posttoday
หม่นโดนใจ ‘มิวส์’

หม่นโดนใจ ‘มิวส์’

08 กันยายน 2558

โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ Warner Bros.

โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ Warner Bros.

กว่า 20 ปีที่ผ่านมา “มิวส์” วงดนตรีร็อกจากอังกฤษสร้างผลงานและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะในเรื่องการแสดงสดที่ทรงพลัง

ในช่วงหลายปีหลัง มิวส์ หันไปทดลองงานทำงานและผสมเสียงใหม่ โดยการนำดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้ามา เติมกิมมิกอย่างเช่น ซิมโฟนี นักร้องประสานเสียง ฯลฯ เข้าไปในเพลงของพวกเขา ทั้งยังใช้เวลาทำงานหมดไปกับการสร้างเสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์หรือกลองไฟฟ้า พวกเขาใส่รายละเอียดมากมายซับซ้อนในเพลง ทั้งยังให้ความสำคัญและเวลากับสิ่งเหล่านั้นมากยิ่งกว่าการได้เล่นดนตรีด้วยกันในฐานะวง แต่การสร้างสรรค์เสียงใหม่ๆ ของพวกเขาก็ยังได้รับคำชื่นชมยกย่องเสมอมา

เมื่อถึงเวลาที่จะกลับมาทำงานเพลงอีกครั้ง สมาชิกของมิวส์ คือ แมททิว เบลลามี (นักร้องนำ กีตาร์ เปียโน คีย์บอร์ด) คริสโตเฟอร์ วูลสเตนโฮล์ม (เบส) และดอมินิค โฮวาร์ด (กลอง เพอร์คัสชั่น ซินธีไซเซอร์) พวกเขาถูกกระตุ้นให้โหยหาและหวนกลับสู่รากเหง้ารวมทั้งอารมณ์ความรู้สึกเดิมๆ ในช่วงเริ่มต้นเมื่อ 20 กว่าปีก่อน 

ผลที่ได้คือ Drones อัลบั้มที่ 7 ของวงมิวส์ ซึ่งเป็นงานร็อกอันร้อนแรงอย่างที่พวกเขาเคยทำได้ดี ทั้งยังผสมความต้องการ ความรู้สึก และแนวคิดใหม่ๆ เข้ามา ก่อนหน้านี้พวกเขาโปรดิวซ์งานเอง แต่กับอัลบั้มใหม่พวกเขาอยากจะใช้เวลาสำหรับการทำเพลงและเล่นดนตรีมากขึ้น จึงต้องการใครสักคนในห้องคอนโทรลรวมทั้งดูแลโปรดักชั่นโดยรวมให้

เมื่อถูกแนะนำให้รู้จัก โรเบิร์ต จอห์น “มัตต์” แลง โปรดิวเซอร์ผู้โด่งดังจากการทำงานกับหลายวงดัง รวมทั้ง เดฟ เลพพาร์ด เอซีดีซี ฯลฯ ทางวงก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไอเดียที่ถูกต้อง เพราะพวกเขานั้น
ไม่ได้อยากทำ “เพลงดัง” หรือ “อัลบั้มขายดี” หลังจากพบกันพวกเขาจึงรู้ว่าจอห์นแตกต่างออกไป เขาเข้าอกเข้าใจคอนเซ็ปต์ของงาน รวมทั้งความต้องการของศิลปินเป็นอย่างดี วงและทีมงานได้ปลีกวิเวกไปทำอัลบั้มนี้ด้วยกันที่แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งพวกเขาไม่มีอะไรอย่างอื่นให้สนใจนอกเสียจากเล่นดนตรีและทำอัลบั้ม

ครั้งนี้พวกเขากลับคืนสู่เบสิกอีกครั้ง กลับมาเป็นวงดนตรีร็อกมาตรฐาน 3 ชิ้น กีตาร์ เบส และกลอง แต่ก็ยังมีเปียโนและซินธ์ผสมๆ เข้ามาบ้าง บทเพลงที่สร้างสรรค์ออกมาเป็นความคุ้นเคย คือจิตวิญญาณและรากเหง้าเดิมๆ

Drones เป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้มที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ สงคราม และการเมือง โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือและเรื่องราวของการใช้อากาศยานควบคุมระยะไกล (โดรน) เป็นอาวุธในการทำสงคราม มิวส์ ได้นำคำพูดของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ แห่งสหรัฐเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ในปี 1961 มาใส่ในช่วงหนึ่งของอัลบั้มด้วย

คอนเซ็ปต์อัลบั้มนี้ดูจะ “ดาร์ก” กว่างานก่อนหน้านี้ของพวกเขามาก เพลงชื่อ Dead Inside น่าจะเล่าถึงโดยรวมของอัลบั้มได้ดี เพลงนี้พูดถึงบางคนซึ่งมีเรื่องราวไม่ดีเกิดขึ้นกับเขา แม้จะพยายามไม่รู้สึกไปกับมัน แต่ตัวตนของเขากลับได้รับการกระทบอย่างรุนแรง ด้วยอำนาจมืดดำ การกดขี่ การครอบงำ ทำให้เกิดความรู้สึกเปราะบาง เจ็บปวด อ่อนแอ และตายอยู่ข้างใน

เนื้อหาในเพลงพูดถึงการถูกละทิ้ง สูญเสียความหวัง การถูกสั่งสอนปลูกฝังแบบละเลยความเป็นมนุษย์ เพลงอื่นๆ ไม่ว่าจะ Psycho, Mercy, Reapers ฯลฯ ต่างสะท้อนถึงความรู้สึกที่อยากต่อสู้กับความกดดันกดขี่ เพลง The Handler นั้นยิ่งดาร์กหนักเข้าไปอีก จนแมททิวกรีดร้องออกมา ... “ข้าไม่ต้องการถูกคนอื่นใช้ ข้าไม่ต้องการถูกควบคุม ข้าไม่อยากเป็นคนเย็นชา ข้ายังอยากจะมีความรู้สึกอยู่ ...”

Drones รวมเพลงหนักๆ เปี่ยมพลัง เร้าอารมณ์ และความรู้สึก เป็นงานที่น่าจะสาสมใจแฟนรุ่นเก่าๆ ของ มิวส์ อาจจะไม่ใช่งานที่ถูกเลือกไปออกอากาศทางวิทยุบ่อยๆ หรือป๊อปปูลาร์สุดๆ แต่อัลบั้มนี้ก็ยังมีคนรักและรับได้จนขึ้นถึงอันดับ 1 ใน The Billboard 200 ได้ ส่วน Dead Inside ก็ขึ้นถึงอันดับสูงสุดในชาร์ต Hot Modern Rock Tracks เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จทางด้านการตลาดน้อยกว่าอัลบั้มก่อน แต่นั่นคงจะไม่ใช่สิ่งซึ่งวงให้ความสำคัญที่สุด เพราะแมททิวเองเคยให้สัมภาษณ์ทำนองว่า ทั้งหมดเป็นความตั้งใจของเขา ที่ไม่อยากจะทำงานโดยอิงกับการตลาดมากเกินไป พวกเขาไม่ได้อยากทำเพลงดังระดับเมนสตรีมมากจนไม่สนใจสิ่งอื่น เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นตัวตนของศิลปินหรือคนสร้างสรรค์งานก็จะถูกทำลาย

ในแง่มุมหนึ่งงานชุดนี้คือ การปฏิเสธคำพูดที่ว่า ยุคสมัยนี้ศิลปะของการทำ “อัลบั้ม” นั้นได้ตายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ด้วยว่าในปัจจุบันอัลบั้มจะกลายเป็นแค่คำเรียกของการรวมนำหลายๆ เพลงที่เป็นเอกเทศต่อกันมาไว้ด้วยกัน โดยคนฟังก็จะเลือกฟังเฉพาะเพลงที่ชอบเท่านั้น

วันนี้ มิวส์และ Drones ได้พิสูจน์แล้วว่า ศิลปะการทำ (คอนเซ็ปต์) อัลบั้มนั้นยังคงอยู่ การสร้างสรรค์และเลือกหลายๆ เพลงมาเชื่อมโยงร้อยเรียงเข้าด้วยกันเป็นอัลบั้มนั้นต้องใช้ฝีมือ พลังความคิด และจินตนาการ ไม่ใช่สิ่งที่ทำกันง่ายๆ จึงเรียกได้ว่าเป็น “รูปแบบของงานศิลปะ” ชนิดหนึ่งก็ไม่ผิด

นอกจากได้ฟังอัลบั้มใหม่ของพวกเขาอย่างเต็มอิ่มแล้วกับคอนเสิร์ต MUSE Live in Bangkok 2015 ที่จะเกิดขึ้นในวันพุธที่ 23 ก.ย.นี้ ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี แฟนเพลงของมิวส์ ก็จะได้ไปพิสูจน์ความสามารถในเรื่องการแสดงสดอันเลื่องระบือของพวกเขาด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท