posttoday
"ช้างศึก" คึกคัก ลุ้นเปิดราชมังฯดับอิรัก

"ช้างศึก" คึกคัก ลุ้นเปิดราชมังฯดับอิรัก

08 กันยายน 2558

พรีวิว "ช้างศึก" คัดบอลโลกบู๊ "อิรัก" ที่นี่

พรีวิว "ช้างศึก" คัดบอลโลกบู๊ "อิรัก" ที่นี่

ไทย - อิรัก
สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน
เวลา : 19.00 น.

วลีฮิต "บอลไทยจะไปบอลโลก" เดินทางมาถึงจุดสำคัญ เมื่อทีมชาติไทยที่เก็บชัยรวดมาสองเกมในเกมคัดเลือกรอบแรก ต้องเปิดบ้านต้อนรับคู่ปรับแย่งแชมป์กลุ่มอย่างอิรัก วันที่ 8 ก.ย. ว่ากันว่าผู้ชนะนัดนี้ มีสิทธิตีตั๋วไปเล่นรอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชียสูง

"ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์เพื่อติวเข้มแทคติกสำหรับเกมนี้ แม้สภาพทีมจะขาดแกนหลักอย่าง "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, นูรูล ศรียานเก็ม, อาทิตย์ ดาวสว่าง และ อดิศักดิ์ ไกรษร แต่ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมอาเซียนปี 2014 ได้ เตรียมหมากแก้ไว้เรียบร้อย พร้อมปลุกใจลูกทีมให้โฟกัสแผนที่เก็บตัวและพยายามเล่นตามซ้อม

"ทีมไทยเวลานี้ไม่ใช่ทีมที่ใครกินง่ายๆ เราคิดแค่ว่าจะทำอย่างไรที่จะยกระดับมาตรฐานให้ไปในระดับเอเชีย ผมบอกว่านักเตะผมว่า ผู้เล่นของอิรักเหล่านี้ ไม่ใช่ (เอเด็น) อาซาร์, ไม่ใช่ (คริสเตียโน) โรนัลโด้ หรือ (ลีโอเนล) เมสซี ดังนั้นอย่าไปกลัว ผมมั่นใจระบบการเล่นของเราทั้งเกมรุกและรับซึ่งถือว่าดีมาก อีกทั้งความกระหายของผู้เล่น ตลอดจนขวัญกำลังใจอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ภาวนาให้ฝนไม่ตก เราน่าจะทำผลงานออกมาได้ยอดเยี่ยม" ซิโก้ กล่าว

เกมนี้ทัพ "ช้างศึก" คงใช้ระบบ 4-2-3-1 เหมือนเช่นเดียวกับเกมที่อุ่นเครื่องชนะอัฟกานิสถาน 2-0 กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ลงเฝ้าเสา แบ็กขวาเป็น ทริสตอง สมชาย โด ฝั่งซ้ายใช้ "กัปตันอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน โดยวาง สุทธินันท์ พุกหอม เป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ กรวิทย์ นามวิเศษ

แดนกลางให้ สารัช อยู่เย็น ตัดเกม โดยมี สรรวัชญ์ เดชมิตร เป็นตัวขับเคลื่อนเกมจากรับเป็นรุก ให้ ปกเกล้า อนันต์ เป็นหน้าต่ำ กราบซ้ายใช้ิ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ทางขวาเป็น มงคล ทศไกรขณะที่หัวหอกตัวเป้าจะเป็น "เทพมุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ที่ยิงไป 3 ประตูจาก 2 เกมที่ลงรับใช้ทีมชาติไทย

ด้าน ยาห์ยา อัลวาน ผู้จัดการทีมที่เพิ่งจะถูกเลื่อนชั้นจากทีมเยาวชนมาเป็นหัวเรือชุดใหญ่ของทีมชาติอิรัก ยอมรับทีมชาติไทยภายใต้การคุมทัพของซิโก้มีพัฒนาการขึ้นเยอะมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่ลืมขู่เกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกคืนนี้ชัยชนะจะต้องเป็นของอิรักเท่านั้น

“ผมมาที่นี่ ไม่เคยคิดถึงเรื่องการบุกมาเพื่อแบ่งแต้ม เพราะเราต้องการชัยชนะ วันนี้ต้องเป็นเกมที่สนุกแน่นอน และเราจะเล่นอย่างขาวสะอาด ผมต้องยอมรับ จากประสบการณ์ที่เคยเจอกับไทยมา ทั้งในเอเชียน เกมส์และโอลิมปิค เกมส์ นักเตะของไทยมีความเร็วและคล่องแคล่ว ต้องยอมรับเลยว่าพวกเขามีพัฒนาการที่ดีและเร็ว แต่ผมมองว่าตอนนี้พวกเขายังอยู่ในระดับกลางๆของเอเชียนะ” อัลวาน กล่าว

ขุมกำลังอิรักคงจะมาในระบบ 4-2-3-1 เช่นเดียวกัน เพราะแผนนี้ถล่มไต้หวันมาถึง 5-1 นำทัพโดย ยาเซอร์ คาซิม ,เดิร์กแฮม อิสมาอิล , มุซตาฟา นัดฮิม , ซาลัม ชาเคอร์ และ ยูนิส มาห์มูด หัวหอกกัปตันทีมมากประสบการณ์วัย 32 ปี

ความน่าจะเป็น : บทสัมภาษณ์ของโค้ชซิโก้ที่ไม่อยากให้ฝนตก ตีความได้ว่าไทยคงเดินเกมรุกด้วยภาคพื้นดินเป็นหลัก ดังนั้นบอลจังหวะเดียวถือเป็นจุดชี้เป็นชี้ตาย หากรับส่งแม่นยำโอกาสเข้าทำลุ้น 3 แต้มมีสูง ขณะที่อิรักบอลไสตล์ตะวันออกกลางเน้นเทคติกและความเร็วเป็นหลัก ถ้าช้างศึกเสียบอลง่าย หลังบ้านมีเหนื่อยแน่ โดยเฉพาะบอลยาวกับลูกกลางอากาศสุดแม่นยำ เชื่อว่าเสียงเชียร์ในราชมังฯคงเป็นตัวแปรชั้นดี เชียร์ให้กระหึ่ม ... ช้างศึกก็มีเฮ

สกอร์ที่คาด : ไทย ชนะ 2-1

สถิติน่าสนใจ 'ไทย-อิรัก'

- พบกันทั้งหมด 13 ครั้ง ไทยชนะ 2 เสมอ 3 และแพ้ถึง 8 ครั้ง
- นับตั้งแต่ปี 2001 ไทยแพ้อิรักแค่ครั้งเดียว (0-1/เอเชียนส์เกม 2014)
- นัดล่าสุดที่พบกันในสนามราชมังฯไทยชนะได้ 2-1 (อุ่นเครื่อง)
- ธีรศิลป์ เป็นกองหน้าคนสุดท้ายที่ซัลโวอิรักได้ (อุ่นเครื่อง, 2008)
- มาห์มูด กองหน้าอิรักที่ติดทีม 141 นัด มักทำผลงานได้ดีกับไทย
- นับเฉพาะในรายการคัดเลือกฟุตบอลโลก เคยเจอกันครั้งเดียวปี 2001
ไทยเสมอ 1-1 ในบ้าน และบุกไปแพ้ 0-4 ที่อิรัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท