
กอร์บ เดอะ บ๊อบ กระเป๋าแคนวาสของสาววิจิตรฯ
เพราะเป็นคนชอบกระเป๋าผ้า และงานกระเป๋าที่เชียงใหม่จะมี 2 กลุ่มใหญ่ คือ วัสดุเป็นผ้าดิบ เนื้อบางและสกรีนลายลงไป แบบนี้จะใช้ต้นทุนน้อย ขายได้ราคาถูก ผลิตได้เร็ว
โดย...กองทรัพย์
“เพราะเป็นคนชอบกระเป๋าผ้า และงานกระเป๋าที่เชียงใหม่จะมี 2 กลุ่มใหญ่ คือ วัสดุเป็นผ้าดิบ เนื้อบางและสกรีนลายลงไป แบบนี้จะใช้ต้นทุนน้อย ขายได้ราคาถูก ผลิตได้เร็ว กับอีกแบบหนึ่งจะงานเนี้ยบ สวยและประณีตมาก แต่ราคาก็สูงมากเช่นกัน ดังนั้นเราจึงมองหาจุดตรงกลางที่คนชอบกระเป๋าผ้าสามารถซื้อได้ในราคาปานกลาง ขณะที่ดีไซน์และวัสดุ ความประณีต และทนทานอยู่ในระดับที่ดี ก็เลยออกมาเป็นแบรนด์ Gorb The Bob เอาใจคนชอบกระเป๋าแคนวาสโดยเฉพาะ”
โบ-ยลพลอย อิทธิพันธุ์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกกับเราถึงธุรกิจกระเป๋าของเธอที่เริ่มเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากการเป็นเด็กผู้หญิงที่รักการสะพายกระเป๋าผ้าเอามากๆ ถึงแม้ว่าเชียงใหม่จะเป็นแหล่งรวมกระเป๋าหลากประเภทแต่ยังไม่มีแบรนด์หรือแบบที่ตรงใจ 100% และจากการเก็บประสบการณ์เป็นพนักงานในร้านขายของที่ระลึกในเมืองเชียงใหม่ ทำให้เธอคิดต่อยอดสร้างแบรนด์ของตัวเอง
“จุดประสงค์คืออยากทำกระเป๋าแคนวาสที่ใช้ได้ทนทาน ทำความสะอาดง่าย ขณะเดียวกันก็มีแพตเทิร์นและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ถูกใจเรา แต่กระเป๋าที่เราเห็นในตลาดบางแบรนด์ราคาสูงมาก เราก็เลยลองขึ้นรูปกระเป๋าของเราเองก่อน ทำใช้เอง คอนเซ็ปต์คือเป็นกระเป๋าผ้าที่เรียบ สีขาว ใช้ชื่อว่า กอร์บ เดอะ บ๊อบ (Gorb The Bob) มาจากโบกับกอบ (หุ้นส่วน) ผสมกับชื่อตัวละครในแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ชอบคือ กอร์บ นำมารวมๆ กัน” สาวตากลม เล่าด้วยดวงตาประกาย
สาววิจิตรศิลป์ บอกว่า เธอเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินทุนของตัวเอง ในจำนวนที่ไม่มากนักคือ 4,000 บาท เธอเริ่มต้นด้วยการหาแบบกระเป๋าที่ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเธอเองก่อน จากนั้นก็ตามหาเนื้อผ้ากระเป๋าที่ต้องการ ซึ่งต้องพิถีพิถันเพราะเป็นวัตถุดิบหลักที่สำคัญ เสาะหาทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ จึงได้ข้อสรุปว่าใช้ผ้าแคนวาสเนื้อยีนส์
“ลงไปหาวัตถุดิบที่กรุงเทพฯ แต่ปรากฏว่าราคาค่อนข้างสูง แต่อุปกรณ์บางอย่างที่กรุงเทพฯ จะถูกกว่า โบจะหาผ้าก่อน เราได้ผ้าที่เชียงใหม่ พอได้เนื้อผ้าตามต้องการก็จะหาของตกแต่งต่อ เราก็หาทั้งจากสวนจตุจักร ก็ได้งานร้อยลูกปัดสีของชาวอัฟกันที่เขาเอามาขาย มาหาในกาดหลวงเชียงใหม่ต่อซึ่งของตกแต่งส่วนใหญ่จะเป็นผ้าเก่าและงานฝีมือของชาวเขา เราก็ไปเลือกรื้อลายตามที่เราชอบมาก่อน”
เมื่อได้วัสดุที่ต้องการครบถ้วนแล้ว โบบอกว่าเธอและหุ้นส่วนหอบหิ้วแบบกระเป๋าและของที่มีทั้งหมดไปหาช่างตัดเย็บ เธอเลือกช่างพื้นเมือง เพราะราคาไม่สูง และเป็นการส่งเสริมอาชีพ “จริงๆ แล้วช่างมี 2 แบบ คือชาวบ้าน กับช่างที่ออกแบบดีไซน์ให้เราด้วย แต่อย่างหลังราคาค่อนข้างสูง เราจึงเลือกแบบแรก โดยนำแบบไปให้ช่างช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้ช่างชาวบ้านไปในตัว ซึ่งแม้เราจะเหนื่อยกว่าเพราะต้องแนะนำเนื้อผ้า การมาร์กจุดของตกแต่ง เพราะว่าบางครั้งช่างทำหลายอย่างก็มีหลงลืมบ้าง ซึ่งการใช้ช่างพื้นเมืองทำให้เราผลิตกระเป๋าได้ไม่มากล็อตหนึ่งได้ประมาณ 10 ใบ แต่เราอาศัยว่าขยันไปหาช่างบ่อยๆ ก็ทำให้งานมีปัญหาน้อยกว่าการสั่งทีละเยอะๆ แล้วต้องตามเก็บตามแก้” เจ้าของกระเป๋าแคนวาส กอร์บ เดอะ บ๊อบ อธิบาย
เมื่อถามถึงกลุ่มลูกค้าของ กอร์บ เดอะ บ๊อบ โบบอกว่า ส่วนใหญ่จะได้จากงานออกบูธขายสินค้าตามกาดต่างๆ ที่รวมงานแฮนด์เมดและงานดีไซน์เอาไว้ แต่ร้านก็เปิดเฟซบุ๊กไว้ติดต่อกับลูกค้าเช่นกัน แม้ว่าจะไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์มากนักก็ตาม “ต้องบอกตามตรงว่าร้านของเราในเฟซบุ๊กจะขายค่อนข้างยากกว่างานออกบูธ เพราะหนึ่งลูกค้าไม่เห็นสินค้า ไม่ได้ลองจับเนื้อผ้า ไม่ได้เห็นมิติรูปทรงของกระเป๋าทุกด้าน เราจึงไม่ได้เน้นขายในเฟซบุ๊ก ซึ่งนอกจากเราจะออกร้านเองแล้ว ก็มีแผนว่าจะนำไปกระจายตามร้านในเชียงใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี”
ปัญหาอย่างหนึ่งที่กอร์บ เดอะ บ๊อบ ต้องเจอก็คือ ความไม่เข้าใจของลูกค้าบางคนด้านราคา “ปัญหาเรื่องต้นทุนที่จำกัดเป็นเรื่องที่เราสามารถเจอได้เป็นธรรมดาของการทำธุรกิจ แต่คำวิจารณ์ของคนทำให้เราท้อได้เหมือนกัน แต่โบมองว่าไม่ว่าเราจะทำธุรกิจเล็กหรือใหญ่ ก็จะมีคนที่คอยผลักดันเรา กับคนที่คอยบั่นทอนเรา ซึ่งคำบั่นทอนบางทีก็เป็นแรงผลักอีกด้านหนึ่ง ซึ่งถ้าคิดว่าการทำของออกมาขายจริงๆ เราก็จะเจอลูกค้าประเภทนี้ด้วย คำวิจารณ์ทำให้เราหยุดคิดและปรับปรุงเพื่ออุดรอยรั่วของงานก่อนทำมาขาย เป็นเหมือนโพลเล็กๆ ทำให้เราย้อนมองความต้องการของตลาดด้วย”
“กระเป๋าแบบนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เลือกซื้อไปจะชอบแนวนี้จริงๆ บางคนอาจจะคิดว่ากระเป๋าผ้าแคนวาส 1 ใบทำไมเริ่มต้นที่ราคา 500 บาท ผลตอบรับกลับมาตอนที่เราทยอยวางขาย หลังจากมีคนเห็นงานเราก็ค่อนข้างดี แต่คนซื้อก็จะมี 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่เข้าใจซื้อโดยไม่ต่อราคา กับกลุ่มที่ไม่เข้าใจว่าแพงเกินไป”
สาววิจิตรศิลป์ บอกว่า การทำธุรกิจของเธอก็เหมือนการวาดภาพลงบนเฟรม ไม่ต่างจากการจัดวางของตกแต่งกระเป๋า แต่มุมมองด้านธุรกิจเธอยกความดีให้คุณพ่อเธอ “พ่อแม่สนับสนุนและถามด้วยความห่วงใยตลอดว่าทุนพอไหม ต้องการให้ท่านช่วยอะไรเพิ่มเติม แต่เราคิดว่าเราจะทำเท่าที่เรามี คือมีทุนน้อยก็ทำน้อย สมมติว่าถ้าขอแม่ทุกอย่างมันจะง่ายไปหมด แล้วงบประมาณก็จะบานปลาย แต่ถ้าเราใช้งบประมาณของเราเริ่มต้น การจะใช้ต้นทุนอะไรสักอย่างก็จะผ่านการคิดที่ถี่ถ้วนขึ้น ก็จะอยู่ในงบ ไม่แตกประเด็น
“จริงๆ คนเราจะมีจินตนาการในหัวเยอะมาก ชอบอันนี้อยากให้สินค้าของเราเป็นแบบนี้ๆ แต่พอลงสนามจริงก็จะพบว่าข้อจำกัดเยอะมาก ทั้งราคาที่ไม่ได้ดั่งใจ ตอนแรกโบคิดไว้เยอะมาก อยากได้นั่นได้นี่ แต่พอดูเทียบกับงบที่เรามีกับสิ่งที่เราคิดสุดท้ายเราทำพื่อขายก็ต้องคิดว่าจะขายได้ไหม คนซื้อจะชอบไหม และยิ่งเป็นเงินทุนที่เราลงทุนเองก็จะรู้ค่าของการจ่ายออกไป การจ่ายต้นทุนต้องรอบคอบ โบได้แนวคิดนี้มาจากคุณพ่อ ซึ่งท่านก็เป็นส่วนหนึ่งที่ปลูกฝังแนวคิดนี้ให้เรา”
เป้าหมายของกระเป๋าผ้าแคนวาสของกอร์บ เดอะ บ๊อบ จะถูกต่อยอดให้มีวัสดุที่หลากหลายขึ้น และอาจจะแตกไลน์ไปสู่ชิ้นงานอื่นๆ ที่พื้นฐานเป็นของทำมือ “เราอยากทำขายยาวๆ ให้สามารถสร้างรายได้จากงานนี้ จะไม่ทำเล่นๆ แล้วหยุด ซึ่งในอนาคตอยากปรับดีไซน์ เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น ตอนนี้อยากลองทำกระเป๋าหนังผสมกับผ้าแคนวาสดู แต่ต้องไปศึกษาวัตถุดิบให้ถ่องแท้ก่อน และแตกไปสินค้าตัวอื่นด้วย อาจจะเป็นเสื้อลายปัก ซึ่งทั้งหมดต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความผิดพลาด” เจ้าของกอร์บ เดอะ บ๊อบ ทิ้งท้าย







