
วิทูร เลิศพนมวรรณ แผนการเงิน เปลี่ยนชีวิตคน
“ผมเชื่อว่า เราสามารถกำหนดชะตาชีวิตเอง และครอบครัวได้ ถ้ามีการวางแผนการเงินและเขียนแผนชีวิตที่ดี”
โดย...วารุณี อินวันนา
“ผมเชื่อว่า เราสามารถกำหนดชะตาชีวิตเอง และครอบครัวได้ ถ้ามีการวางแผนการเงินและเขียนแผนชีวิตที่ดี” วิทูร เลิศพนมวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเอฟซีจี โฮลดิ้ง บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ ที่มีลูกค้าที่ใช้บริการลงทุนผ่านบริษัทร่วม 5 หมื่นราย เงินลงทุน 8,000 ล้านบาท หลังจากเปิดบริษัทได้เพียง 6 ปี
วิทูร วัย 37 ปี ใช้เวลาเพียงแค่ 5 ปี จากความเชื่อที่ว่า “การวางแผนการเงิน” จะเปลี่ยนชะตาชีวิตคนได้ ทำให้พึ่งพาตัวเองได้ เป็นที่พึ่งของครอบครัวได้ และเห็นแบบอย่างจากคุณพ่อสมบูรณ์ เลิศพนมวรรณ ที่ทำงานเป็นตัวแทนประกันชีวิต มอบหลักประกันให้กับครอบครัวของลูกค้า มีลูกค้ามาขอบคุณคุณพ่อ ที่ทำให้ครอบครัวเขาอยู่รอดได้ในช่วงที่หัวหน้าครอบครัวจากไป
“คุณพ่อจบแค่ ม.6 แต่ประสบความสำเร็จในการทำงาน คุณพ่อจะขยันมาก ออกไปหาลูกค้าทุกวัน อยู่ในวงการประกันชีวิตร่วม 40 ปีแล้ว และยังประสบความสำเร็จด้านการลงทุน ซึ่งสมัยนั้นเครื่องมือการลงทุนยังมีไม่มาก คุณพ่อจะนำเงินไปลงทุนในที่ดินอย่างเดียวเลย ค่อยๆ ซื้อที่ดิน จนปัจจุบันอายุ 80 ปี มีสินทรัพย์หลายร้อยล้านบาท และมีครอบครัวที่ดี” วิทูร กล่าว
เขาสนใจงานขายตั้งแต่ยังเรียนปริญญาตรี ด้านการตลาด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค สมัครเป็นพนักงานขายกับบริษัทจำลองของมหาวิทยาลัย ต่อมาสมัครเป็นพนักงานขายบริษัทแห่งหนึ่ง ตอนเรียนปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ทันทีที่จบปริญญาโท ได้ลาออกจากงานประจำที่ทำมาประมาณ 3 ปี เพื่อหาอาชีพอิสระที่มีรายได้ไม่จำกัด ก็เริ่มศึกษาธุรกิจของคุณพ่อ คือการเป็นตัวแทนประกันชีวิต เพียงปีแรกก็ติดคุณวุฒิสมาชิกสโมสรล้านเหรียญโต๊ะกลม หรือ MDRT เพราะสามารถขายเบี้ยปีแรกได้ 2.4 ล้านบาท
“ผมทำอะไร จะทำจริง เพราะยึดคำสอนของท่าน ‘หยวนเหลียวฝาน’ ขุนนางใหญ่ ปลายสมัยราชวงศ์หมิง ที่สอนว่าชะตาเปลี่ยนได้ ด้วยการใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความดี สอนให้เป็นคนคุณภาพ ต้องกล้าคิดกล้าทำจริง ขยัน และมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ เป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิตตั้งแต่เรียนจบถึงปัจจุบัน” วิทูร กล่าว
วิทูร กล่าวว่า การติดคุณวุฒิ MDRT ถือว่าสูงสุดในอาชีพตัวแทน จึงอยากเรียนรู้ผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ เพิ่มเติม ไม่เพียงประกันชีวิตเพียงอย่างเดียว จึงสมัครเข้าร่วมงานสัมมนา MDRT ที่สหรัฐอเมริกา งานที่ที่ปรึกษาทางการเงินและตัวแทนประกันชีวิตระดับท็อปของแต่ละประเทศจากทั่วโลกเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กัน
“ถือเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของผม เพราะมองเห็นโอกาสในธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งในไทยยังไม่มีธุรกิจนี้ แต่ในยุโรปและสหรัฐอเมริกามีมานานมาก ผู้ที่ทำอาชีพที่ปรึกษาทางการเงินสามารถเกษียณได้ตั้งแต่อายุราวๆ 40 ปี และลูกค้าที่ได้รับบริการจากที่ปรึกษาทางการเงินต่างมีความมั่นคงทางการเงิน” วิทูร กล่าว
วิทูร กล่าวว่า ธุรกิจนี้จะสามารถเติบโตได้เช่นกันในประเทศไทย เพราะทุกคนต่างต้องการที่จะก้าวสู่อิสระทางการเงิน ก็มาตั้งบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินของตัวเอง ชื่อ บริษัท เติมทรัพย์ คอนเซาท์ติ้ง ทำมาได้ 11 ปี รับลูกค้าได้ประมาณ 100 ครอบครัว แต่ผมมีความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือต้องการดูแลคนไทยให้ได้ 1 ล้านครัวเรือน หมายถึงกำลังช่วยเหลือคนไทยประมาณ 4-5 ล้านคน ให้มีการวางแผนทางการเงินที่ดี ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นต้องอาศัยทีมที่ปรึกษาทางการเงินอิสระที่มีคุณภาพไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 คน
