
ฉาว...ดัง แรง เร็ว
วันนี้คงได้รู้กันแล้วว่าอนาคตของ “มาร์ควิทวัส ท้าวคำลือ” ที่ฝากไว้กับทรู คอร์ปอเรชั่น (จัดแถลงข่าววันนี้) จะออกมาเป็นเช่นไร จะเลี้ยงเอาไว้เพื่อยื้อเวลาของเกมต่อ หรือปล่อยให้เด็กได้กลับคืนสู่ชีวิตปกติที่ไม่มีกล้องมีไมค์มาส่องหน้าให้เป็นข่าวอื้อฉาวอีก...
วันนี้คงได้รู้กันแล้วว่าอนาคตของ “มาร์ควิทวัส ท้าวคำลือ” ที่ฝากไว้กับทรู คอร์ปอเรชั่น (จัดแถลงข่าววันนี้) จะออกมาเป็นเช่นไร จะเลี้ยงเอาไว้เพื่อยื้อเวลาของเกมต่อ หรือปล่อยให้เด็กได้กลับคืนสู่ชีวิตปกติที่ไม่มีกล้องมีไมค์มาส่องหน้าให้เป็นข่าวอื้อฉาวอีก...
เรื่องโดย...เสน่ห์จันทร์
เพราะนาทีนี้ชื่อของ มาร์ค เด็กหนุ่มวัย 17 จากเชียงใหม่ หรือ มาร์ค v11 หนึ่งใน 12 นักล่าฝันซีซันล่าสุดของรายการ “ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย 7” หรือเอเอฟ 7 จะเรียกว่า “ดัง” หรือ “ดับ” ก็ได้
นับตั้งแต่ได้ถูกคัดเลือกเป็นนักล่าฝันเพียงแค่ข้ามคืน ประวัติของเขาก็ถูกขุดคุ้ย แฉออกมาแบบจงใจให้เป็นที่รู้กันทั่วบนโลกออนไลน์ในเรื่องความคิดต่างสี และการใช้ถ้อยคำหยาบคายด่านายกรัฐมนตรี ชนิดแจกของสงวนไปหลายที
เมื่อเสียงโห่...ทำท่าจะมากกว่าเสียงกรี๊ด... ส่งผลให้ทางทรูต้องออกมาชี้แจงแก้ไขสถานการณ์ แต่แทนที่จะเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม กลับโหมกระพือเติมน้ำมันลงบนกองไฟ ด้วยการเลือกที่จะให้มาร์คได้ “อยู่ต่อ” ด้วยเหตุผลว่าการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของผู้เข้าแข่งขัน เป็นการแสดงความคิดเห็นก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมในรายการ และเป็นสิทธิการแสดงความคิดเห็นของแต่ละบุคคล
คนรักก็มี แต่คนชังก็มาก ยิ่งความแรงของกระแสต่อต้านกำลังดังกระหึ่มบนโลกไซเบอร์ ส่งผลให้มาร์คไม่ได้ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตเปิดตัวนักล่าฝันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยพ่อแม่ของมาร์ค “วทัญญูเร็จวรรณา ท้าวคำลือ” ได้เป็นห่วงบุตรชายต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้บุตรชายอยู่ตรงกลางความขัดแย้ง ทางด้านทรูก็ให้ผู้จัดการฝ่ายการตลาด “กิติมา รัตนแสงเสถียร” ออกมาชี้แจงว่า ทางทีมงานเพิ่งจะทราบความประสงค์ของพ่อแม่ของน้องมาร์ค ที่ไม่อยากให้บุตรชายขึ้นแสดงคอนเสิร์ต เพราะน้องเพิ่งอายุ 17 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงต้องตัดสินใจแทน
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ไม่มีใครถูกโหวตออกจากบ้าน แต่ยังเปิดรับ sms คะแนนโหวตซะงั้น และในการแถลงข่าวที่จะมีขึ้นอีกครั้งของทางทรูรวมกับพ่อแม่และมาร์ค ก็นับเป็นการแหกกฎของทรู เป็นกติกาที่ไม่เคยมีมาก่อนที่นักล่าฝันออกจากบ้านมารับรู้เรื่องราวภายนอก นับว่าครั้งนี้เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นกับทรู อะคาเดมีฯ จริงๆ
ตอนนี้จะยังมีใครสนใจอีก 11 นักล่าฝันไหมว่าเป็นใคร มาจากไหน ร้องเพลงดีไหม เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ถ้าพูดถึงเอเอฟ 7 ก็มีแต่กระแสของมาร์ค v11
ในวิกฤตที่ประเด็นของมาร์คกลายเป็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ชื่อของเอเอฟก็ถูกพ่วงโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปด้วย บางคนไม่เคยดูเอเอฟมาก่อน ก็ต้องหันมาให้ความสนใจเพราะอยากติดตามข่าวคราว
อย่างไรก็ตาม ถ้าทางทรูให้มาร์คอยู่ต่อไป ในวันเสาร์ที่ 17 ก.ค. ที่จะถึงนี้ มาร์คจะได้ร้องเพลงขออุ้มหน่อย ของเบิร์ดธงไชย แมคอินไตย์ แต่ไม่ว่ามาร์คจะอยู่หรือไม่...ชื่อของมาร์ค และเอเอฟ 7 ก็ดังกระหึ่มเป็นที่รู้จักกันไปแล้ว แม้จะในทางฉาวก็ช่างมันเต๊อะ!!
