
(นางเอก)สาวข้างบ้าน อาชา เซพเตรียซา
นับเป็นปียุ่งๆ ของนักแสดงสาวชาวจาการ์ตาวัย 26 ปี เจลิตา “อาชา” เซพเตรียซา
โดย... แหนง-ดู ภาพ... Cita Cinta Magazine
นับเป็นปียุ่งๆ ของนักแสดงสาวชาวจาการ์ตาวัย 26 ปี เจลิตา “อาชา” เซพเตรียซา
หลังประสบความสำเร็จจาก 99 Cahaya di Langit Eropa และภาคต่อ โอกาสดีๆ มากมายก็ถูกหยิบยื่นมา รวมถึงบทในหนัง Bulan Terbelah di Langit Amerika ซึ่งเล่าประสบการณ์ของคู่รักมุสลิมหลังเหตุการณ์ 9/11 ในสหรัฐ เรื่องนี้เธอร่วมแสดงกับ อะบิมานา อารยสัตยา หนังจะถ่ายทำที่นิวยอร์ก วอชิงตัน และซานฟรานซิสโก ในเดือน ต.ค.ที่จะถึง
“ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับ ริซาล แมนโตวานิ เขามีผลงานดีๆ ออกมามากมาย เพราะว่าหนังเรื่องนี้เล่าถึงเหตุการณ์ 9/11 จึงมี
คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้ามาใช้ด้วย”
เธอเข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อ 11 ปีที่แล้ว เริ่มต้นจากการประกวดนางงามวัยรุ่น ผลงานซึ่งทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นคือ หนังโรแมนติกเรื่อง Heart ที่โด่งดังทั้งในอินโดนีเซียและมาเลเซีย อีกทั้งเพลงประกอบที่เธอร้องนั้นก็กลายเป็นงานฮิต
ขณะอาชีพรุ่งเรืองสุดๆ เธอได้หยุดงานไปเรียนมหาวิทยาลัยในมาเลเซีย ก่อนจะจบการศึกษาพร้อมใบประกาศนักศึกษาดีเด่น เมื่อกลับคืนสู่อินโดนีเซียบ้านเกิด ประกายดาราของเธอก็เปล่งแสงอีกครั้ง ปี 2012 เธอได้รับรางวัลซิตร้าจากบทใน Test Pack : You’re My Baby เมื่อเห็นการแสดงในหนังเรื่องนี้ เธอถูกเลือกมารับบทแม่ลูก 3 ในหนังเรื่องใหม่โดยนักเขียนคนเดียวกัน
ความสามารถของอาชา การันตีด้วยรางวัลซิตร้าซึ่งเป็นเสมือนรางวัลออสการ์ของอินโดนีเซีย ขณะที่หนังกว่า 20 เรื่องซึ่งล้วนประสบความสำเร็จทางด้านการตลาดเป็นเครื่องหมายการันตีความนิยมในตัวสาวคนนี้ ปัจจุบันเธอกลายมาเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงชั้นนำของประเทศ ที่ผ่านมามีข่าวลือว่าเธอเป็นดาราหญิงซึ่งค่าตัวแพงที่สุดในประเทศ แต่ดาราสาวบอกว่า มันเป็นเพียงข่าวลือตลกๆ เท่านั้น
นอกจากต้องไปถ่าย Bulan Terbelah ที่สหรัฐแล้ว เธอยังมีคิวไปทำงานที่เดนมาร์กและอังกฤษ กับทีมงานหนังเรื่องอื่นๆ อีกด้วย
ถึงแม้จะยุ่งแค่ไหน เธอก็ไม่ลืมความฝันที่อยากจะเป็นผู้กำกับและนักธุรกิจเกี่ยวกับความงาม ที่ผ่านมาหนังสั้นที่เธอทำเคยได้รับรางวัลมาแล้ว นอกจากนี้
เธอยังอยู่ระหว่างการเขียนบทหนังเพื่อสร้างโปรเจกต์ส่วนตัวของเธออยู่
“มีผู้สร้างหลายเจ้าถามถึงบทของฉัน แต่เอาจริงๆ นะ ทำงานแสดงน่ะดีกว่าทั้งในแง่รายได้และเวลา ตอนนี้งานแสดงของฉันยังเข้ามาเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นตอนนี้จึงไม่เหมาะที่จะปล่อยเรื่องงานแสดงไป”
ระหว่างที่โปรเจกต์กำกับหนังต้องเลื่อนออกไปก่อน อาชาก็มีความคิดที่จะคืนให้สังคมด้วยการเปิดคอร์สการแสดง
“ฉันอยากตอบแทนในสิ่งต่างๆ ที่ได้รับมา โดยช่วยพัฒนาคนใหม่ๆ ซึ่งฉันเองก็จะได้ทบทวนความรู้ ขณะที่ยังได้ทำงานแสดงต่อไป เหมือนกับที่ เมอริล สตรีป ทำด้วยการรับงานสอนที่มหาวิทยาลัยเยล”







