
ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด มุมทำงาน กลางเวหา
โลดแล่นบนถนนสายข่าวการเมืองมาตั้งแต่สถานีโทรทัศน์ไอทีวียังอยู่ยั้ง
โดย... แมงโก้หวาน
โลดแล่นบนถนนสายข่าวการเมืองมาตั้งแต่สถานีโทรทัศน์ไอทีวียังอยู่ยั้ง กระทั่งแปรสถานภาพมาเป็นไทยพีบีเอส ในบทบาทผู้ประกาศข่าวภาคสนามและผู้ประกาศข่าวภาคดึก ก่อนจะย้ายมาร่วมทีมข่าวสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ในปัจจุบัน โดยเริ่มจากผู้สื่อข่าวการเมืองอยู่หลายปี ก่อนได้รับความไว้วางใจเข้าร่วมทีมเหยี่ยวข่าว 7 สีจนถึงวันนี้ สำหรับ “เบิร์ด” ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด เหยี่ยวข่าวผิวคมเข้มอนาคตไกลของช่อง 7 ผู้มีน้ำเสียงในการรายงานและประกาศข่าวที่ทรงพลังชัดเจน
“กับช่อง 7 ผมร่วมงานมาก็หลายปีครับ เริ่มจากผู้สื่อข่าวโต๊ะการเมือง ทำอยู่นานก่อนจะย้ายมาเหยี่ยวข่าว 7 สี รายงานข่าวบนเฮลิคอปเตอร์ข่าวที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือจะบอกว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ข่าวที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียก็ไม่แปลก เพราะสำนักข่าวชื่อดังของต่างประเทศอย่างในอเมริกา ยุโรป ใช้เทคโนโลยีลักษณะเดียวกับเรา โดยเฉพาะกล้องติดกับตัวเฮลิคอปเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถซูมได้ไกลมากกว่า 1 กม. โดยภาพยังคมชัดแจ๋ว ทั้งไม่มีเสียงรบกวน”
การรายงานข่าวบนเฮลิคอปเตอร์ในเหยี่ยวข่าว 7 สี จึงเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่เป็นผู้สื่อข่าวมา เชื่อว่าน้อยคนจะโชคดีและได้รับโอกาสเหมือนเขา และพอเขาได้มาทำตรงจุดนี้ถึงกับหลงรักการทำงานข่าวบน ฮ.ทันที ทุกครั้งที่ขึ้นทำข่าวเขาจะรู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้นำเสนอข่าวสารที่หลากหลาย ถูกต้อง รวดเร็วให้กับประชาชนในอีกมุมที่แตกต่างจากเสนอข่าวบนภาคพื้นดิน
“ผมกล้าพูดได้เลยว่าน้อยคนจะมีโอกาสได้ทำข่าวบน ฮ.ข่าวที่ทันสมัยที่สุดแบบนี้ สำหรับผมถือว่าได้รับความกรุณาจากผู้ใหญ่มาก ในแง่ของการทำข่าวก็เป็นการเปิดโลกทัศน์ของการทำข่าวที่แปลกใหม่ ได้ไปเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น เข้าไปดูในจุดที่ภาคพื้นไม่สามารถเข้าไปดูได้ การไปถึงที่เกิดเหตุในเวลารวดเร็ว การรายงานข่าวก็มีมุมมองในการเห็นและรายงานในมุมที่ดีกว่า ภาพข่าวคมชัด สามารถเก็บรายละเอียดของพื้นที่ข่าวนั้นๆ ได้อย่างดี ขณะเดียวกันผมโชคดีที่ไม่มีอาการเมาเครื่อง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของผู้สื่อข่าวหลายคน บางคนอาจทำข่าวบนภาคพื้นได้สนุกสุดยอดแต่พอขึ้น ฮ.ร่างกายกลับไม่เป็นใจ”
