posttoday
รับ...ไม่รับ?

รับ...ไม่รับ?

05 กันยายน 2558

พรุ่งนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะประชุมกันเพื่อลงมติว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดย...ภัทระ คำพิทักษ์

พรุ่งนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะประชุมกันเพื่อลงมติว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอมา ไม่ว่า สปช.จะเห็นชอบหรือไม่ ประเทศไทยก็จะเคลื่อนไปข้างหน้าอีกขั้นหนึ่ง จะดีหรือไม่ดี ก็อยู่ที่จะใช้สติปัญญาไตร่ตรองออกเสียงกัน

ชัดๆ คือ นักการเมือง พรรคการเมืองและคนที่รังเกียจการรัฐประหารไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับนี้แน่

มีความต่างทางเหตุผลแต่มีความเหมือนกันในทางจุดยืนที่สำคัญคือ กลุ่มนี้เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ปรากฏเป็นรูปเป็นร่างแล้วนั้น ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ไม่ได้คำนึงถึงเสียงของประชาชนเป็นหลัก

จุดสำคัญที่นักการเมืองยอมรับไม่ได้เลยคือ การกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆ อดีตประธานรัฐสภา อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานศาลฎีกา ผู้ทรงคุณวุฒิ ฯลฯ มาทำหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิรูป และหน้าที่อื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้รวม 10 ประการ รวมถึง “ดำเนินการหรือสั่งให้มีการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อป้องกันและระงับความขัดแย้งหรือความรุนแรงและระงับหรือยับยั้งการกระทำที่มีผลเป็นการขัดขวางการปฏิรูปหรือการสร้างความปรองดอง...”

ตีความกันได้หลายอย่าง จะเป็นรัฐราชการซ้อนกับรัฐที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนก็ได้หรือจะว่า เป็นองค์กรนำที่มีอำนาจที่เหนือกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนก็ได้ ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนก็ว่า เป็นการกำหนดให้มีกลไกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง จะได้เป็นการสกัดไม่ให้มีการรัฐประหารในอนาคต เป็นนวัตกรรมการเมืองแบบไทยๆ ซึ่งออกแบบมาโดยประสบการณ์ตรงของการเมืองไทยซึ่งที่ไหนๆ ในโลกก็ไม่มีเหมือนกันกับบ้านเรา

นักการเมืองบอกว่า ให้รัฐธรรมนูญนี้ตกไปเสียตั้งแต่ขั้นตอนการโหวตของ สปช.แล้วยอมเสียเวลาให้ตั้งคณะกรรมการยกร่างใหม่ เข้ากระบวนการต่างๆ เสียเวลานานขึ้นอีกหน่อยจะดีกว่า แต่ถ้าถามนักธุรกิจ นักธุรกิจก็อาจจะบอกว่าอะไรก็ได้ขอให้มันเรียบร้อย ไม่ต่อยไม่ตีไม่ยิงกันเป็นใช้ได้

บุญบาปว่ากันตามตรง ในรัฐธรรมนูญนี้ก็มีสิ่งใหม่ที่น่าสนใจหลายประการ เช่น กระบวนการจัดทำงบประมาณนั้นมีความก้าวหน้ากว่าเดิม ตัดอำนาจ สส. สว.ในการแปรญัตติหรือตัดทอนรายการโน้นนี้แล้วโยกไปเพิ่มที่อื่น อะไรแบบนี้ทำไม่ได้ มีบทบัญญัติที่ชัดเจนว่า สส. สว. และกรรมาธิการงบประมาณจะมีส่วนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายจะกระทำมิได้ ฯลฯ

เป็นธรรมดาว่า ในดีมีเสีย ในเสียมีดี จะให้ได้ทั้งหมดดั่งใจก็คงไม่ได้ ปัญหาจึงอยู่ที่ สปช.ทั้งหลายต้องใช้วิจารณญาณให้ดีว่าจะใช้สิทธิที่ตัวมีให้ดีที่สุดอย่างไร และถ้าโหวตผ่านประชาชนผู้มีสิทธิทั้งหลายก็ต้องศึกษาให้ดีก่อนจะออกเสียงประชามติว่าจะเอาหรือไม่เอารัฐธรรมนูญนี้

