
กฤตวิทย์ เลาหธนาพร กับบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจ
กฤตวิทย์ เลาหธนาพร หรือเบียร์ นักบริหารหนุ่มไฟแรงวัย 33 ปี ผู้รั้งตำแหน่ง Executive Director ของบริษัท เอ็ม วอเตอร์ ผู้ผลิตน้ำดื่มแบรนด์สปริงเคิล
โดย...อาร์ต ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล/starck.com
กฤตวิทย์ เลาหธนาพร หรือเบียร์ นักบริหารหนุ่มไฟแรงวัย 33 ปี ผู้รั้งตำแหน่ง Executive Director ของบริษัท เอ็ม วอเตอร์ ผู้ผลิตน้ำดื่มแบรนด์สปริงเคิล จะมาพูดถึงบุคคลต้นแบบที่เป็นทั้งแรงบันดาลใจในการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตให้ฟัง ไปดูซิว่าไอดอลในดวงใจของเขาเป็นใครกันบ้าง
มกร เชาว์วาณิช
แรงบันดาลใจในการเรียน
“คุณ ‘มกร’ เป็นคนออกแบบขวดน้ำสปริงเคิลโฉมใหม่ล่าสุดให้กับบริษัทเรา จนคว้ารางวัล Best of the Best จากเวที Red Dot Award ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกมาได้ ผมรู้จักมกรตั้งแต่ผมเรียนอยู่ ม.4 ตอนนั้นผมอยากเรียนดีไซน์มาก แต่ยังไม่ค่อยมีข้อมูลเรื่องนี้ แล้วทีมของมกรซึ่งเป็นทีมติวเตอร์จากโรงเรียนกวดวิชาได้มาแนะแนวเรื่องการเรียนดีไซน์ที่โรงเรียนอัสสัมชัญซึ่งผมเรียนอยู่ โดยมกรนำผลงานออกแบบของเขามาพรีเซนต์ให้นักเรียนดู ผมจึงรู้สึกประทับใจในตัวเขาจากตรงนั้น และทำให้ผมอยากเรียนออกแบบบ้าง ทั้งที่ตัวเองเรียนสายวิทย์ (ยิ้ม)
ผมจึงไปตามหาโรงเรียนติวเตอร์ของมกรว่าสอนอยู่ที่ไหน แล้วจึงไปเรียนทางด้านโปรดักส์ ดีไซน์อยู่ 1 ปี ฝึกวาดรูปทั้งวัน ทำให้ผมสามารถเอนทรานซ์ติดคณะมัณฑนศิลป์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ แต่สุดท้ายผมก็เปลี่ยนใจไปเรียนโปรดักส์ ดีไซน์ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งมกรเรียนจบมาจากที่นั่น ผมเลยอยากเดินตามรอยเท้าไอดอลของผม พอเรียนจบออกมาผมก็มีโอกาสได้ทำงานกับเขาด้วย เคยช่วยเขาออกแบบหูฟังมือถือ บลูทูธ ลำโพง และเครื่องเสียง ซึ่งเป็นงานของแบรนด์ฟิลิปป์ ดีไซน์ ที่มกรเป็นคนไทยคนเดียวที่มีโอกาสได้ออกแบบให้กับแบรนด์นี้ เรียกว่าเขาขั้นเทพมากที่สุดในสายตาผม”
ฟิลิปป์ สตาร์ก
แรงบันดาลใจในอาชีพ
“ฟิลิปป์ สตาร์ก ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก เป็นอีกคนที่ทำให้ผมอยากทำงานออกแบบ เนื่องจากผมชอบผลงานของเขามาก ตอนที่เรียนอยู่ผมอยากเป็นให้ได้แบบเขา เพราะงานออกแบบของเขาจะดูเป็นแนวมินิมัล แต่ก็มีบางสิ่งแฝงอยู่ในนั้นด้วย ผมชอบคอนเซ็ปต์ที่ว่าเมื่อเขาออกแบบเก้าอี้มารุ่นหนึ่งแล้วขายหมดไป เขาก็จะออกแบบเก้าอี้รุ่นเดิมออกมาขายอีกครั้ง แต่จะมีราคาที่ถูกกว่าครั้งแรก ซึ่งตรงนี้ผมว่ามันดีต่อผู้บริโภค เพราะงานดีไซน์ที่ดีไม่จำเป็นจะต้องแพงเสมอไป ต้องเป็นงานที่คนทั่วไปสามารถซื้อหามาใช้ได้ พูดง่ายๆ ว่างานดี ราคาสมเหตุสมผล แล้วเขาเป็นคนที่เก่งมากๆ เขาออกแบบได้หมดตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ผมอยากเก่งให้ได้ครึ่งหนึ่งของเขาจริงๆ”
พิสัย เลาหธนาพร
พ่อคือไอดอลในชีวิตจริง
“แต่ก่อนผมไม่เคยมองคุณพ่อว่าเป็นไอดอลเลยนะ แต่พอต้องเข้ามาทำงานบริษัทเดียวกัน ผมจึงได้รู้ว่าตอนนี้ผมแค่รับงานด้านฝ่ายขายกับฝ่ายการตลาดมาจากคุณพ่อเท่านั้น ผมยังทำงานไม่ค่อยทันเลย ทำให้นึกย้อนกลับไปว่าสมัยก่อนคุณพ่อคุมการบริหารงานทุกฝ่ายคนเดียวได้ยังไงกันนะ (หัวเราะ) ซึ่งทำให้ผมรู้สึกทึ่งมากๆ
อีกสิ่งหนึ่งคือวิธีการสอนของพ่อ พอมองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ท่านสอนมาก็รู้สึกว่าพ่อสอนเรามาดีมาก เช่น เรื่องการเรียน พ่อสอนว่าไม่ควรเปรียบเทียบกับใคร ซึ่งสมัยเด็กๆ พ่อแม่ของญาติคนอื่นก็จะบอกลูกๆ ว่าต้องเรียนให้ได้เกรดดีๆ นะ ต้องเรียนหมอสิ แต่ในเมื่อผมอยากเรียนดีไซน์มาตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อก็ไม่ได้ว่าหรือแอนตี้สิ่งที่ผมเลือก ท่านบอกว่า อยากเรียนอะไรก็เรียนเถอะ เอาที่ใจผมต้องการ พอผมโตเป็นผู้ใหญ่ เริ่มมีครอบครัว มีลูก ผมก็เริ่มคิดแล้วว่าจะสอนลูกยังไงให้ดีเท่าที่พ่อสอนเรามา
ในเรื่องการทำงาน พ่อก็เปิดใจกว้างในเรื่องการคิด การทำโปรเจกต์ต่างๆ ของผมมาก ทำให้ผมมีอิสระในการทำในสิ่งที่ตัวเองชอบได้ แม้บางครั้งเราอาจจะถกเถียงกันบ้าง แต่ท่านก็ไม่เคยห้ามไม่ให้ทำนะ ผมว่าผมคงได้สายเลือดมาจากคุณพ่อในเรื่องการทำงานด้วยเหมือนกัน” (ยิ้ม)







