
อิทธิพัทธ์ จิตติโชติพงศ์ ทำงาน ‘อินทีเรียร์ ดีไซน์’ ด้วยใจรัก
อิทธิพัทธ์ จิตติโชติพงศ์ หรือวิน เล่าว่า ตั้งแต่เรียนจบจากคณะสถาปัตย์ฯ
โดย...ภาดนุ ภาพ Ittiphat
อิทธิพัทธ์ จิตติโชติพงศ์ หรือวิน เล่าว่า ตั้งแต่เรียนจบจากคณะสถาปัตย์ฯ เอกด้านการออกแบบอุตสาหกรรมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาก็เริ่มต้นทำงานโดยการเป็นดีไซเนอร์ให้กับบริษัทผลิตผ้าม่านก่อนเป็นงานแรก
“ตอนทำงานที่บริษัทผลิตผ้าม่าน งานหลักของผมคือการออกแบบโครงสร้าง ลวดลาย สีสัน เทกซ์เจอร์และมู้ดแอนด์โทนของผ้า ผมทำงานที่นี่ที่แรกและที่เดียวอยู่ 8 ปี แต่ช่วงหลังๆ ก็มีเพื่อนๆ มาขอให้ช่วยออกแบบตกแต่งบ้านให้ ซึ่งตอนที่เรียนอยู่ผมก็เรียนด้านการตกแต่งภายในมาด้วยเหมือนกัน ทำไปทำมาก็เริ่มมีงานเข้ามาเยอะขึ้นๆ จนผมต้องตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมารับงานฟรีแลนซ์ด้าน
อินทีเรียร์จนถึงทุกวันนี้”
วิน บอกว่า การรับงานของเขาเป็นแบบปากต่อปากจากเพื่อนสู่เพื่อนและมีงานเข้ามาไม่ขาดสาย เขาจึงค้นพบว่าการเป็นฟรีแลนซ์ทางด้านอินทีเรียร์ ดีไซน์ เป็นงานที่เขาชอบที่สุด เพราะมีอิสระแถมยังได้ทำงานที่ตัวเองรักอีกด้วย
“ผมรู้สึกสนุกและมีความสุขกับการรับงานตกแต่งขนาดเล็ก แต่สามารถใส่รายละเอียดได้เต็มที่ ลูกค้าผมมีทั้งคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทั้งบ้าน คอนโด รีสอร์ท ร้านอาหาร โชว์รูม แม้แต่ร้านกาแฟที่พนมเปญ ผมก็ยังไปรับทำให้เขาเลย จุดเด่นในการออกแบบตกแต่งของผมจะเป็นสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ที่ดูเรียบๆ ดิบนิดๆ เน้นดีเทลและการใช้งานเป็นหลัก” วิน เสริมว่า งานอินทีเรียร์ ดีไซน์ เป็นงานที่รับทำหลายที่ได้ในเดือนเดียวกัน แต่ต้องรู้จักบริหารเวลาให้เป็น เพราะจะมีช่วงที่งานนั้นเพิ่งเริ่ม งานนี้เพิ่งเสร็จ จึงต้องจัดเวลาให้ดีๆ
“ผมว่าอาชีพอินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ เป็นอาชีพที่เหนื่อยนะเพราะต้องเดินทางบ่อย แต่ก็รู้สึกสนุกดี ด้วยความที่ตอนเรียนสถาปัตย์ฯ ผมเรียนทางด้านโครงสร้างการก่อสร้างมาด้วย เลยพอมีความรู้เรื่องโครงสร้างบ้านและตึก ว่าสิ่งที่เราต่อเติมเข้าไปนั้น ทำแล้วมันจะไม่พังลงมาแน่นอน แต่ยังไงซะก็ต้องให้วิศวกรเข้ามาดูอีกที”
วิน บอกว่า ทักษะทางด้านการออกแบบตกแต่งของเขา นอกจากได้มาจากการเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว ยังได้มาจากการเดินทางท่องเที่ยวและการไปดูงานให้ลูกค้ายังสถานที่ต่างๆ ด้วย การได้ไปเปิดหูเปิดตา หากมีความช่างสังเกตอยู่ในตัวก็สามารถหยิบประสบการณ์ที่ได้มาปรับใช้ในงานได้เสมอ
“ส่วนทักษะในการออกแบบมู้ดแอนด์โทนของบ้าน การเลือกใช้คู่สี ปริมาณสี และการใช้แสงแค่ไหนถึงจะสวย ผมได้มาจากตอนที่ทำงานออกแบบผ้าม่าน ก็เลยนำมาปรับใช้กับการออกแบบตกแต่งบ้าน คอนโด และอื่นๆ ได้ ส่วนแรงบันดาลใจและไอเดียต่างๆ ผมได้มาจากการอ่านหนังสือแต่งบ้านและดูเว็บไซต์ของต่างประเทศ ซึ่งจะมีรูปสวยๆ มากมาย อันไหนถูกใจก็ปักหมุดไว้ดู แต่ทั้งนี้เราต้องไม่ลอกเลียนแบบเขามานะ เอาแค่เป็นแรงบันดาลใจเท่านั้น”
วิน ทิ้งท้ายว่า เขาเป็นอินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ ที่โลว์โปรไฟล์มาก ผลงานไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเพราะไม่เคยส่งเข้าประกวด จะมีก็แต่การบอกต่อแบบปากต่อปากจากลูกค้าที่เห็นและชื่นชอบผลงานของเขาซะมากกว่า เพราะเขาจะรับงานเฉพาะลูกค้าที่คุยกันแล้วถูกคอลงตัวเท่านั้น เขาจึงทำงานได้อย่างสบายใจและเกิดไอเดียมากขึ้น
“ผมคิดว่ารางวัลที่ดีที่สุดสำหรับอาชีพของผมก็คือ การได้เรียนรู้ความต้องการจากลูกค้าหลายๆ รายที่มีความต้องการแตกต่างกัน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ผมมีแรงผลักดันในการปรับตัวหรือปรับไอเดียให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าด้วย อีกอย่างการที่ลูกค้าแนะนำบอกต่อกันแบบปากต่อปาก ก็ทำให้ผมรู้สึกดีเช่นกัน เพราะนั่นหมายถึงความไว้วางใจและการให้เกียรติที่พวกเขามีต่อเรา”
สำหรับคนที่กำลังจะก้าวมาสู่อาชีพอินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ วินแนะนำว่า ควรต้องสะสมประสบการณ์และศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา แล้วเราจะค้นพบซิกเนเจอร์หรืองานที่เป็นตัวตนของเราอย่างแท้จริง ยิ่งถ้าทำให้ลูกค้าพึงพอใจด้วยแล้ว ก็ยิ่งถือเป็นความสุขในชีวิตการทำงานของเราด้วยเช่นกัน
ติดตามผลงานได้ที่ FB : ITTIPHAT







