
ชีวิตในบ้านลอยฟ้า
หลังจากไปใช้ชีวิตอยู่นอกเมืองมานานนับสิบปี วันนี้ได้กลับมาเป็นคนในเมืองอีกครั้งด้วยความจำเป็นของชีวิตตัวเองและชีวิตของสมาชิกในครอบครัวที่ต้องตื่นตีห้า หกโมง
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
หลังจากไปใช้ชีวิตอยู่นอกเมืองมานานนับสิบปี วันนี้ได้กลับมาเป็นคนในเมืองอีกครั้งด้วยความจำเป็นของชีวิตตัวเองและชีวิตของสมาชิกในครอบครัวที่ต้องตื่นตีห้า หกโมง ฝ่ารถติดเข้าเมืองไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ เสียทั้งเงิน เวลา และสุขภาพจิต
ในฐานะหัวหน้าครอบครัวจึงต้องตัดสินใจอะไรสักอย่างไม่เช่นนั้นไอ้ลิง 2 ตัวของผมจะกลายเป็นลิงหงอย ไม่ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างที่ควรจะเป็น เพราะทุกวันต้องตื่นเช้ากินข้าวบนรถ เรียนเสร็จก็ต้องกระเตงกันกลับบ้านถึง 2 ทุ่ม อาบน้ำกินข้าวเสร็จก็ได้เวลาเข้านอน ชีวิตวัยเด็กหายไปกับเวลาบนท้องถนน
เมื่อปรึกษาหารือกันแล้ว ก็เลยตัดสินใจเก็บเงินก้อนผ่อนคอนโดในเมืองห้องเล็กๆ สักห้อง ที่อยู่ใกล้โรงเรียน บวกลบคูณหารกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปในแต่ละวันกับการเดินทางเข้าออกเมืองก็ถือว่าคุ้ม สำคัญที่สุดคือได้เวลาที่หายไปคืนกลับมา มันดูมีค่ามากจริงๆ แม้จะต้องแลกกับการอยู่อย่างจำกัดในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แค่ 30 ตารางเมตร ก็เอาน่ามันก็แค่ที่ซุกหัวนอน
ย้ายมาอยู่ในบ้านลอยฟ้าได้ 2 อาทิตย์ ปรากฏว่า ปัญหาของเรามันไม่ใช่แค่เราเจอคนเดียว หลายๆ ครอบครัว เจอปัญหาแบบเดียวกัน เลยตัดสินใจเหมือนๆ กัน คอนโดจึงกลายเป็นบ้านหลังที่สองของคนเมืองที่ใช้อยู่อาศัยในวันทำงานและเรียนหนังสือ พอวันศุกร์ก็ลากกระเป๋ากลับไปใช้ชีวิตอยู่นอกเมืองเหมือนเดิม เย็นวันอาทิตย์หรือเช้าวันจันทร์ก็เข้าเมืองมานอนในคอนโดนี่แหละชีวิตคนเมือง (กทม.) ใน พ.ศ.นี้
ชีวิตในคอนโด สำหรับใครหลายคนอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัว เพราะการอาศัยอยู่ในห้องแคบๆ ก็ย่อมจะอึดอัดเป็นธรรมดา ทำให้เดี๋ยวนี้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ๆ พยายามทำคอนโดให้เป็นเหมือนบ้านหลังใหญ่ ห้องที่เราซื้อเป็นแค่ห้องนอนหรือห้องส่วนตัว
ภายในคอนโดยังประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่จัดทำเป็นสวน เป็นสถานที่ออกกำลังกาย เป็นห้องสันทนาการ ห้องสมุด ห้องเล่นของเด็ก แล้วพยายามจัดกิจกรรมต่างๆ ชักชวนให้คนออกจากห้องส่วนตัวมาอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางที่จัดไว้ไม่ไปอุดอู้อยู่กันแต่ในห้องจนกลายเป็นมนุษย์กล่องไปในที่สุด ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่จะดึงดูดให้คนตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น และทำให้โครงการมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
แต่การอยู่คอนโดก็ใช่ว่าจะอยู่กันอย่างสบายๆ ตามใจคนอยู่ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่า การพักอาศัยในรูปแบบอาคารชุดจะมีกฎหมายที่เข้ามาควบคุมการอยู่อาศัย นั่นก็คือ พ.ร.บ.อาคารชุด และมีข้อบังคับอาคารชุด เป็นกฎระเบียบที่ผู้อยู่อาศัยต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้คนที่อยู่ร่วมกันเป็นร้อยเป็นพันคนในอาคารหลังเดียวกัน อยู่กันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ส่วนใหญ่จึงเป็นกฎของการอยู่ร่วมกัน การใช้พื้นที่ส่วนรวมและส่วนตัว ที่บังคับกันเป็นเรื่องปกติคือ ห้ามนำสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยง ห้ามตากผ้ายื่นออกมาจากอาคาร ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของอาคารภายนอก แม้ว่าจะเป็นส่วนของห้องเราก็ตาม เพราะถือเป็นพื้นที่ส่วนรวม บางโครงการห้ามแม้กระทั่งการสูบบุหรี่บนระเบียงห้องของเราเอง ฯลฯ
เป็นเรื่องที่เราจะต้องเรียนรู้กับการอยู่ร่วมกัน บางเรื่องแม้จะขัดใจตัวเองบ้าง ก็ต้องคิดซะว่า เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านที่เราอยู่ ที่สำคัญถ้าโครงการน่าอยู่อาศัย ไม่รกรุงรังเป็นสลัมลอยฟ้า ราคาขายต่อก็จะดีตามไปด้วยสิครับ