ทุกครั้งที่เหยี่ยวข่าวผู้นี้ขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนเฮลิคอปเตอร์ข่าว 7 สี เขาจะนั่งรายงานข่าวอยู่ด้านหน้าคู่กับกัปตันในชุดอุปกรณ์เตรียมพร้อมตลอด โดยมีช่างภาพอีกคนหนึ่งทำหน้าที่อยู่ด้านหลังที่พร้อมทำงานกันเป็นทีมเวิร์กภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นอยู่กันแบบพี่แบบน้อง และคอยช่วยเหลือกันเท่าที่จะช่วยได้ โดยบน ฮ.ข่าว 7 สี เดิมมี 4 ที่นั่ง หน้า 2 หลัง 2 แต่ด้านหลังถูกถอดออก 1 และตรงบริเวณที่ถอดออกไปเป็นที่บรรจุอุปกรณ์ในการบันทึกเสียง ภาพและการถ่ายทอดสดเอาไว้ทั้งหมด จึงนั่งได้ 3 คน
“ผมนั่งข้างหน้ากับนักบินหรือกัปตันแอนดี้ ชาวเยอรมัน ด้านหลังเป็นช่างภาพ โดยจะมีช่างภาพอีกคนปฏิบัติหน้าที่อยู่ภาคพื้นคอยอินเสิร์ตเก็บภาพเพื่อให้ข่าวมีความสมบูรณ์มากขึ้น บรรยากาศการทำงานสนุกครับ เป็นแบบพี่น้องเวลามีอะไรก็คอยช่วยกัน บางครั้งกัปตันต้องมูฟไปอีกที่ปัจจุบันทันด่วนก็ต้องช่วยหาพิกัด ช่วยดูสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่บนอากาศที่อาจรบกวนการบิน เช่น สายไฟฟ้าแรงสูง เสาส่งสัญญาณวิทยุ หรือแม้แต่นก ทุกอย่างพลาดไม่ได้ ถ้าพลาดอาจถึงแก่ชีวิต”
เขาบอกว่า การขึ้นบินทำข่าวในแต่ละครั้งมักเจอปัญหาที่แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่คือปัญหาด้านสภาพอากาศเป็นหลัก เช่น ฝนตกหนัก ลมแรง ทว่าบางครั้งอาจถูกผู้ที่ไม่หวังดีหรือกลุ่มขบวนการบางกลุ่มมุ่งหมายทำอันตรายได้ จากการที่เข้าไปทำข่าวในพื้นที่ล่อแหลม หรือสุ่มเสี่ยงในพื้นที่ต่างๆ
“ต้องยอมรับว่าข่าวที่เรานำเสนอค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ หรืออุบัติภัยทั้งหลาย เป็นต้นว่า น้ำท่วม ไฟไหม้ โรงงาน ตึกอาคารถล่ม แต่อีกส่วนที่ทำคือเรื่องของการตัดไม้ทำลายป่า การขนของผิดกฎหมายตามแนวชายแดน และอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องต้องระวังความปลอดภัย รวมถึงเรื่องราวหรือปัญหาที่ชาวบ้านเดือดร้อนจากผลกระทบต่างๆ ที่เราพร้อมไปตรวจสอบให้”
เขาบอกว่า ความสุขของการเป็นเหยี่ยวข่าว 7 สี (สำหรับเขาปีนี้เป็นปี 3) ไม่ได้อยู่ที่ได้นั่งเครื่องบินทำข่าวเท่ๆ แต่อยู่ที่หลังจากที่ได้เสนอข่าวหรือตีแผ่เรื่องราวนั้นๆ ไปแล้วสังคมเกิดการตื่นตัว หรือประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาต่างๆ ถูกนำไปสู่การแก้ไขและช่วยเหลือในเวลาต่อมา
“มีหลายเรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนเข้ามาเราก็ไปดูแล้วได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น เช่น โรงงาน หรือเหมืองแร่มีการปล่อยสารพิษจริง เราไปเจอก็เอามาตีแผ่จนได้รับการแก้ไขปัญหาในเวลาต่อมา ซึ่งมีหลายเรื่องที่เราทำแล้วนำไปสู่การแก้ไขให้กับประชาชนจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและรับผิดชอบ นี่ต่างหากคือความสุขของการเป็นเหยี่ยวข่าว 7 สี ที่ได้ทำหน้าที่รับใช้สังคมและเป็นส่วนหนึ่งในการเสนอปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ไขโดยเร็ว ผมและทีมงานพร้อมเสมอที่จะโฉบไปทุกที่” ณัชฐพงศ์ ทิ้งท้าย