ปัญหาที่อาจจะเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ การตัดสินใจเรื่องนี้ก็คงเหมือนเรื่องอื่นๆ ในชีวิตคือ จะเอาทั้งหมดไม่ได้ เพราะของมันมีดีและมีเสีย ถ้าเลือกเอาเฉพาะส่วนดีได้ก็คงจะไม่ลำบากใจแต่ถ้าเลือกไม่ได้เพราะมีแต่จะเอาหรือไม่เอาทั้งหมด อันนี้ก็ต้องชั่งใจเอาเองล่ะครับว่า จะมองหลักการหรือจะเอาปลีกย่อย

เพราะเรื่องปลีกย่อยบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องหลักการและเป็นหลักการที่สำคัญเหมือนกัน

ใครจะประนีประนอมกับอะไรได้แค่ไหนก็ตัดสินใจเอา

ถ้าจะกล่าวแต่เฉพาะกรณีการลงมติของ สปช.ก็ต้องขอเรียนว่า ต่ออีกไม่นานนักคนก็คงจำไม่ได้แล้วว่า สมาชิก สปช.ชุดนี้มีผลงานอะไรในเรื่องการปฏิรูปที่โดดเด่นเห็นชัด เป็นหลักไมล์ในทางประวัติศาสตร์การเมือง แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดกว่าผลงานใดๆ นั่นคือ กรรมาธิการหลายชุดของ สปช.มีความเป็นอิสระอย่างเด่นชัดจะว่าไปอาจจะเพราะความเป็นอิสระดังว่านี่เอง จึงทำให้ สปช.ทำงานอย่างสนุกสนาน เพลิดเพลินจนกระทั่งผู้มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญตัดสินใจยุบ สปช.ทิ้งเสียกลางคัน

ถ้า สปช.จะไว้ลายด้วยการแสดงความเป็นอิสระ โหวตโดยไม่ต้องหน้ามืดตาลายกับขนมหวานจานต่อไป อย่างน้อยก็จะได้ชื่อว่า ไม่เสียทีที่กินเงินภาษีชาวบ้าน

เป็นธรรมดาว่า ในดีมีเสีย ในเสียมีดี วันที่คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญแถลงว่า ได้บรรจุเรื่องให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ สัญชาตญาณของนักข่าวการเมืองก่อให้เกิดญาณทัศนะขึ้นมาทันทีเลยว่า เรื่องนี้จะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตและวันหนึ่งจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นแน่ แต่ผมก็ใคร่ครวญต่อไปเช่นกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในทางการเมืองในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้สามารถแก้ไขด้วยการเขียนกติกาแบบประนีประนอมจริงหรือ? และการเขียนรัฐธรรมนูญแบบประนีประนอมจะช่วยให้ปัญหาทางการเมืองที่ซุ่มซ่อนอยู่หมดไปจริงหรือ?

ถัดไปคือ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่ควรจะเป็นนั้นควรจะเป็นอย่างไร? อำนาจของประชาชนควรจะเป็นทั้งหมดจากการเลือกตั้งหรือ ควรจะมีอยู่ที่ตรงไหนอีก เท่าที่เขียนกันมาดีขึ้นหรือไม่? ฯลฯ

ผมว่า ปัญหาและคำถามเหล่านี้มันน่าจะเกิดขึ้นหลังจากเราได้ศึกษารัฐธรรมนูญแล้วและตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบให้กับตนเอง

ผมรู้จักท่านที่เป็น สปช.ชุดนี้อยู่หลายคน และเชื่อว่าเมื่อต้องโหวต ท่านเหล่านั้นจะโหวตด้วยความรู้และความเป็นอิสระ แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ได้แสดงให้สังคมเห็นแล้วว่า ท่านอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ถึง
ที่สุดแล้ว ใครจะโหวตแบบไหนประเทศเราก็ต้องเขยื้อนต่อไป ถ้ามันจะต้องผ่านขั้นตอนทางประวัติศาสตร์ต้องยากลำบากกันอีกหลายยกก็จะเป็นไรไป

หนทางแห่งความรู้และหัวใจที่เป็นอิสระนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ถึงขนาดนี้แล้วกลัวอะไรถ้าจะต้องจ่ายกันอีกหลายๆ หน

ใหม่หรือเก่า ก้าวหน้าหรือไม่ก้าวหน้า บางทีมันไม่ได้อยู่ที่เรื่องอื่นหรอก มันอยู่แค่นี้จริงๆ...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท