
เปิดใจเฟอร์กี...ฟุตบอลคือชีวิต
ถือเป็นข่าวช็อกวงการลูกหนัง กับการอำลาตำแหน่งเก้าอี้นายใหญ่ “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด หลังเสร็จสิ้นฤดูกาล
ถือเป็นข่าวช็อกวงการลูกหนัง กับการอำลาตำแหน่งเก้าอี้นายใหญ่ “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด หลังเสร็จสิ้นฤดูกาล 2012-2013 ของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (Sir alex Ferguson) ผู้จัดการทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 73 ปี หลังจากส่งไม้ต่อให้ เดวิด มอยส์ อดีตกุนซือเอฟเวอร์ตัน เข้ามากุมบังเหียนในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งเฟอร์กีถึงกับลดบทบาทในวงการฟุตบอล หลังใช้เวลาตัดสินใจอยู่นาน กับการทิ้งสิ่งที่รักที่สุดในชีวิต
ฟุตบอลคือชีวิตและลมหายใจ
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คลุกคลีอยู่กับวงการฟุตบอลมาตลอดชีวิต ยอมรับปรับตัวลำบากในช่วงแรกที่หันหลังให้ฟุตบอล
“ผมปรึกษากับภรรยาเรื่องการวางมือทำทีมหลายครั้งที่เคยคิดเรื่องนี้ แต่ต้องยอมรับว่ายังปรับตัวไม่ได้ จนถึงสิ้นฤดูกาล 2012 หลังจากเลิกคุมทีม ผมก็ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวมากขึ้น แน่นอน มันเป็นอีกบทบาทที่ผมไม่ค่อยได้สัมผัส แต่ผมยังมีบทบาทในแมนฯ ยู ฐานะผู้อำนวยการและทูตของสโมสร รวมถึงบอร์ดของยูฟ่าและยูนิเซฟ ผมยังคงวนเวียนอยู่กับวงการฟุตบอล หากว่างผมจะมาดูเกมที่โอลด์แทรฟ
ฟอร์ดอยู่เสมอๆ มันขาดไม่ได้จริงๆ สำหรับฟุตบอล มันคือชีวิตและจิตใจ”
จริงจังกับทุกสิ่งคือความสำเร็จ
ตลอดเวลาที่คุมทีมแมนฯ ยู 26 ปี เฟอร์กีขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่เนี้ยบในทุกเรื่อง
“ผมไม่เคยกลัวอุปสรรคหรือปัญหา ทุกสิ่งเราต้องข้ามมันให้ได้ เราต้องพยายามชนะทุกเกม การสร้างทีมต้องสร้างและรวมตัวกัน มาจากเยาวชนมันถึงจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ช่วงหลังแมนฯ ยู ลืมนโยบายนี้ หันไปใช้เงินซื้อนักเตะบิ๊กเนมเหมือนบางสโมสร เพื่อเป็นทางลัดสู่ความสำเร็จ”
อารมณ์ศิลปินไม่ส่งผลดี
แฟนบอลหลายคนคงจำได้ เฟอร์กีขึ้นชื่อลือชาเรื่องของฉายา “พลังของไดรเป่าผม” (The Hair-Dryer) รุนแรงขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีม ทุกคนเคยสัมผัสทั้งนั้น
“ผมเป็นคนเปิดเผยและมีอารมณ์ร่วมกับเกมการแข่งขันอยู่เสมอ ถึงแม้บางครั้งอาจดูโมโหรุนแรงไปบ้าง แต่ผมไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ผมมองย้อนกลับไป บางคนผมก็รู้สึกผิดเหมือนกัน แต่มันผ่านไปแล้ว และเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกแย่ทุกครั้งที่ทำสิ่งเหล่านั้น”
เปลี่ยนคำดูถูกเป็นพลังขับเคลื่อน
“คุณไม่มีวันพาทีมคว้าแชมป์อะไรได้ ด้วยฝีเท้าของเด็กๆ พวกนี้” วลีเด็ดยอดฮิตที่ อลัน แฮนเซน หลุดปากพูดออกมาดูถูกทีมชุดยุค 90 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ฤดูกาล 1995-1996) ที่ทำให้คอมเมนเตเตอร์ชื่อดังต้องหน้าแหก เพราะหลังจากนั้นทีมเด็กๆ ชุดนี้ ทั้ง ไรอันกิกส์, นิกกี บัตต์, เดวิด เบคแฮม, แกรี เนวิลล์, ฟิล เนวิลล์ และ พอล สโคลส์ จัดการพาทีมเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ถือเป็นสิ่งที่เฟอร์กีภาคภูมิใจสุดๆ
“ผมยังสนับสนุนและให้คำปรึกษาผู้จัดการทีมทุกคนในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด รวมถึง หลุยส์ ฟาน กัล ด้วย ที่ต้องการใช้นักเตะเยาวชนให้เกิดประโยชน์เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในอนาคต ผมบอกเขาเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ที่เราไม่ประสบความสำเร็จ ฉะนั้นฤดูกาลนี้คุณต้องดีกว่าที่ผ่านมา เพราะคุณรู้ข้อผิดพลาด” เฟอร์กี กล่าว
สุดท้าย เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มั่นใจว่า ฤดูกาล 2015-2016 แมนฯ ยู จะกลับมาคว้าแชมป์ได้แน่ อย่างน้อย 2 รายการ
ต้องพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตำนานอย่างเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พูดไว้จะเป็นจริงหรือไม่?







