posttoday
ตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกพุ่ง หลังระบบเซ็นเซอร์บูมยุคดิจิทัล

ตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกพุ่ง หลังระบบเซ็นเซอร์บูมยุคดิจิทัล

29 สิงหาคม 2558

PwC ผู้ให้บริการด้านตรวจสอบบัญชีเผยมูลค่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในปี 2562 แตะ 15 ล้านล้านบาท

โดย...บับเบิล บี

PwC ผู้ให้บริการด้านตรวจสอบบัญชีเผยมูลค่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในปี 2562 แตะ 15 ล้านล้านบาท หลังอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) และอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะช่วยหนุนให้ความต้องการระบบเซ็นเซอร์เพิ่มสูงขึ้น พร้อมแนะกลุ่มยานยนต์ไทยปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถบนเวทีโลก

วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงผลสำรวจ The Internet of Things : The next growth engine for the semiconductor industry ว่า การที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่ออุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ตู้เย็น โทรทัศน์เข้าไว้ด้วยกัน โดยเครื่องมือเหล่านี้ สามารถเชื่อมโยงและสื่อสารกันได้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และการเติบโตของตลาดอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearables) กลายเป็น 2 ปัจจัยหลัก ที่ทำให้ความต้องการเทคโนโลยีเซ็นเซอร์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หรือสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้ามักใช้ทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายในปี 2562 ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะมีมูลค่าถึง 4.32 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว  15.3 ล้านล้านบาท
คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 5.2%

“ปรากฏการณ์อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ หรือ IoT นั้นกำลังกลายมาเป็นกระแสความนิยมในการนำอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะไม่เฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงภาพอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย ภาคธุรกิจไทยจึงต้องเร่งนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้กับสินค้าและบริการของตนอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างกำไรและช่วยให้องค์กรโดดเด่นเหนือคู่แข่งรายอื่น เป็นที่จับตามองของลูกค้าหัวสมัยใหม่ที่คลั่งไคล้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า” วิไลพร กล่าว

ในปัจจุบันผู้บริโภคและธุรกิจเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น (Smart Devices) เพื่อเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูล ทำให้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์เป็นที่ต้องการอย่างแพร่หลาย ดังนั้น ธุรกิจจะต้องคิดนอกกรอบโดยนำแนวคิด IoT มาใช้กำหนดกลยุทธ์และบรรจุเป็นหนึ่งในแผนธุรกิจ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้เหนือคู่แข่ง เพราะการแข่งขันในยุคต่อไป คือ การหลอมรวมเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เกิดสังคมออนไลน์ในการแชร์และติดตาม และเพื่อให้เกิดความสนุกสนานกับเทคโนโลยีมากขึ้น

รายได้จากเซมิคอนดักเตอร์ที่นำไปใช้ในกระบวนการผลิตอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะจะสูงถึง 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2.5 แสนล้านบาท ในอีก 4 ปีข้างหน้า เมื่อเทียบจากปี 2556 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 533 ล้านบาท

“นอกเหนือจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์เพื่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านการวางกลยุทธ์และโซลูชั่นส์ขององค์กรแล้ว ผู้ประกอบการต้องมีมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลของลูกค้าที่จริงจังและเข้มงวด เพราะหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ คือ การสร้างความไว้วางใจ เสริมความมั่นใจรวมทั้งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เกิดกับลูกค้าอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอนั่นเอง” วิไลพร กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท