posttoday
อยู่แบบสโลว์ไลฟ์ใกล้กรุง

อยู่แบบสโลว์ไลฟ์ใกล้กรุง

17 กันยายน 2558

เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เคยอ่านเจอข่าวปรากฏการณ์เล็กๆ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งน่าสนใจไม่น้อย

โดย...พงศ์ พริบไหว

เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เคยอ่านเจอข่าวปรากฏการณ์เล็กๆ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งน่าสนใจไม่น้อย  เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนวัยทำงานในกรุงโตเกียวเกิดกระแสนิยมโหยหาธรรมชาติ โดยพวกเขายินดีที่จะจ่ายเงินคอร์สละหลายพันเยนเพื่อเดินทางไปใช้ชีวิตตามวิถีเกษตร ได้ลองปลูกผัก ทำนา เลี้ยงสัตว์ และสัมผัสกับบรรยากาศในชนบท แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวสะท้อนแนวคิดอะไรบางอย่างของสังคมรุ่นใหม่แดนปลาดิบ สังคมที่ทั้งทันสมัยและครบพร้อมด้วยเทคโนโลยี ทว่าก็ยังต้องการพาชีวิตของตัวเองออกห่างจากสิ่งเหล่านั้นเพื่อไปเป็นชาวไร่

ย้อนกลับมายังบ้านเรา แม้ปรากฏการณ์โหยหาธรรมชาติอาจจะยังไม่ชัดเท่าที่ญี่ปุ่น แต่ผู้คนในเมืองไม่น้อยที่กำลังมองหาที่ดินเพื่อสร้างฝัน และตอนนี้มีเจ้าของที่ดินจำนวนมากจัดสรรที่ดินชานเมือง สร้างคอร์สในการทำเกษตรให้กับผู้คนที่ไม่มีเงินพอที่จะซื้อที่ดินเอง เพื่อให้ได้ทดลองลงมือทำการเกษตรในแบบที่ตั้งใจ เรียนรู้ว่าตัวคุณเหมาะกับการเกษตรจริงหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดหาที่ดินลงมือทำการเกษตรจริงจัง ซึ่งราคาของคอร์สส่วนใหญ่จะคิดกันรายวัน บนที่ดินจะมีให้ครบตั้งแต่บ้าน แปลงปลูกผักขนาดเล็กใหญ่ตามแต่เนื้อที่ บริเวณเลี้ยงปศุสัตว์ ห้องเก็บเครื่องมืออุปกรณ์ และ
สระน้ำสำหรับทำการเกษตร เรียกได้ว่ามีครบพร้อมเพาะปลูก

อยู่แบบสโลว์ไลฟ์ใกล้กรุง

อีกไอเดียที่น่าสนใจกว่าการทำเกษตรแบบเช่าที่ดิน คือไอเดียแจ๋วๆ ของเจ้าของที่ดินจัดสรรย่าน จ.นนทบุรี โดย อวยชัย รัตนวงศ์ อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ซึ่งแทนที่จะให้คนเข้ามาทดลองทำการเกษตรก็จัดสรรที่ดินของตัวเอง ซึ่งอยู่ใน อ.ไทรน้อย ในโครงการชัยพงษ์แลนด์ ให้เป็นบ้านสไตล์ชนบทใกล้กรุงเทพฯ เหมาะกับการทำเกษตร ซึ่งมีครบพร้อมแบ่งขายเป็นแปลงๆ สไตล์หมู่บ้านจัดสรร ในราคาที่หากเทียบกับการเช่าคอร์สต่อเดือนเพื่อทำการเกษตรถือว่าถูกกว่ามาก แถมยังได้โฉนดที่ดินเป็นของตัวเองด้วย บ้านในโครงการแรกที่อวยชัยนำเสนอในฟีลสโลว์ไลฟ์ จับต้องได้ที่ 100 ตารางวา ราคาล้านต้นๆ

“ไอเดียนี้ของผมมันเกิดมาจากเมื่อก่อนผมเองก็ทำแต่ที่ดินเปล่าๆ ขายอย่างเดียว แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนบ้านนอก ชอบธรรมชาติ ชอบน้ำ ชอบทำการเกษตร เวลาว่างก็เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ วันหนึ่งผมก็มานั่งคิดว่า ถ้ามีคนที่อยากได้ที่ดินในลักษณะแบบที่ผมอยากได้ คือหลีกหนีความจำเจในเมือง แต่ไม่ไกลเมืองมากนัก มาหาอากาศที่บริสุทธิ์กว่า ไม่มีความวุ่นวาย แต่ก็มีความสะดวกสบาย แล้วมีที่ทำกิจกรรม เช่น ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ บนเนื้อที่เท่านี้เราก็คิดจนไปเจอบ้านน็อกดาวน์ ซึ่งเมื่อนำมาวางบนที่ดินก็ยังพอมีพื้นที่ให้กับสระน้ำ แปลงเกษตรพอปลูกผัก เลี้ยงปลาได้ แม้จะไม่ใหญ่โตแต่ก็สามารถทำในสิ่งที่คนเมืองทำไม่ได้ ซึ่งผมว่ามันให้ความสุขดี

อยู่แบบสโลว์ไลฟ์ใกล้กรุง

ผมก็มาวางพื้นที่ซึ่งมีหน้ากว้าง 10 เมตร ลึก 40 เมตร ในแบบที่คิดถึงคนอยู่ ซึ่งชื่นชอบธรรมชาติอยากทำการเกษตร โดยวางระบบน้ำและไฟฟ้าให้พร้อม มีบ้านไม้ มีสระน้ำในบ่อก็ทำสะพาน แล้วเราก็ปล่อยปลาให้ ปลูกบัวให้ มีพื้นที่เหลือให้ทำการเกษตร แต่อาจจะทำได้ไม่เยอะพอปลูกแบบพอเพียงได้สบาย จากนั้นก็แล้วแต่ว่าคุณจะปลูกอะไร ปลูกพริก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หรือผักสวนครับแบบอินทรีย์ก็สามารถทำได้ ซึ่งตรงนี้หากใครไม่อยากทำการเกษตร แต่แค่อยากจะซื้อไว้พักผ่อนก็ได้นะ ขอแค่คุณชอบธรรมชาติ ซึ่งคนที่ซื้อบ้านผมไปส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนประเภทเดียวกัน คือชอบกลิ่นอายของท้องทุ่งถึงจะอยู่แบบนี้ได้”

อวยชัย บอกว่า โครงการแรกประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี กระทั่งตอนนี้เริ่มเฟสที่ 2 ซึ่งยังเป็นโครงการแนวเดิม ทว่าเพิ่มเติมแบบบ้านปูนและเพิ่มพื้นที่กว้างขึ้นเป็น 200 ตารางวา ตามคำเรียกร้องของคนที่ชอบโครงการที่ต้องการพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น เพื่อเติมฝันทางการเกษตรในแบบที่ต่างไป หรือแม้แต่มาขอซื้อที่ดินเปล่าเพื่อสร้างบ้านที่ตัวเองชอบ โดยมีข้อแม้ว่าต้องอยู่บนพื้นฐานความคิดเช่นเดียวกันกับโครงการ นั่นยิ่งสร้างความหลากหลายให้โครงการสีเขียวแห่งนี้เพิ่มขึ้นไปอีก

อยู่แบบสโลว์ไลฟ์ใกล้กรุง

จิรดา หนึ่งในผู้อยู่อาศัย พูดถึงบ้านจัดสรรที่มีไอเดียเน้นธรรมชาติและการเกษตรให้ฟังว่า แรกเริ่มเธอเห็นว่าเป็นบ้านที่มีบรรยากาศดี และราคาก็สามารถจับต้องได้ จากที่จะซื้อไว้เพื่อรอเวลาขาย จึงเปลี่ยนใจทำเป็นบ้านที่อยู่ถาวรกับครอบครัวหลังเกษียณ

“ชอบความโปร่ง ความเป็นธรรมชาติของบ้านแบบนี้ ซึ่งพออยู่ไปได้สักพักครอบครัวก็ชอบมาก เลยซื้ออีกแปลงติดกัน เพราะตั้งใจจะปลูกมะนาว ใช้ชีวิตพอเพียง จริงๆ เราก็มีบ้านอยู่แล้วในเมือง แต่ไม่เหมาะกับชีวิตหลังเกษียณ มันวุ่นวาย ไม่เหมือนที่นี่ที่เป็นธรรมชาติ และไม่ไกลในเมืองมาก เพราะเราต้องมีธุระเข้าไปอยู่ตลอด ซึ่งดีกว่าไปอยู่ต่างจังหวัดเลย ไกลลูก แล้วมันก็เหมาะกับงานของลูกเรา ซึ่งเขาเป็นนักเขียนก็เงียบสงบดี เขาก็นั่งทำงานที่นี่ได้ดีกว่า ครอบครัวเรามีแค่ 3 คน กับพื้นที่เท่านี้ก็สบายดี เวลานี้เราก็อยู่กันแล้วมีความสุขจนไม่อยากย้ายไปไหนแล้ว จากที่ว่าจะซื้อมาขายก็ไม่ขายแล้ว”

เช่นเดียวกับ สุธิน คงนวล ศิลปินอิสระและนักแต่งเพลงเจ้าของผลงานเพลงพร้าว ของวงมาลีฮวนน่า ที่เลือกมาอยู่แบบนี้ เพราะชอบบรรยากาศและการได้มีพื้นที่ได้ปลูกอยู่ปลูกกิน

อยู่แบบสโลว์ไลฟ์ใกล้กรุง

 

สุธิน เล่าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ฟังเป็นสุขว่า ที่นี่เหมือนบ้านของเขาที่ต่างจังหวัด“มีบรรยากาศทุ่งนารายล้อม คือผมสัมผัสธรรมชาติแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก พอมาเห็นบ้านแบบนี้ก็ชอบเลย เพราะแนวคิดโครงการเขาก็ดี อยู่กันเหมือนบ้านนอก พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ผมเองทำงานเกี่ยวกับวาดรูป มีเขียนเพลงบ้าง ก็อยู่แบบเงียบๆ แบบนี้ได้สบายดี เหมาะกับการสร้างงานศิลปะ เพราะจะให้ไปอยู่บ้านนอกเลยก็ไม่ได้ วงการศิลปะยังเติบโตกันอยู่แค่ในเมือง แต่อยู่ตรงนี้เราก็สร้างงานและสามารถเอาไปแสดงได้เรื่อยๆ คือไปไหนมาไหนยังสะดวกอยู่”

“แล้วเวลาว่างจากการทำงาน ผมเองก็ปลูกผักแบ่งกันกับแมลงบ้าง หนอนบ้าง แบ่งกันกิน (หัวเราะ) คือเราปลูกแบบไม่ใส่สารเคมี มันก็เหมือนการพึ่งพากันกับธรรมชาติ เราไม่ได้ปลูกแบบค้าขายอะไรแบบนั้น เอาแค่ปลูกแล้วมีความสุขพอ แต่ถ้าอยู่ในเมืองเลยเราไม่ได้มีพื้นที่ทำอะไรแบบนี้นะ อยู่นี่เรายังได้สร้างอะไรในแบบที่เราต้องการ จะปลูกผักเลี้ยงปลาทำศาลา ซึ่งมันคือคำว่าบ้านจริงๆ เพราะคำว่าบ้านคือการปลูกตามใจผู้อยู่ แต่สังคมทุกวันนี้บ้านไม่ได้ตามใจเรา ส่วนใหญ่ถูกยัดเยียดตามเงินที่เรามี ซึ่งตรงนี้เรามีเงินมาเราก็ต่อเติมสร้างบ้านในแบบที่เราอยากได้ มีเวลาคิดบ้านที่เป็นบ้านแบบของเรา แถมอากาศก็ดีมาก”

คงเป็นเช่นที่สุธินได้บอกไว้ บ้านที่แท้จริงควรจะเป็นบ้านที่เราสามารถปลูกตามใจผู้อยู่ ได้มีพื้นที่ให้ได้คิด ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ได้ทดลองปลูกพืชผล ต้นไม้ เพาะเห็ด เลี้ยงสัตว์ ซึ่งถ้าหากมีโครงการจัดสรรเช่นนี้มากขึ้น ในอนาคตผู้คนเมืองที่โหยหาธรรมชาติคงได้ยิ้มกันหน้าบาน ไม่ต้องหนีเมืองไปสโลว์ไลฟ์กันถึงต่างจังหวัด

อยู่แบบสโลว์ไลฟ์ใกล้กรุง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท