
คำถามหน้ากระจก
โดย...นนท์พัฒน์ ภาพ รอยเตอร์ส
โดย...นนท์พัฒน์ ภาพ รอยเตอร์ส
เก้าอี้ไอคอนิกวินเทจตัวไหนที่เธอยังไม่มี คุณไปงานเอ็กซ์โปปีนี้ไหม เธอว่าไวท์ทรัฟเฟิลในเมนูอะไรเด็ดสุด ว่าแต่...งบประมาณนิวแลนด์ของผมสรุปกี่ร้อยล้าน ส่วนหนึ่งของคำถามที่คนเพียงหยิบมือจากสัดส่วนประชากรทั้งหมดจะเอ่ยได้ในช่วงชีวิต
ขณะที่เสียงคำถามอีกเทือกของชนชั้นกลาง งานเสร็จแล้วไปชิลไหนต่อ นี่กะเปลี่ยนโทรศัพท์เป็นไอโฟน 6 เอส หรือโน้ต 5 ขอแอดไลน์ เฟซบุ๊ก และแอคเคาต์ อีเมล อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ยูทูบ พินเทอเรส บลา บลา บลาได้ไหม
แต่คำถามในโลกที่แย่กว่านั้นก็มี เย็นนี้มีอะไรกินไหมเรา เจ้าหนี้นอกระบบจะส่งคนมากระทืบผมไหม ที่นาผืนนี้คงไม่เหลือถึงลูกหลานแล้ว หรือเงินเดือนของเธอชนเดือนพอดีเลยเหรอ
ผมว่ามันเริ่มต้นเมื่อสักสิบห้าปีมาแล้ว นับตั้งแต่เราก้าวสู่ยุคแห่งข้อมูลข่าวสารและการเชื่อมโยง โดยแรกเริ่มตั้งชื่อว่าโลกานุวัฒน์ ก่อนจะปรับมาเป็นคำว่าโลกาภิวัตน์ สารพันข่าวสารความรู้และความบันเทิงขนานไปกับการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นความต้องการอุปโภคบริโภค ไม่ใช่ว่ารุ่นปู่ย่าและรุ่นแม่ไม่มี แต่น้อยกว่ามหาศาล
ในวงสนทนาปกติไม่ว่าจะเป็นระดับองค์กรหรือญาติมิตร นอกจากเรื่องสารทุกข์สุกดิบ ลมฟ้าอากาศ และอาชีพการงานแล้ว หัวข้อของการเชื่อมโยงกลุ่มคนกับสินค้าและบริการมักเกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่ใช่ว่าจะเป็นคำถามแห่งการกระตุ้นเร้า แนะนำ เชิญชวนในทำนองเพิ่มยอดขายโดยตรงแบบไดเรกเซลส์ แต่หากเป็นวิถีปฏิบัติพื้นฐานที่เราถูกกล่อมให้คิด เชื่อ หลงใหลได้ปลื้มในภายหลัง เมื่อกลับบ้านหรือวันรุ่งขึ้น
เราต้องมีอันนี้ไหม เราต้องไปกินสิ่งนี้หรือเปล่า เราต้องดื่มแบบคุณคนนั้น เราต้องซื้อรถคันนี้สินะ เราต้องมีบัตรเครดิต บัตรสมาชิก สารพันบัตรนี้ๆๆ ติดตัวสักหน่อยแล้ว ต้องไปออกกำลังกายที่นี่ ต้องใช้ของนี้ยี่ห้อนั้น ฯลฯ คำถาม คือต้อง...เลยเหรอ
หลังจากเบบี้บูมเมอร์ผ่านมาสู่เจนเอ็กซ์เติบโตเป็นผู้บังคับบัญชาเป็นระดับบริหาร เป็นคนหนุ่มสาวในสังคมปัจจุบัน มีความอดทนและวินัยบางส่วนตกทอดมา แต่ความลื่นไหลปรับตัวง่ายรักสบายสักหน่อยในโลกเสรีทางการค้าและการสื่อสารว่องไวสุดพลัง จึงไม่แปลกที่ชุดไลฟ์สไตล์เบาๆ ชิลๆ ชอบกิน ชอบซื้อ ชอบใช้ไปขยายวงในเจนวายและกลายเป็นตัวตนข้า ความต้องการข้าสมบูรณ์อย่างยิ่งในเจนมี
ที่กล้าอ้างอย่างนั้นเพราะประสบพบเจอประจำ ไม่ว่าชาย หญิง ทอม ดี้ เกย์ ซื้อง่ายขายคล่องทั้งในโลกออนไลน์ โซเชียลมีเดีย หรือในห้างร้าน ตั้งแต่บิ๊กอาย ยาทาเล็บ เครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องประดับ ไปจนถึงรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ จักรยาน ไม่มีวัตถุใดที่ไม่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของฉัน ในอันดับการศึกษาไทยรั้งท้ายในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ขณะที่ยังมีหัวกะทิเป็นเด็กไทยในเวที เคมี คณิตศาสตร์โอลิมปิกกับกีฬา ดนตรีและการประกวดแข่งขันแถวหน้าในหลายรายการ สวนทางยิ่งยวดกับเสียงปรบมือกรี๊ดกร๊าด
นักร้องเกาหลี ดาราซีรี่ส์ พี่คนนั้นน้องคนนี้ รู้รอบทุกเรื่องทุ่มพลังทุ่มเงินทุ่มเทใจให้สิ่งโปรดของฉัน
เมื่อเร็วๆ นี้ผมกลับไปที่มิวเซียมสยามเป็นหนที่ 5 เสน่ห์สำคัญของพิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์ รากเหง้า และที่มาของคนไทย คนเมือง ชาวบ้าน กับวิถีแห่งการดำรงอยู่ทำให้ตระหนักรู้ว่าเราเป็นใคร ปู่ย่าตายายเราเป็นมาอย่างไร เขาอยู่กันอย่างไรมา และทำไมเรายังอยู่ตรงนี้ ก่อนจะตั้งคำถามต่อไปได้อีกว่า แล้วเราควรจะอยู่กันอย่างไรใน พ.ศ.นี้ ฟังเสียงวงสนทนาใกล้ๆ ถามใส่กันหลังทักทายและพูดสารทุกข์
สุกดิบแล้ว
“เธอวางแผนเปลี่ยนงานหรือเลื่อนขั้นที่นี่” “คุณว่าทีมบริหารด้านเศรษฐกิจใหม่จะต้องเร่งจัดการอะไรอีกบ้าง” “จะพัฒนาลูกของเราด้านอารมณ์และจิตใจเป็นอันดับแรก ก่อนจะเคี่ยวเข็ญเรื่องวิชาการดีไหม” และ “หลังจากไปออกกำลังกายจริงจัง ผมเลิกบุหรี่ได้แล้ว คุณล่ะเลิกหรือยัง”
ผมไม่ได้ชี้ถูกผิด ต่ำสูง ขาวดำ หรือตัดสินอะไรก็ตาม เรารบแพ้พม่าก็มี ชนะก็มี เราสอบตกบ้าง สอบผ่านก็เยอะ เราทำงานง่าย ห่วยแตกก็มี งานดีๆ ตั้งใจก็มาก แต่แน่นอนว่าอยากได้เงินเดือนเยอะๆ มีเวลาออกไปชิลร้านกาแฟ ปั่นจักรยาน หรือเข้ายิมและถ่ายรูปสวยๆ ในทริปเก๋ๆ และอีกมากมายหลายวิถีก่อนที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ มีครอบครัวและมีหลักแหล่งเป็นของตัวเอง เรายังมองกันเพียงว่า “โตขึ้นอยากเรียนที่ไหน ทำงานที่ไหน เงินเดือนเท่าไร ขับรถอะไร อยู่คอนโดไหน แต่งงานกับใคร” แทนที่จะเป็น “เราเป็นมาอย่างไร...และจะอยู่ต่อไปอย่างไร” “เดือนนี้มีอะไรห่วยบ้าง...เดือนหน้าจะดีขึ้นได้อย่างไร”
คุณได้เงินเดือนเท่าไรไม่ใช่ประเด็น พอจะมีเวลาว่างสักหนึ่งชั่วโมงต่อวันไหม... มองท้องฟ้า ฟังเสียงฝน ดูใบไม้ไหว หรือนั่งนิ่งๆ ให้ลมพัดโชย
แล้วเริ่มต้นคำถามแรกเลยว่า “กำลังตามหาอะไรอยู่”