ในบ้านเราตอนนี้มีรายการที่เรียกว่า “เรียลิตี” ที่แปลเป็นภาษาไทยตรงๆ ว่า “จริง” อยู่หลายรายการ ทรู อะคาเดมีฯ เดอะสตาร์ ซูเปอร์สตาร์ ซึ่งทั้งหมดออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเรียลิตี แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ได้ต่างจากละครที่สร้างขึ้นมาสักเท่าไร เพราะเรื่องจริงที่ว่านี้มันช่างครบรสและแสบสันจริงๆ
ถ้าพูดถึงความจริงบนเวที “เดอะสตาร์ ค้นฟ้า คว้าดาว” ก็เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ไม่แพ้กัน เพราะ “ม้าอรนภา กฤษฎี” ก็ได้ด่าจริงติจริงมาแล้วกับ “เกรซนวกชมณ ชื้นครองธรรม” หนึ่งในเดอะสตาร์ ปี 6 ด้วยเหตุผลความสามารถทางด้านการร้องเพลงของเธอนั้นไม่ดีพอที่จะก้าวมาสู่เวทีนี้ หลายคนยังกังขาว่าด่าจริง หรือเป็นแค่สคริปต์ ซึ่งทุกครั้งที่มีใครไถ่ถาม คำตอบที่ได้จากปากคนตรงคนแรงอย่าง ม้า อรนภา ก็คือ “เดอะสตาร์ไม่มีสคริปต์ แต่มันเป็นสไตล์ของเรา เขาถึงได้เอาเราไป คือเวลาที่เราพูดอะไรตรงไปตรงมา ทำไมต้องกลัวด้วย ทำไมต้องคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราพูดตรงๆ ไม่ถูกเหรอ เราไม่อ้อมค้อมอยู่แล้ว ก็รู้กันอยู่แล้วว่าเราเป็นคนตรงๆ
ฟีดแบ็กจากเวทีเดอะสตาร์จะมีอะไรล่ะ ก็ทำมา 6 ปี จะปีที่ 7 แล้ว ถ้าสมมติเขาไม่ชอบฉันก็คงไปตั้งแต่ปีแรกแล้วมั้ง ก็อยู่มาขนาดนี้ก็น่าจะรู้แล้วว่าฟีดแบ็กเป็นยังไง วันไหนที่ดิฉันพูดเอออวยกันสิ ไม่ชอบกันเลย บอกว่าทำไมล่ะ เป็นอะไร อ้าว ตายละหว่า ก็เด็กมันดีแล้วจะให้ด่าได้ยังไงล่ะ ก็ต้องชม บางทีบอกนิ่งจังเลย ทำไมสัปดาห์นี้ดูเงียบจังเลย ทำไมปีนี้ถึงไม่ว่าใคร ก็อ้าวเป็นอย่างนั้นไปอีก คือเราก็พูดตรงๆ แหละ เห็นอะไรปั๊บก็พูดเลยเท่านั้นแหละ”
ถ้าไร้สคริปต์ คำถามมีต่อว่า แล้วทำไมเกรซถึงได้มาเป็น 1 ใน 8 เดอะสตาร์ ในเมื่อเลือกมาแล้วต้องถูกด่า แล้วในเมื่อร้องไม่ดีทำไมถึงอยู่บนเวทีได้นานถึง 3 สัปดาห์ ทุกเหตุการณ์ย่อมมีเหตุผลรองรับ... แต่ตอนนี้ถามว่าเกรซดังไหม เดอะสตาร์ดังไหม ก็แหม! วินวินด้วยกันทั้งหมดแหละค้า
หรืออย่างเรียลิตีน้องใหม่ที่เพิ่งมีอายุได้ 2 ซีซัน “ซูเปอร์สตาร์” ก็มีเรื่องให้อื้อฉาวครองพื้นที่สื่อทุกครั้ง ล่าสุดกำลังจะเกิดซีซัน 3 ขึ้นก็มีข่าวฉาวออกมาอีก... ตัวแทนทางมูนสตาร์ สตูดิโอ ที่ทำการแสดงรายการนี้ ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เบี้ยวค่าเช่าพื้นที่จากเจ้าของรายการ คือ “แพมลลิตา ตะเวทิกุล” และสามี “เจ ภาณุพงษ์” แต่สุดท้ายก็เจรจารอมชอมกันได้ และยังเช่าพื้นที่มูนสตาร์เพื่อใช้ในรายการซูเปอร์สตาร์ซีซันหน้าต่อไป เห็นมะ...ว่า (ไม่) มีอะไรในก่อไผ่จริ๊งจริง...
ทุกข่าวค(ร)าวที่เกิดขึ้นในรายการ... จะเป็นไปด้วยอุบัติเหตุที่ไม่เจตนาหรือไม่ก็ตาม ผู้เข้าแข่งขันจะตกเป็นเหยื่อหรือกลายเป็นพระเอกนางเอกตัวชูโรง แต่สิ่งเล็กๆ ที่มักเกิดขึ้นทุกๆ ครั้งในการเริ่มต้นของรายการก็ส่งผลอันยิ่งใหญ่ให้รายการก้าวสู่ความสำเร็จได้...ในแง่ของการป๊อปปูลาร์







