
เชาว์-อภิรัตน์ กสิผล อยากสุขภาพดีไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้
“พี่เชื่อไหม เมื่อก่อนตอนผมอายุ 15 ปี ผมหนักเกือบ 150 กิโล เป็นโรคอ้วน เป็นความดัน เป็นหอบหืด หายใจไม่ค่อยสะดวก
โดย...พงศ์ พริบไหว ภาพ : กัณณ์ กาญจนประชาชัย
“พี่เชื่อไหม เมื่อก่อนตอนผมอายุ 15 ปี ผมหนักเกือบ 150 กิโล เป็นโรคอ้วน เป็นความดัน เป็นหอบหืด หายใจไม่ค่อยสะดวก อ้วนถึงขนาดที่ว่าวันหนึ่งยืนอยู่บนรถเมล์แล้ววูบไปเลย แล้วมันเหมือนมีแสงสว่างค่อยๆ รอดมาเข้าในตาผม แล้วมันก็เหมือนทำให้ผมเห็นบางอย่าง บางอย่างที่ทำให้ผมต้องเป็นคนใหม่ เป็นคนที่แข็งแรงขึ้น จากนั้นมาผมก็ออกกำลังกายจนมาถึงเดี๋ยวนี้ แล้วจากนั้นนะพี่ ผมไม่เคยวูบอีกเลย”
เชาว์-อภิรัตน์ กสิผล พ่อหนุ่มกล้ามใหญ่วัย 25 ปี เล่าให้ฟังถึงชีวิตวัยเด็กของเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นั่นเองคือจุดเริ่มให้เจ้าตัวออกกำลังกายอย่างบ้าดีเดือดจนมีหุ่นอย่างกับนายแบบ แถมสามารถเอาสิ่งนั้นยึดอาชีพเป็นเทรนเนอร์ได้ในเวลาสิบปีต่อมา
“ผมเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจังตอน ม.5 คือตอนนั้นมันมีแรงบันดาลใจหลายอย่างให้เราอยากหุ่นดี อย่างเรื่องผู้หญิง เรื่องสุขภาพ มันทำให้เรามีแรงผลักดัน แล้วเราก็ออกกำลังกายดูแลตัวเอง ก็เริ่มจากวิ่งก่อน แต่ตอนนั้นเราไม่เป็นไงก็เริ่มดูแลตัวเองแบบผิดๆ คือไม่กินข้าวเลยนะ กินแต่นมกับขนมปังสามมื้อ คือกินแบบผิดๆ ร่างกายก็ปรับตัวไม่ทัน แทนที่จะหุ่นดีก็กลายเป็นหุ่นย้วยๆ จากนั้นเลยเริ่มเล่นฟิตเนสจริงจัง เพื่อให้หุ่นเข้าที่ก็เล่นอยู่ทุกวันอัดทุกส่วน เล่นแบบไม่ค่อยเป็นเลยช้า สามปีเราก็น้ำหนักลดมา 70 กิโล”
ดูจากรูปร่างแทบไม่เห็นเค้าของคนเคยอ้วนแม้แต่น้อย กล้ามเนื้อของพ่อหนุ่มคนนี้ดูแน่นน่ากอด เอาเป็นว่า จากที่สาวๆ เมิน พอผอมลงเท่านั้นมีแต่สาวๆ เข้ามากรี๊ด กลายเป็นหนุ่มที่มั่นใจขึ้น อาการเจ็บป่วยที่เคยเป็นก็หายขาด สุขภาพดี ซึ่งกว่าจะเป็นได้แบบทุกวันนี้ เขาเองต้องมุ่งมั่นไม่น้อย ทั้งการเรียนรู้การออกกำลังกายและการจัดสรรการกิน แน่นอนว่าเขาท้อถอดใจก็หลายหน แต่ด้วยเพราะการออกกำลังกายได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต เขาเองจึงมีความสุขที่ได้ทำมันอย่างเต็มที่ ซึ่งเชาว์เล่าถึงความชอบของเขาให้ฟังว่า
“มันมีอยู่ช่วงหนึ่งหลังจากเล่นมาหลายปี เมื่อก่อนเราเล่นโหดมาก เล่นจนบาดเจ็บไปหลายเดือน แล้วพอกลับมาเล่นเราเล่นยังไงหุ่นก็เท่าเดิม ก็เลิกเล่นเลย รู้สึกว่าไม่รู้จะออกกำลังกายไปทำไมแล้ว แต่พอมานั่งคิดดูว่าจริงๆ แล้ว เราเริ่มต้นแค่ออกกำลังกายเพื่อให้หุ่นดีลดความอ้วน แล้วตอนนี้เราก็มาไกลมาก เราจะทิ้งสิ่งที่เราทำมาตั้งนานไปเพื่อกลับไปอ้วนหรือ ก็ถามตัวเองตลอด แล้วพอเราไม่ได้เล่นเรารู้สึกไม่สบายตัว มันเหมือนติดเป็นนิสัยไปแล้ว สุดท้ายถ้าท้อทุกครั้งมันก็จะมีแรงกลับมาออกกำลังกายเอง เหมือนมันได้กับตัวเอง มันมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา แล้วสิ่งที่เราได้มากกว่านั้นคือเราได้เพื่อนด้วย ได้รู้จักคนอีกมากมาย อย่างตอนหลังมันก็กลายเป็นอาชีพของเราด้วย”
เจ้าตัวเล่าอีกว่า เขาเองไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเก่งขนาดสอนคนอื่นออกกำลังกายได้ แต่เมื่อมีคนมาขอคำปรึกษามากเข้า เจ้าตัวที่เป็นคนมักจะต้องทำให้เห็นภาพ ด้วยความหวังดีก็จะเข้าไปสอนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนที่หัดเล่นได้รู้เทคนิคที่ถูกต้อง สอนมากเข้าหนักข้อขึ้นก็มีคนถูกใจในการเทรน กลายเป็นการจ้างงานกันเพื่อดูแลสุขภาพ หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็ยึดอาชีพเป็นเทรนเนอร์อิสระมาตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ กับประสบการณ์การออกกำลังกายมากว่า 10 ปี และรูปร่างที่สมส่วนกับความสูง 187 ก็เป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนต้องการให้เจ้าตัวเป็นคนดูแลเรื่องสุขภาพ
“คือเราไม่ได้เรียนมา แต่เราใช้ประสบการณ์ที่เล่นมาหลายปี บวกกับการแลกเปลี่ยนความรู้กับเทรนเนอร์คนอื่นเข้ามาสอน มันก็ทำให้เราสามารถสอนคนอื่นได้ว่า เล่นยังไง กินยังไง จากนั้นมันก็ขึ้นอยู่ที่คนเล่นแล้ว ว่าเขาต้องการหุ่นแบบไหน เราก็วางแผนให้ คืออย่างผมก็จะเทรนให้ไม่เยอะ แต่จะเน้นเอาใจใส่ให้ได้ทุกคน เพราะการออกกำลังกาย การกินก็สำคัญพอๆ กับการออกกำลังกาย ถ้ายิ่งมีจุดประสงค์กับความตั้งใจว่าต้องการหุ่นดีๆ นะ ยิ่งต้องมีวินัย คือมันต้องดูจุดประสงค์ของแต่ละคนว่าต้องการออกกำลังกายไปเพื่อสิ่งไหน เราก็จะจัดตารางได้ถูก ถ้ามาแล้วตั้งใจก็เทรนกันสนุก”
เชาว์เล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มต่อว่า หลังจากที่เขาเคยอ้วนและผอมมาได้จนหุ่นดีเช่นทุกวันนี้ก็ถือว่าคือความสำเร็จของชีวิตแล้ว แต่อีกความฝันที่อยากทำให้สำเร็จคือการฟิตหุ่นเพื่อลงประกวด สำหรับเขาการค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป คือสิ่งสำคัญ ซึ่งเชาว์เองฝากบอกคนที่ตั้งใจจะผอมว่า ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้หากมีความตั้งใจจริง ค่อยๆ เริ่ม แล้วเชื่อแน่ว่าจะได้หลายสิ่งหลายอย่างกลับมาตอบแทน