ช่วงอายุประมาณ 30 ต้นๆ เขาได้เขียนแผนที่ชีวิตของตัวเองขึ้นมาว่าแต่ละช่วงอยากจะทำอะไร อยากเป็นอะไร เพราะเชื่อว่าชีวิตของคนจะเปลี่ยนทุกๆ 10 ปี ซึ่งเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล โดยช่วงอายุ 14-24 ปี เป็นการเติบโตเพื่อการเรียนรู้ ช่วงอายุ 25-34 ปี เติบโตเพื่อตัวเองและครอบครัว ช่วงอายุ 35-44 ปี ทำงานเพื่อคนรอบข้าง ช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไปเป็นช่วงที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมเต็มตัว
วิทูร ชักชวนเพื่อนๆ พี่ๆ ที่มีบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอยู่แล้วมารวมกลุ่มกัน เป็นคอมมูนิตี้ไฟแนนเชียล จัดตั้งบริษัท ไอเอฟซีจี โฮลดิ้ง บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ มีบริษัทในเครือร่วม 10 บริษัท มีพนักงานกว่า 150 คน เพราะมองว่าเงินเหมือนฝนตกอยู่แล้ว ทำไมต้องมีถังรองน้ำแค่ถังเดียว ขุดบ่อได้มั้ยหรือหาภาชนะอย่างอื่นมาเพิ่ม ทำไมต้องใช้แค่สองมือตัวเอง หาคนที่มือเหมือนกันมาช่วยกัน เป็นพันธมิตรกัน แบ่งกันกิน
นับเป็นความโชคดีที่มีเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญมาจากวงการธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ จากบริษัทบริหารการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (ซีอาร์เอ็ม) ธุรกิจซอฟต์แวร์ ที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน ทั้งด้านการลงทุนในหลักทรัพย์ ตลาดการเงิน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ประกันชีวิต การวางแผนภาษี การวางแผนการเงิน การวางแผนมรดก การวางแผนการศึกษาบุตร การบริหารความเสี่ยง การบริหารความมั่งคั่ง การวางแผนเพื่อการเกษียณ
ทุกคนได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนจากพันธมิตรทางธุรกิจหรือพาร์ตเนอร์ในประเทศและต่างประเทศ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และร่วมกับพันธมิตรในการออกนวัตกรรมการเงิน การลงทุนใหม่ๆ ที่เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทโดยเฉพาะ ออกมาขายให้กับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม มีรายได้จากค่าธรรมเนียม และค่านายหน้า
“เรามองทุกคนเป็นพาร์ตเนอร์ที่จะต้องเดินไปด้วยกัน และ วิน วิน วิน คือ ลูกค้าสามารถทำตามแผนการเงินที่วางไว้ มีรายได้ตามที่นำเสนอ ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนไปหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น และต้องพบกับอิสระทางการเงิน
พันธมิตรทางธุรกิจ ก็ต้องวินเหมือนกัน และบริษัทที่ประกอบด้วยพนักงาน ก็ต้องวินเหมือนกัน เพราะทุกคนมีครอบครัวที่ต้องดูแล ซึ่งเราพัฒนาธุรกิจเพื่อคน 3 กลุ่มนี้” วิทูร กล่าว
ปี 2557 ที่ผ่านมา วิทูร มีลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์การเงินจากกลุ่มบริษัท ไอเอฟซีจี โฮลดิ้ง รวม 5 หมื่นราย มูลค่าการลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท มีรายได้จากค่าธรรมเนียมและนายหน้า 200 ล้านบาท โดยรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 3-4% โดยเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีเงินลงทุนต่อราย 5 ล้านบาทขึ้นไป มีสัดส่วน 20% ของฐานลูกค้าทั้งหมด แต่มีสัดส่วนรายได้ 80% และลูกค้าเงินทุน 1 แสนบาท จนถึง 2-3 ล้านบาท มีสัดส่วน 80% ของฐานลูกค้าทั้งหมด แต่มีสัดส่วนรายได้ 20% โดยลูกค้ามีค่าใช้จ่ายในการให้ทางบริษัททำการวางแผนทางการเงินประมาณ 1% ของเงินลงทุนเท่านั้น
นับว่ามูลค่าธุรกิจที่ผ่านมาบริษัทเติบโตเร็วมาก เพราะใช้เวลาเพียง 6 ปีเท่านั้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ใดๆ เกิดจากความเชื่อใจล้วนๆ เพราะสามารถสร้างรายได้ตามแผนการเงินที่วางไว้ ไม่ทำให้ไลฟ์สไตล์ชีวิตของเขาเปลี่ยนจากการออม การลงทุน เพราะแยกแผนการเงินแต่ละเรื่องออกจากกัน
อาทิ แผนการศึกษาของลูก แผนการออมเพื่อการเกษียณ หากเกิดความเสี่ยงกับแผนการออมใดจะไม่กระทบกับอีกแผนหนึ่ง และมีการวางแผนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน การออม และชีวิตไว้ด้วย เพื่อลดความเสี่ยงให้ต่ำลง รวมทั้งมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงไปตรงมา ทำให้มีการบอกปากต่อปากระหว่างลูกค้าด้วยกัน
“ประมาณเดือน ก.ย. จะเปิดห้องเล่นเกมการลงทุน วางแผนการเงินให้กับผู้ที่สนใจเข้ามาเล่นฟรี เพื่อดูวิธีการตัดสินใจทางการเงินของตัวเองว่า หากเลือกแผนนี้จะนำชีวิตเข้าไปสู่รูปแบบไหน ที่ตึกอาปิโก้ ชั้นล่าง เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่า การตัดสินใจทางการเงินในทุกวันนี้ถูกทิศทางไหม” วิทูร กล่าว
วิทูร กล่าวว่า แผน 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2560 จะสร้างศูนย์กลางการให้บริการทางการเงินนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินครบวงจรจากทั่วโลก ซึ่งจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เป็นสถานที่ที่ลูกค้าเดินเข้ามาสามารถเลือกผลิตภัณฑ์การเงินที่ตรงกับความต้องการของตัวเองได้โดยจะมีการเปรียบเทียบผลประโยชน์ผลตอบแทน ผลิตภัณฑ์การเงิน เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนักลงทุนที่ชัดเจน
นอกจากนี้ จะเป็นประตูสู่การนำเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในไทย หรือ Gate Way to Thailand ของนักลงทุนทั่วโลก จะเริ่มเห็นภาพชัดเจนในปีหน้า อยากให้มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา และมีนวัตกรรมทางการเงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ให้คนไทยมีโอกาสได้ใช้
รวมถึงเจาะกลุ่มความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ ที่อยากเข้ามาเกษียณอายุในไทยและมาเรียนในไทยมากขึ้น เพราะไทยมีความพร้อมด้านสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร โรงแรม และศูนย์การแพทย์ในอาเซียน คนกลุ่มนี้ต้องการนวัตกรรมทางการเงินเช่นเดียวกับในต่างประเทศ ต้องการผู้ดูแลที่เข้าใจสภาพแวดล้อมในไทยเป็นอย่างดี และเป็นตัวกลางไปแนะนำการลงทุนทางการเงินในประเทศอื่นๆ ด้วย
“เราจะขยายฐานธุรกิจไปสู่การเป็นคนกลางในการเป็นผู้สนับสนุนการระดมเงินทุนจากผู้ลงทุนสถาบัน โดยบริษัทจะเป็นคนหาผู้ร่วมทุน เพื่อช่วยเหลือบริษัทในไทยที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจและมีศักยภาพสามารถขยายธุรกิจให้เติบโตแต่ยังขาดผู้สนับสนุน เพราะเล็กไปยังเข้าสู่ระบบสินเชื่อธนาคารยังไม่ได้ เมื่อธุรกิจเติบโตก็จะสนับสนุนให้เข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์” วิทูร กล่าว
วิทูร กล่าวว่า ทั้งหมดนี้จะทำในฐานะคนกลาง และดึงพันธมิตรที่มีใบอนุญาตด้านต่างๆ เข้ามาร่วมกัน จะทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์จากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทนั้นๆ ด้วย เช่น ธุรกิจสุขภาพ ธุรกิจแอพพลิเคชั่น และธุรกิจที่เป็นนวัตกรรมไอเดียใหม่ เป็นกระแสของโลกปัจจุบัน มีโอกาสเติบโตและมองหาเงินลงทุนสนับสนุน
ขณะที่แผน 5 ปี หรือ ปี2563 ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีลูกค้าที่มาใช้บริการกับบริษัท 1 แสนราย มูลค่าเงินลงทุน 8 หมื่นล้านบาท และมีรายได้จากค่าธรรมเนียมและค่านายหน้า 1,600 ล้านบาท พร้อมกับจะนำบริษัทในเครือชื่อ
ไอเอฟซีจี เวลท์ ที่เปิดใหม่เมื่อกลางปี 2558 เพื่อให้บริการที่ปรึกษาทางการเงินให้กับลูกค้าในฝั่งนักลงทุนรายย่อย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เปิดโอกาสให้ทุกคนในบริษัท ลูกค้า พาร์ตเนอร์ ได้เป็นเจ้าของบริษัท
หวังว่า “แผนชีวิต” ของ วิทูร ที่มีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก และมีเม็ดเงินมูลค่ามหาศาล ที่นำมาให้ทีมงานในกลุ่มไอเอฟซีจี โฮลดิ้ง วางแผนการเงิน จะสามารถ “เปลี่ยนชะตาชีวิตให้ลูกค้า พันธมิตร และพนักงาน” ไปสู่ความมั่นคงและพบกับอิสระทางการเงินได้ทุกคน







