสินเชื่อรถยนต์เร็วขึ้น คือการเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อม ประกอบด้วย บัตรประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านฉบับจริงพร้อมสำเนา สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองรายได้ฉบับล่าสุดหรือย้อนหลังไม่เกิน 2 เดือน สำเนาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์/ประจำ/กระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน แผนที่ที่ตั้งของที่อยู่อาศัยและที่ทำงาน ซึ่งถ้าเอกสารพร้อมผู้ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำที่มีระบบตรวจสอบที่ดีก็สามารถอนุมัติสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว

ไพโรจน์ ได้ทิ้งท้ายไว้สำหรับผู้ที่วางแผนจะขอสินเชื่อรถยนต์ว่า การทำประวัติการเงินให้ใสสะอาดเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งต้องเริ่มต้นจากการสร้าง “วินัยทางการเงิน” ด้วยการจัดสรรรายรับและรายจ่ายให้สมดุล จ่ายค่างวดตรงเวลา ไม่มียอดค้างชำระหรือประวัติค้างชำระในข้อมูลเครดิต และที่ขาดไม่ได้ คือการมี “วินัยในการออม” ด้วยการแบ่งรายได้เป็นเงินออม ก่อนที่จะจัดสรรไว้สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยในส่วนเงินออมนั้นจะต้องจัดสรรไว้ 2 ส่วน สำหรับไว้ใช้ในระยะยาว และสำหรับในยามฉุกเฉิน กรณีจำเป็นเร่งด่วน การมีวินัยทางการเงินและการออมจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหารุมเร้าในอนาคต จนสูญเสียความน่าเชื่อถือและเครดิตส่วนบุคคล

อยู่กับหนี้ให้เป็น

 

เหรียญอีกด้านของหนี้

วัยใกล้เกษียณ เป็นวัยที่ผ่านประสบการณ์ลองผิดลองถูกเพียงพอที่จะทำให้รู้ร้อนรู้หนาว และรู้ว่าหนี้นอกจากเป็นโอกาสเพื่อการสร้างความมั่นคง มั่งคั่งในวัยหนุ่มสาวแล้ว อีกด้านหนึ่งของหนี้คือ ความล่มจม หากบริหารหนี้ไม่เป็น

หนี้สิน ก็เหมือนกับเหรียญที่มีสองด้าน การยืมเงินจากผู้อื่นนั้นก็เรื่องหนึ่งแต่การนำเงินไปใช้กับอะไร เรื่องหลังอาจจะดูมีความสำคัญมากกว่า การก่อหนี้จึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ ได้แก่ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ การยืมเงินผู้อื่นมา แน่นอนว่าจะต้องมีระยะเวลาการชำระเงินคืนตามกำหนดพร้อมชำระดอกเบี้ยตามอัตราและระยะเวลาที่กู้ยืมไป เมื่อมีการคิดดอกเบี้ยเช่นนี้แล้ว หลังจากการกู้ยืมเงินมาได้แล้วจึงต้องขยันทำงานให้มากขึ้นอย่างน้อยสองเท่าตัว และยังต้องใช้เงินไปอย่างคุ้มค่าที่สุด ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักหนี้ทั้งสองประเภทกัน

หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเรามักจะนำเงินไปใช้ในสิ่งละอันพันละน้อย คือใช้ไปเรื่อยๆ โดยมากหนี้ชนิดนี้มักจะเกิดจากการรูดใช้บัตรเครดิต การผ่อนชำระค่าสินค้า 0% 10 เดือน หรือการขอสินเชื่ออนุมัติไว กดง่ายของ่าย คือเป็นสินเชื่อที่อนุมัติไวหรืออัตโนมัติรวดเร็วถูกใจผู้ใช้แต่ดอกเบี้ยก็สูงมากเช่นกัน เพราะว่าเป็นช่องทางที่กดได้ง่าย เบิกได้ผ่านตู้เอทีเอ็ม ทำให้คนเรามักใช้สินเชื่อชนิดนี้ไปกับค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยไม่รู้ตัว

เช่น ซื้อสินค้าราคาแพง สินค้าแบรนด์เนม เครื่องใช้ไฟฟ้า ท่องเที่ยว หรือโทรศัพท์มือถือใหม่ ของเหล่านี้สร้างความสุขและความพึงพอใจให้กับคนเราได้ก็จริง แต่ก็ถือว่าเป็นของที่ไม่ได้มีความรีบด่วนในการใช้ และเป็นของที่ควรจะมีเงินเย็นเหลือใช้แล้วนำเงินสดมาซื้อจะดีกว่า เนื่องจากซื้อมาแล้วส่วนใหญ่จะนำมาใช้ด้านความบันเทิงหรือเพื่อการประดับร่างกายโดยไม่ได้ช่วยก่อให้เกิดรายได้โดยตรง อย่างดีก็อาจจะช่วยส่งเสริมบุคลิกทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้คงไม่มีรายการใดถูกจัดว่าเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งหมด อยู่ที่เหตุผลและความจำเป็นของผู้ใช้แต่ละคน

หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้

การกู้ยืมเงินเพื่อการสร้างธุรกิจหรือการศึกษาถูกจัดว่าเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ แต่ก่อนจะสร้างหนี้ควรจะพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ให้แน่ชัด โดยต้องมั่นใจว่ามีความคุ้มค่าที่จะกู้ยืมเงินมาหลังจากการพิจารณาทางเลือกการหาเงินด้วยวิธีอื่นๆ แล้ว จริงอยู่ว่าคนเราไม่ควรจะเป็นหนี้โดยไม่จำเป็น แต่ก็มีบางคนในบางสถานการณ์ที่จำเป็นต้องกู้ยืมเงินลักษณะนี้ การนำเงินไปสนับสนุนการศึกษาเพื่อให้เรียนจบตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย การนำเงินไปสมัครอบรมความสามารถทางวิชาชีพเพิ่มเติม หรือนำเงินไปลงทุนในการสร้างธุรกิจให้เติบโตและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือซื้อเครื่องจักรใหม่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นหนี้ที่ดีเพราะว่าสิ่งที่ตามมาหลังจากการนำเงินไปลงทุนนั้นย้อนกลับมาในด้านของความรู้และวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองขึ้น สามารถผลิตของหรือสินค้าออกมาได้อย่างมีคุณภาพดีขึ้น ได้ปริมาณมากขึ้นและนำรายได้ย้อนกลับมาให้ได้ในที่สุด

อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือการซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรืออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่ดี การชำระค่าอสังหาริมทรัพย์ยังสามารถหักเงินลดหย่อนก่อนการคิดภาษีได้ถ้าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เมื่อระยะเวลาผ่านไปหลายๆ ปี ถ้ามีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ถนน รถไฟฟ้า ผ่านบริเวณใกล้เคียงอสังหาริมทรัพย์นั้น ก็จะมีราคาประเมินที่สูงขึ้นทำให้หากขายต่อก็จะได้กำไรเป็นเงินก้อนโตที่สามารถนำไปลงทุนในธุรกิจได้อีก

ไม่ว่าคุณจะกู้เงินสร้างหนี้สินประเภทใดก็ตาม จะก่อให้เกิดรายได้หรือไม่ ก็ต้องไม่ลืมหลักของการก่อหนี้ โดยคำนึงถึงความสามารถชำระเงินของตนเองเป็นหลัก เพราะมีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ดีอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ แต่ต้องสามารถจ่ายชำระคืนได้ตามกำหนดด้วย สัดส่วนของยอดหนี้ที่กู้มานั้นเมื่อคิดเป็นค่าผ่อนงวดรายเดือนแล้วก็ไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายได้แต่ละเดือน หรือจะดีกว่านั้นถ้าจำกัดวงเงินที่สามารถชำระได้ต่อเดือนไม่เกิน 20% ของเงินเดือน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ชีวิตมีความตึงตัวทางการเงินมากเกินไป เช่น มีรายได้ 3 หมื่นบาท/เดือน ก็ไม่ควรมีค่าผ่อนชำระหนี้สินทุกประเภทรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 6,000 บาท/เดือน เพื่อที่คุณจะได้พอเหลือเงินเก็บออมและค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ บ้างตามสมควร

สำหรับผู้ที่มีนิสัยการก่อหนี้เพื่อความบันเทิงหรือตอบสนองความต้องการส่วนตัวแล้วก็ควรจะปรับเปลี่ยนทัศนคติ โดยจะต้องไม่ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น เพราะหนี้สินที่ยืมมาล้วนต้องชดใช้คืนเจ้าหนี้ ถ้าเลือกได้ควรหาหนทางอื่นๆ ก่อนการก่อหนี้ ลองดูสักครั้งแล้วคุณจะพบว่าการใช้เงินสดซื้อทีวีใหม่หรือซื้อของที่ต้องการให้เป็นรางวัลตัวเองนั้นทำให้มีความสุขมากกว่าการผ่อน 0% 10 เดือนมากนักเพราะคุณจะได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องกังวลถึงภาระหนี้ในแต่ละเดือน

การใช้ชีวิตของคนจำนวนมากในสังคมหรือการดำเนินธุรกิจของบริษัทก็ตาม ล้วนต้องมาเกี่ยวข้องกับระบบกู้ยืมเงินได้ในวันใดวันหนึ่ง การตั้งวางวัตถุประสงค์จึงเป็นด่านแรกที่ต้องกำหนดให้ชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่าจะใช้เงินไปในทางที่เป็นประโยชน์ โดยเป็นหนี้ประเภทที่ก่อให้เกิดรายได้อย่างแท้จริง จึงจะนับว่าเป็นการก่อหนี้อย่างฉลาดโดยคำนึงถึงผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต การตั้งจุดประสงค์จะทำให้เราตระหนักอยู่เสมอว่าเรากู้หนี้ก้อนนี้มาเพื่ออะไรและเตือนตนเองในการจัดการใช้เงินที่ยืมมานั้นให้เป็นไปตามแผนและจุดประสงค์ที่กำหนดไว้

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง