
ผลวิจัยล่าสุดเรื่อง โฮโมโฟเบีย
โดย...มิยาโตะ ภาพ เอพี
โดย...มิยาโตะ ภาพ เอพี
หลังจากมีการถกเถียงกันมานับศตวรรษว่า โฮโมเซ็กชวลเป็นโรคชนิดหนึ่งหรือไม่ นับเป็นครั้งแรกที่มีการเชื่อมโยงว่า สิ่งนี้คือโรคชนิดหนึ่งและเมื่อเป็นโรคก็ย่อมสามารถรักษาได้การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Journal of Sexual Medicine ชี้ว่า โฮโมโฟเบีย มีส่วนเชื่อมโยงกับโรคทางระบบประสาท ด้านกลไกการป้องกันตัวเองจากสภาวะจิตใจที่ยังไม่สมบูรณ์และความหวาดวิตก
ผลวิจัยนี้เป็นของมหาวิทยาลัยตอร์ เวร์จาตา แห่งกรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่เข้าไปทำการสำรวจทางจิตของนักศึกษาวัย 18-30 ปี ในมหาวิทยาลัย 551 แห่ง โดยมุ่งวัดระดับความเป็นโฮโมเซ็กชวลในแต่ละราย รวมไปถึงสภาวะทางจิตใจ กลไกการป้องกันตัวเอง (ทางจิต) และสิ่งเกี่ยวข้องอื่นๆ โดยพบว่าคนที่มีระดับความเป็นโฮโมเซ็กชวลสูงมักจะมีบุคลิกภาพคล้ายๆ กัน คือ มีอารมณ์อ่อนไหว ไม่มั่นคง ตอบสนองกับสิ่งเร้าง่าย ไปจนถึงมีอารมณ์รุนแรง แสดงออกอย่างพลุ่งพล่าน
ขณะที่กลไกในการปกป้องตัวเองทางจิตใจ กลับออกมาในรูปแบบของความเครียด เก็บกด และหวาดวิตก ซึ่งเมื่อเทียบกับคนที่มีระดับความเป็นโฮโมเซ็กชวลต่ำแล้วแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
"เป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบว่าโฮโมโฟเบียเชื่อมโยงกับโรคทางจิต เป็นโรคที่อาจรักษาได้" เอมมานูอาเล จันนีนี่ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าว







