
สาวสวยกับสัตว์แปลก นิยามใหม่ของความมุ้งมิ้ง
หมา แมว ปลา นก กลายเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน แต่เมื่อคำว่าสัตว์เลี้ยงตามพจนานุกรมหมายถึงสัตว์ที่ถูกควบคุมโดยมนุษย์ และมีความผูกพันกับคน ดังนั้นสัตว์ชนิดอื่นก็เป็นสัตว์เลี้ยงได้
โดย...พุสดี-กาญจนา
หมา แมว ปลา นก กลายเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน แต่เมื่อคำว่าสัตว์เลี้ยงตามพจนานุกรมหมายถึงสัตว์ที่ถูกควบคุมโดยมนุษย์ และมีความผูกพันกับคน ดังนั้นสัตว์ชนิดอื่นก็เป็นสัตว์เลี้ยงได้
สาวสวยทั้ง 3 คนนี้แหกกฎความมุ้งมิ้งโดยเลือกเลี้ยงสัตว์ตามใจ ซึ่งบางตัวไม่คิดว่าจะเลี้ยงได้แต่พวกเธอก็เลี้ยงมาแล้ว
มนต์ริสสา ลีนุตพงษ์ เซเลบเลี้ยงหมู
เซเลบริตี้และเจ้าของร้านคาเฟ่สุดเก๋ คาเฟ่ แอท อีส (Cafe At Ease) โบว์-มนต์ริสสา ลีนุตพงษ์ รับบทเป็นแม่หมูปิ้งมาได้ 7 เดือน หมูปิ้งเป็นหมูแคระพันธุ์ Pot Bellied Pig ขนาดโตเต็มที่จะเล็กกว่าหมูฟาร์มประมาณ 3 เท่า ซึ่งตอนนี้หมูปิ้งอายุ 1 ปี กว่า น้ำหนัก 45 กก.
“โบว์เคยเลี้ยงหมามาก่อนแล้วตายไป ทำให้ไม่กล้าเลี้ยงสัตว์ไปสักพักเพราะกลัวผูกพัน แต่พอไม่ได้เลี้ยงแล้วรู้สึกเหงา อยากมีเพื่อนให้ดูแล และพอดีเป็นจังหวะที่มีคนอยากขายหมูปิ้งพอดี โบว์ก็เลยได้น้องมาอยู่ด้วย”
แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลี้ยงคุณโบว์ก็ได้ศึกษาข้อมูลมาอย่างดี เพราะการเลี้ยงหมูไม่เหมือนเลี้ยงสุนัข ตรงที่ต้องให้เวลาและการดูแลมากเป็นพิเศษเพื่อสร้างความเชื่อใจ เพราะหมูเชื่อใจคนยาก
โบว์เล่าว่า ตามตลาดขายสัตว์เลี้ยงเช่นจตุจักร ก็มีหมูแคระขาย แต่เธอไม่อยากซื้อแบบนั้นเพราะอยากให้การเลี้ยงมีคุณค่า เธอจึงหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจนไปเจอเจ้าของเก่าหมูปิ้งกำลังประกาศขาย เพราะดูแลต่อไปไม่ไหว
“วันแรกที่มาอยู่ด้วยกันหมูปิ้งอายุ 7 เดือน ซื่งเป็นหมูวัยรุ่นแล้วและขาดความรัก มาทำให้โบว์ต้องดูแลน้องเป็นพิเศษ ให้เวลาเขา อยู่กับเขา จนตอนนี้หมูปิ้งสนิทกับโบว์และแม่โบว์เท่านั้น ถ้าเจอคนอื่นน้องจะงับ ยกเว้นคนที่มีอาหารในมือมาด้วยเขาจะอ้อน (หัวเราะ)”
ภาพของหมูในฟาร์มเป็นคนละเรื่องกับหมูปิ้ง ขนาดที่โบว์ยังตกใจกับความสำอาง “หมูปิ้งจะฉี่และถ่ายเป็นที่เป็นทาง ไม่เหยียบมูลของตัวเอง ผิวหนังแห้งไม่เกาะไขมัน ไม่มีกลิ่น ไม่มีเห็บ ถ้าให้เทียบคือหมูปิ้งสะอาดกว่าหมาที่โบว์เคยเลี้ยง” นอกจากนี้หมูปิ้งยังเป็นหมูฉลาด เช่น เปิดกลอนประตูเป็น รู้จักเอาใจคนที่มีอาหาร และถ้าใครขอถ่ายภาพก็จะยืนโพสท่าอยู่นิ่งๆ
“ตอนแรกที่พาหมูปิ้งมาอยู่ด้วย โบว์ก็เลี้ยงในบ้าน แต่เมื่อพอโตขึ้นน้ำหนักตัวมากขึ้น มีแรงมากขึ้น เธอจำเป็นต้องสร้างกรงไว้ด้านนอกทำเป็นอาณาจักรของหมูปิ้ง โดยในแต่ละวันจะให้อาหาร 3 มื้อ มื้อเช้าและเย็นให้เป็นอาหารโปรตีนผสมไฟเบอร์ใส่แตงกวาและข้าวโพด ส่วนมื้อกลางวันให้แครอต แตงกวา ไข่ กล้วย และผสมน้ำมากหน่อยเพราะระหว่างวันหมูปิ้งจะไม่ดื่มน้ำเลย ที่สำคัญที่สุด ทุกวันโบว์หรือไม่ก็แม่บ้านต้องพาหมูปิ้งเดินวันละ 3 ครั้ง เพื่อออกกำลังกาย”
