
สารคดีมอบกำลังใจ
ช่องกีฬาอีเอสพีเอ็นช่วยนักกีฬาเด็กเกย์วัย 12 ปี ให้มีพลังใจเข้มแข็งขึ้น
โดย...มิยาโตะ
ช่องกีฬาอีเอสพีเอ็นช่วยนักกีฬาเด็กเกย์วัย 12 ปี ให้มีพลังใจเข้มแข็งขึ้น ด้วยการทำสารคดีเล่าเรื่องของนักกีฬาลาครอสส์รายแรกที่ออกมาเปิดเผยตัวว่าเป็นเกย์เมื่อทศวรรษที่แล้ว
สารคดีเรื่องดังกล่าว ทำออกมาเพื่อให้กำลังใจหนูน้อย แบรเดน แลงจ์ นักกีฬาลาครอสส์ วัย 12 ปี ที่มักโดนเพื่อนล้อและแกล้ง หลังจากเปิดเผยตัวเองต่อหน้าเพื่อนๆ และครอบครัวว่าเป็นกะเทย จนเขารู้สึกจิตตกมากและพยายามที่จะฆ่าตัวตาย แต่โชคดีที่ไม่สำเร็จ
พ่อของแบรเดนพยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยลูก หนึ่งในนั้นคือการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและได้ไปพบเรื่องราวของอดีตนักกีฬาลาครอสส์ชื่อดังจาก ดาร์ทมัธ คอลเลจ แอนดรูว์ โกลด์ สไตน์ นักกีฬาลาครอสส์อาชีพในลีกของสหรัฐคนแรกที่ออกมาเปิดเผยตัวว่าเป็นเกย์ ที่ทำให้เขาประทับใจกับผลงานในฐานะมืออาชีพต่อมาอีกทศวรรษหนึ่งหลังจากเปิดตัวมาก
เขาจึงเขียนอีเมลไปหาแอนดรูว์ ซึ่งปัจจุบันเป็นหมอและนักวิจัยอยู่ในลอสแองเจลิส ซึ่งหลังจากได้พูดคุยกัน แอนดรูว์ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์แสนลำบากของเขา รวมไปถึงการจัดการแข่งขัน Courage Game ครั้งแรกที่ฟิลาเดลเฟีย อันเป็นงานที่รวมตัวกันของนักกีฬายุวชนเกย์และไม่เกย์ทั้งหลาย ที่มาร่วมกันสนับสนุนสิทธิและความเท่าเทียมกันของชาวสีรุ้ง
แอนดรูว์ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นการคุยกันง่ายๆ ระหว่างเขาและพ่อของแบรเดน เขาได้ติดต่อไปยังช่องอีเอสพีเอ็นและพวกเขาก็ตกลงที่จะทำ สารคดีสั้นๆ เพื่อให้กำลังใจหนุ่มน้อยวัย 12 ปี ให้ก้าวเดิน ต่อไป โดยออกอากาศในช่วง SportsCenter's SCFeatured เล่าเรื่องของแอนดรูว์ โกลด์สไตน์ กับสิ่งที่เขาต้องฝ่าฟันไปจนถึงเรื่องราวของหนูน้อยแบรเดนกับประสบการณ์ใน Courage Game
"ผมตื่นเต้นมากและแทบอยากให้เกมจบลงเลยครับ มีคนมากมายที่มาสนับสนุนผมในวันนี้ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่า ผมก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้จริงๆ" หนุ่มน้อยวัย 12 บอกกับอีเอสพีเอ็น
สารคดีในช่วงต้น เป็นการนำเอาเรื่องเก่าเกี่ยวกับแอนดรูว์ โกลด์สไตน์ ที่เคยได้รับรางวัล GLAAD Media Award ในปี 2005 ของเกร็ก การ์เบอร์ นักข่าวของอีเอสพีเอ็น มาทำใหม่ โดยใส่เรื่องราวของแบรเดน แลงจ์ เข้าไปในตอนท้าย
ในฐานะนักข่าวที่เคยได้รางวัลจากผลงานที่ดีงามมาแล้ว เกร็กบอกว่า จริงๆ แล้วโดยส่วนใหญ่มักจะไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ดีอยู่แล้วของตัวเอง "แต่เรื่องราวของนักกีฬาทั้งสองคนมีสิ่งเชื่อมโยงกัน เราคงไม่ทำเรื่องราวตรงนี้ขึ้นมา ถ้ามันจะส่งผลเสียต่อแบรเดน แต่ทางครอบครัวของเด็กบอกว่า เขาเชื่อว่าผลงานของผมเมื่อ 10 ปีที่แล้วจะช่วยลูกชายของเขาได้ นอกจากนี้ยังจะเป็นการบอกให้สังคมรับรู้ด้วยว่า สิ่งที่พวกเขาทำอาจทำร้ายจิตใจของคนได้ขนาดไหน"







