
ทางเลือกใหม่ในหนังจีทีเอช
โดย...พงศ์ พริบไหว
โดย...พงศ์ พริบไหว
หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง “ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” เข้าฉายไปได้ไม่กี่วัน หลายต่อหลายเสียงพูดทำนองเดียวกันว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ของค่ายหนังอารมณ์ดีดูจะเปลี่ยนไป มิใช่หนังรักใสๆ แต่กลับเป็นหนังที่มีความเป็นหนังที่ติดกลิ่นความเป็นอินดี้สูง จากการกำกับของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้มีลายเซ็นเฉพาะตัวในการทำงาน โดยเจ้าตัวได้โอกาสเข้ามาทำหนังกับค่ายใหญ่ครั้งแรกก็ถือเป็นการวัดใจมิใช่น้อย ฝั่งที่ติดตามงานเต๋อตลอดก็พอรู้สไตล์ของเขาแอบมีเหน็บบ้างว่า งานของเต๋อจะเปลี่ยนแนวการเล่าเรื่องไปจากเดิมเพราะอยู่ค่ายใหญ่ ซึ่งเมื่อกลุ่มแฟนของเต๋อได้ชมภาพยนตร์ก็คงไม่ติดอะไรหากชื่นชอบผลงานอย่าง “Mary is happy, Mary is happy” อยู่เป็นทุน
แน่นอนว่าคนที่ไม่เคยดูหนังของผู้กำกับคนนี้ และเข้าไปดูเพราะหน้าหนังของทางค่ายก็คงอดไม่ได้ที่จะวิจารณ์ ว่าทางค่ายจีทีเอชโปรโมทหนังของตัวเองออกมาดูเหมือนว่าเป็นภาพยนตร์แมสแสนโรแมนติก แต่พอเอาเข้าจริงกลับเป็นภาพยนตร์ที่ออกแนวอินดี้นอกกระแส โดยคนดูส่วนใหญ่ก็ติดกันแค่ตรงนี้ ขณะหลายๆ สื่อหยิบยกมาพูดถึงในเรื่องของภาพและบรรยากาศการเล่าเรื่องที่ไม่ใช่หนังอย่างทางค่ายถนัด แต่ตัดต่อตัวอย่างมาในแบบใสๆ ยังไงก็แล้วตอนนี้รายได้ของหนังกลับสวนกระแสเพราะทำรายได้ใกล้ถึงเลข 40 ล้านเต็มที งานนี้ก็ดีใจด้วย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกระแสชื่นชมในตัวเนื้อหนังก็มีทั้งคนที่ชอบมาก และเสียดายเงินในกระเป๋ามาก ปนๆ กันไป แต่เอาเป็นว่าวันนี้ทางค่ายเองก็ได้ทำสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นกับวงการภาพยนตร์ไทยแล้ว เพราะได้สร้างเวทีเปิดพื้นที่ให้คนดูหนังได้มานั่งถกเถียงได้วิจารณ์ กันอย่างตรงไปตรงมาซึ่งมันเป็นสิ่งที่เป็นกระแสที่หนังนำพาไปถึงและได้พิสูจน์บางสิ่งที่ตั้งใจให้เป็น ซึ่งคนดูถึงกับมึนและเชื่อแน่ว่าเนื้อหาที่ผู้กำกับอยากนำเสนอจะเข้าไปตั้งคำถามจนคนดูเข้าใจในท้ายที่สุดถึงแก่นของคำว่า “ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ”
สำหรับเวลานี้การมีขึ้นของภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ทำให้เห็นแล้วว่าทางค่ายเองกล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ แทนที่จะเน้นจุดแข็งให้กลายเป็นหนังรักเฮฮาทำเงินหลักพันล้าน เช่นปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งหากย้อนกลับไปดูภาพยนตร์เรื่องเก่าๆ ที่ทางค่ายจีทีเอชเคยทำมาก็มีอยู่หลายเรื่อง ซึ่งออกแนวเป็นหนังนอกกระแส แต่ทุกเรื่องที่ผ่านมากลับไม่ได้กระแสเท่ากับเรื่องนี้ ที่มีความชัดเจนในแนวทางอย่างมาก อีกทั้งยังได้คู่พระนางที่ฮอตมากแห่งยุคอย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และใหม่ ดาวิกา มาแสดงคู่กัน ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นแม่เหล็กของเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งนั่นเองทำให้เราได้รู้ว่า ทำไมทางค่ายถึงนำนักแสดงมากความสามารถคู่นี้มาเจอกัน
หากใครที่ยังไม่ได้เข้าไปดู อยากจะบอกว่าหนังเรื่องนี้ถือเป็นหนังที่เหมาะกับผู้คนทุกวัย ซึ่งถือเป็นหนังที่คุ้มค่าในเรื่องของคุณภาพและเป็นหนังที่หากยังไม่ได้ดูอย่างตัดสินจากสิ่งที่เห็นและได้ยินมา อีกทั้งอย่าพยายามตั้งความหวังว่าจะได้เห็นอะไรแบบที่เคยๆ จากค่ายหนังอารมณ์ดี เพราะมันคงถึงวันแล้วที่คนดูจะก้าวออกนอกกรอบของความเป็นจีทีเอชเสียบ้าง เพื่อพบกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เหลือก็อยู่ว่าคุณจะเปิดใจแค่ไหน







