
ผู้เล่นคนที่12 กู่ก้องลั่นราชมังคลาฯ
ทุกคนคือผู้เล่นคนที่ 12 ผู้เล่นที่พร้อมใจกันเปล่งเสียง “ไทยแลนด์ๆ” สร้างขวัญกำลังใจให้ขุนพลช้างศึก
โดย....ช้างสาร
ในที่สุดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ระหว่าง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย กับ ขุนพลแดนสงคราม “อิรัก “จะระเบิดแข้งกันแล้วในวันอังคารที่ 8 ก.ย. นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน
ทีมชาติไทยจัดอยู่ในกลุ่มเอฟ มีคู่ต่อกรสำคัญระดับแถวหน้าเอเชียร่วมด้วย ในแมทช์นี้จึงมีความสำคัญยิ่งยวด เพราะถ้าหากไทยเก็บชัยชนะได้จะมีโอกาสสูงในการเข้ารอบ12 ทีมสุดท้ายต่อไป
ผลงานที่ผ่านมา ไทยเปิดบ้านเอาชนะนักเตะตระกูลเหงียน 1-0 จากนั้น เดินทางไปเยือนไต้หวันสามารถคว้าชัย 2-0 ด้วยฝีเท้า “เทพมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ทั้งสองลูก
การพบกับอิรัก จึงเป็นนัดที่สามของทีมชาติไทย หากเอาชนะได้ก็จะมีเก้าคะแนนนำจ่าฝูงของกลุ่ม โดยจะเหลือเกมออกไปเยือนเวียดนาม เฝ้าบ้านพบไต้หวัน และปิดท้ายด้วยการพบอิรัก ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน (เนื่องจากฟีฟ่าให้ใช้สนามประเทศอิหร่านเตะคัดเลือก) ขณะที่วันเดียวกัน เวียดนามจะเดินทางไปเยือนไต้หวัน ซึ่งผลการแข่งขันออกมาจะทำให้เห็นถึงการจัดอันดับคะแนนในกลุ่มนี้ด้วย
เกมการแข่งขันแมทช์นี้ ถูกกล่าวขานกันมาข้ามเดือน มีการเปิดจำหน่ายบัตรเมื่อเดือนสิงหาคม โดยทันทีที่เปิดจำหน่ายวันแรก บัตรถูกจับจองในวันเวลาอันรวดเร็วจนหมดเกลี้ยง
คงไม่ต้องสงสัยอะไรกันมาก เพราะความคลั่งไคล้ศรัทธานักเตะทีมชาติไทย ซึ่งประสบความสำเร็จจากการคว้าอันดับสี่ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยนเกมส์ คว้าแชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟซูซูกิคัพ เหรียญทองซีเกมส์ เนื่อจากมีผู้เล่นชุดใหญ่ร่วมอยู่ด้วย จึงทำให้แฟนบอลชาวไทยเฝ้าติดตาม พร้อมที่จะส่งเสียงเชียร์ทีมอันเป็นทีรักภายใต้การนำของโค้ชสมองเพชร ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ตลอดมา
มีคำถามมาโดยตลอด “เราพร้อมก้าวไปสู่แถวหน้าเอเชียหรือยัง” “ทีมไทยจะมีโอกาสไปฟุตบอลโลกหรือไม่” สิงโตแห่งเมโสโปเตเมียหรือทีมชาติอิรัก กำลังจะให้คำตอบในวันที่ 8 ก.ย.นั่นเอง
นี่คือปฐมบทแห่งการพิสูจน์ศักยภาพนักเตะไทยที่ไม่ใช่เก่งแต่เฉพาะเจ้าอาเซียน!?!
พลิกดูสถิติ อิรักเคยคว้าแชมป์เอเชียนคัพ 2007 แม้แต่ล่าสุดคว้าอันดับสี่ ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2015 ขณะที่ฟุตบอลระดับเยาวชนไม่น้อยหน้าเข้ารอบสุดท้ายเยาวชนโลกทั้ง ยู -19 ยู-22 เรียกว่าสร้างผลงานเกาะกลุ่มแถวหน้าเอเชียมาโดยตลอด อีกอย่างนักเตะค้าแข้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา ด้วยสรีระร่างกายที่สูง แข็งแกร่ง มีมาตรฐานการเล่นตามแบบฉบับสากล
อิรักเคยปะทะแข้งไทยมา 12 ครั้ง ปรากฎว่า ไทยชนะเพียง 3 ครั้ง เสมอ 2 แพ้ 7 ยิงได้ 10 ประตู เสีย 29
แต่อย่าลืมว่า สถิติมีไว้ทำลาย! อีกอย่าง การเล่นในบ้านที่ผ่านมาไทยไม่เคยแพ้อิรัก!
การเจอนักเตะแดนสงครามล่าสุด นั่นคือ การชิงเหรียญทองแดงในฟุตบอลเอเชียนเกมส์ ที่อินชอล ประเทศเกาหลีใต้
เกมส์การแข่งขันวันนั้น หากใครได้ติดตาม พบว่า ทีมไทยสามารถต่อกรกับทีมตะวันออกกลางชนิดที่สู้ได้อย่างสูสี โดยแพ้ไป 1-0 ด้วยลูกโหม่งจากยูนิส มะห์หมูด นักเตะมากประสบการณ์ ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ ทีมอิรักก็จัดผู้เล่นจากเอเชี่ยนเกมส์ถึง 9 ตัว และเป็นโค้ชคนเดิมที่เคยคุมตอนเอเชี่ยนเกมส์ ว่าไปแล้วก็เหมือนศึกล้างตาระหว่าง ไทย กับ อิรัก หลังจบเอเชียนเกมส์ อีกครั้ง
จริงอยู่ในสายตาต่างชาติ ทีมชาติไทยอาจเป็นรอง แต่การเล่นในบ้านท่ามกลางกองเชียร์เต็มความจุของสนาม ท่ามกลางสายตาประชาชนคนไทยอีกหลายล้านคู่ กำลังเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์ส่งพลังใจ “ นี่แหละที่ทำให้เราไม่เป็นรอง”
ทุกคนคือผู้เล่นคนที่ 12 ผู้เล่นที่พร้อมใจกันเปล่งเสียง “ไทยแลนด์ๆ” สร้างขวัญกำลังใจให้ขุนพลช้างศึกประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้