ด้วยโบว์มีธุรกิจส่วนตัว ซึ่งร้านคาเฟ่ก็ตั้งอยู่ข้างบ้าน ทำให้เธอมีเวลาใส่ใจหมูปิ้งเช่นนี้ “เจ้าของต้องมีเวลา ถ้าไม่ใช่คนรักสัตว์จริงๆ ก็อย่าเลี้ยง” เธอยังย้ำหัวใจสำคัญ และยังแนะนำว่าวิธีที่ง่ายและดีที่สุดคือ การมองสัตว์เลี้ยงให้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เพราะเมื่อคิดแบบนี้แล้วเราก็จะไม่มีวันทิ้งให้เขาอยู่ตัวเดียว
พี่แช่มช้อย ควายแสนรู้ของหนูดี
หากใครไปพักที่ภูเรือ เรือนไม้ รีสอร์ท จ.เลย จะได้พบกับพี่แช่มช้อยหรือควายเพศเมียตัวอวบ เธอมีฐานะเป็นเพื่อนและพี่สาวของ หนูดี-จิตชนก ต๊ะวิชัย ทายาทรุ่นลูกที่กลับบ้านเกิดมาสืบทอดกิจการครอบครัว
หนูดีเล่าว่า ได้พี่แช่มช้อยมาเมื่อ 3 ปีก่อนโดยไถ่ชีวิตมาจากตลาดนัดโคกระบือ “มีความตั้งใจแต่แรกอยู่แล้วว่าอยากเลี้ยงควาย เพราะอยากได้ปุ๋ยและอยากให้เขามาทำนาแบบดั้งเดิม ก็เลยไปที่ตลาดนัดโคกระบือ พี่แช่มช้อยเป็นตัวที่โรงฆ่าสัตว์ซื้อไปแล้ว เราก็ไปไถ่ต่อมาอีกครั้งหนึ่ง ที่เลือกตัวนี้เพราะตอนที่เดินเข้าไปในตลาดได้คิดในใจว่า ถ้าใครอยากไปอยู่ด้วยก็ให้เดินเข้ามา ปรากฏว่าเป็นเขา ก็เลยได้พากลับบ้านด้วยกัน”
หน้าที่ของแช่มช้อยคือ กินหญ้าบริเวณที่เป็นหญ้าอ่อน ผลิตปุ๋ย และคราดนาบ้างบางส่วน โดยที่รีสอร์ทมีที่นาเป็นของตัวเอง จะทำนาปีละ 2-3 ครั้ง พี่แช่มช้อยจะช่วยคราดดินแต่จะไม่ไถเพราะอุปกรณ์การไถมีน้ำหนักมาก พี่แช่มช้อยอาจรับไม่ไหวและยังไม่มีความชำนาญพอ
ขณะที่หน้าที่ของหนูดีคือ เดินไปหาพี่แช่มช้อยทุกวันตอนเช้าพร้อมกล้วยในมือ คนงานจะพาไปเดินหาแดด ปล่อยให้กินหญ้าอ่อน พาลงเล่นน้ำในสระของเขา พาวิ่งออกกำลังกายบ้าง หรือบางครั้งก็ผูกติดไว้กับหลักแล้วปล่อยเชือกยาวๆ ให้เขาได้วิ่งเล่นเอง
“การเลี้ยงควายนอกจากจะต้องมีพื้นที่แล้วยังต้องมีเวลาให้เขาด้วย เพราะเราไม่สามารถปล่อยให้อยู่ตัวเดียวได้ เราต้องควบคุมการกิน เพราะเขาไม่สามารถคิดเองได้ว่าหญ้าแบบไหนกินได้หรือกินไม่ได้ พืชที่เป็นอันตรายเป็นพวกไมยราบ พืชตระกูลกระถิน ตระกูลถั่ว ซึ่งเมื่อก่อนหนูดีมีควายอีกตัวชื่อแชล่ม แต่ล้มไปเพราะไปกินไมยราบยักษ์ จึงเป็นอุทาหรณ์ให้เลี้ยงตัวนี้ให้ดี”
หนูดีกล่าวถึงความผูกพันกับพี่แช่มช้อยว่า เขาคือส่วนหนึ่งของครอบครัว “ทุกวันที่อยู่ที่นี่ต้องไปเจอหน้าเขา ชีวิตของเขาไม่ต่างจากการเลี้ยงสุนัขเท่าไหร่ เขารอคอยที่จะเจอหน้าเรา แค่ได้ยินเสียงเรา ถ้าเชือกไม่ถูกมัดไว้เขาก็จะเดินมาหา มันทำให้รู้ว่า ตัวของพี่แช่มช้อยเองก็รู้สึกรักและผูกพันกับเราเหมือนกัน”
อลิซกับสัตว์เลี้ยง(แสน)มหัศจรรย์
อลิซ-ชญาดา สนธิรักษ์ นักร้องสาวจากค่ายอาร์สยาม สาวสวยใจดีแถมรักสัตว์(เลี้ยง)มากๆ เพราะนอกจากที่บ้านของเธอจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบเพลนๆ อย่างหมาและกระต่ายแล้ว เธอยังเลี้ยงเม่นแคระ, เป็ดแมนดาริน, ไก่ไข่, ห่าน และไก่ดำขนขาว อีกด้วย
“อลิซรักสัตว์ค่ะ โดยเฉพาะสัตว์แปลกๆ อลิซชอบ อลิซว่าเสน่ห์ของ Exotic Pet คือ ความไม่เหมือนใคร ด้วยความที่เราชอบอะไรที่แปลกๆ อยู่แล้ว พอมาเจอสัตว์เลี้ยงที่อาจจะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่หลายคนคุ้นชินเลยยิ่งชอบ แต่ถึงจะเป็นสัตว์ประเภทไหน แปลกไม่แปลก อลิซก็มองเป็นสัตว์เหมือนกันหมด รักเหมือนกันหมดนะ (หัวเราะ)”
อลิซ บอกว่า เริ่มต้นเลี้ยงสัตว์แปลก อย่างแรก คือ ไก่ไข่ ได้แรงบันดาลใจจากตอนช่วงสงกรานต์ที่คนงานหลังบ้านไม่อยู่ ต้องเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เลยฝากให้เธอช่วยดูแล เอาอาหารไปให้ไก่ ปรากฏว่าพอเลี้ยงแล้วติดใจ เลยอยากซื้อมาเลี้ยงบ้าง เธอเลยตัดสินใจไปซื้อไก่ดำขนขาว 1 คู่ และไก่ไข่ 4 ตัวมาเลี้ยง หลังจากนั้นก็ไปซื้อเป็ดแมนดารินมาเลี้ยงอีก 1 คู่ เพราะอดเทใจให้กับความน่ารักของเจ้าเป็ดตัวเหลืองไซส์มินิไม่ได้
“อลิซตั้งใจเลี้ยงแบบจริงใจเลยนะ เราอยากเห็นการเจริญเติบโตของพวกมัน อย่างไก่ไข่อลิซหวังว่าจะได้เก็บไข่จริงๆ เลย ส่วนเป็ดนี่อลิซต้องคอยทำความสะอาดกรงให้ด้วยตัวเอง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านสถานที่ อลิซเลี้ยงมันไว้ที่ดาดฟ้ากับกระต่าย มีให้มาเล่นในอ่างน้ำบ้าง แต่ก็ยังเหมือนเราเลี้ยงฝืนธรรมชาติของมันอยู่ ตอนหลังไปซื้อห่านมาเลี้ยงอีกคู่หนึ่ง ด้วยความที่ห่านตัวใหญ่ ต้องฝากคนงานหลังบ้านไว้ ปรากฏว่าตื่นเช้ามาอีกวันหายไปเลย เสียดายมาก”
แต่ถึงจะรักแค่ไหน อลิซบอกว่า ตอนนี้ต้องตัดใจ เพราะเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา คุณพ่อตัดสินใจนำไก่และเป็ดที่เลี้ยงไปฝากญาติเลี้ยงที่ต่างจังหวัด ด้วยข้อจำกัดเรื่องสถานที่อย่างที่บอก ตอนนั้นอลิซก็เสียใจและเสียดายมาก แต่ก็ต้องยอม ตอนนี้สัตว์เลี้ยงที่อลิซเลี้ยงอยู่นอกจากกระต่ายและหมาคือ เม่นแคระ ซึ่งอลิซบอกว่าดูแลอย่างดีลงทุนป้อนขาวป้อนน้ำเอง
“อนาคตอลิซตั้งใจจะซื้อจิ้งจอกทะเลทรายมาเลี้ยง เห็นแล้วน่ารักดี หน้าตามันคล้ายสุนัขพันธุ์ชิวาวา แต่หางเป็นพวง หูใหญ่ๆ แต่ราคาค่อนข้างแพง เลยขอศึกษาไปก่อนจะตัดสินใจซื้อมาเลี้ยงจริง”
อลิซกล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า สัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีชีวิต มีเลือดมีเนื้อและจิตใจไม่ต่างจากคนเรา สำหรับอลิซสัตว์เลี้ยงก็เหมือนหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ดังนั้นทุกครั้งก่อนที่ตัดสินใจซื้ออะไรมาเลี้ยงต้องศึกษาวิธีการเลี้ยงอย่างดีก่อน เพื่อจะได้เลี้ยงเขาให้ดีที่สุด
นิยามคำว่าสัตว์เลี้ยงในทัศนคติทั่วไปถูกขบถไปแล้ว เพราะมันไม่ถูกจำกัดอยู่ที่ขนาด สายพันธุ์ หรือความน่ารักเสมอไป แต่ประเด็นมันอยู่ที่เลี้ยงแล้วรักหรือเปล่า นี่ต่างหากที่สำคัญ







