posttoday
เมืองที่ผู้คน ‘จบข่าว’

เมืองที่ผู้คน ‘จบข่าว’

22 สิงหาคม 2558

ในเมืองที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร ทุกท่านมีวิธีคัดกรองสิ่งที่ผ่านเข้ามาอย่างไรกันบ้างครับ

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ในเมืองที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร ทุกท่านมีวิธีคัดกรองสิ่งที่ผ่านเข้ามาอย่างไรกันบ้างครับ

ในฐานะคนทำงานด้านข้อมูลข่าวสาร ผมจำได้ว่าตอนเรียนวิชาการเขียนข่าวเบื้องต้น อาจารย์ประจำวิชาสอนว่า การเขียนข่าวมีจุดมุ่งหมาย 3 อย่าง ได้แก่ 1.รายงานเรื่องที่คน “ต้องรู้” 2.รายงานเรื่องที่คน “ควรรู้”และ 3.รายงานเรื่องที่คน “อยากรู้”

แน่นอนครับว่าเรื่องที่ผู้อ่าน “ต้องรู้” เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะมักจะเป็นเรื่องสำคัญของชาติ หรือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก

แต่มาในยุคปัจจุบัน ยุคที่ใครๆ ก็เล่นเฟซบุ๊ก ยุคที่แม้กระทั่งรุ่นคุณพ่อคุณแม่ก็ยังออนไลน์ มีเพจและเว็บไซต์ที่อ้างตัวว่าเป็นเพจข่าวและเว็บข่าวเกิดขึ้นจำนวนมาก วิธีการนำเสนอข่าวของเว็บพวกนี้ คือ เรื่องแนวไหนก็ได้ ขอให้เร็ว แปลก แล้วก็มาขายหัวข่าวแบบล่อให้คลิก (Click Bait) ขึ้นต้นพาดหัวด้วยคำอุทาน เช่น “เหลือเชื่อ!” ขึ้นต้นด้วยการท้าทาย เช่น “ท้าพิสูจน์!” หรือลงท้ายยังไงก็ได้ให้คนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา เช่น “...ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง!”

ทำให้กระแสข่าวบนช่องทางออนไลน์ไหลเร็วกว่าปกติ และมีข่าวประเภทตอบสนองเรื่องที่คน “อยากรู้” มากกว่า “ควรรู้” และ “ต้องรู้”

เรื่องน่าตกใจ คือ เว็บเกิดใหม่เหล่านี้สามารถเรียกยอดไลค์ได้ไวและได้จำนวนมหาศาล ข่าวประเภทต้องรู้และควรรู้ของเว็บไซต์ข่าวดั้งเดิมไม่ค่อยมีคนคลิกอ่าน เรื่องน่าตกใจไม่แพ้กัน คือ หลายสำนักดั้งเดิมเริ่มจะใช้วิธีแบบเดียวกัน คือ เน้นขายความไว และขายเรื่องที่คนอยากรู้ บางสำนักอาการหนักกว่านั้น ไปเลียนแบบพาดหัวของพวกเว็บเกิดใหม่ด้วย

สิ่งที่ตามมาก็คือ ท่ามกลางกระแสข่าวสารที่ไหลจนแทบจะล้น มีผู้อ่านจำนวนหนึ่งที่เริ่มรู้สึกว่าอ่านแค่พาดหัวพอแล้วกัน เพราะมีข่าวเยอะแยะไปหมด จนข่าวบางข่าวมี “ยอดแชร์” มากกว่า “ยอดอ่าน” ขณะเดียวกันผู้อ่านบางคนเริ่มเอือมที่จะอ่านข่าว เพราะรู้สึกว่ากดเข้าไปอ่านแล้วไม่เห็นมีอะไรหวือหวาอย่างที่คิด

คนจำนวนหนึ่งเสียศรัทธาในการอ่านทั้งข่าวที่ต้องรู้ ควรรู้ และอยากรู้กลายเป็นเมืองที่ผู้คน “จบข่าว”

ผมไม่แปลกใจเลยครับ ที่แฟนเพจเฟซบุ๊กที่ชื่อเพจ “จบข่าว” ซึ่งคอยสรุปข่าวสารที่ไหลไปมานี้ให้เหลือเพียงประโยคสั้นๆ สามารถเรียกยอดไลค์เพจ 1 แสนไลค์ได้ภายใน 1 วัน และมียอดไลค์เพจเกือบ 4 แสนไลค์แล้ว

แต่แฟนเพจนี้ไม่ใช่ทางออกที่จีรังยั่งยืนเลยครับ สิ่งที่จะช่วยให้สังคมของเราเติบโตไปได้อย่างจีรังยั่งยืน คือสังคมที่คนเราใส่ใจเรื่องที่ตัวเอง “ต้องรู้” และ “ควรรู้”

เรื่องนี้เราต้องช่วยกันแก้ครับ วงการสื่อดั้งเดิมต้องปรับทิศทางตัวเองให้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ผมอยากให้ทุกท่านช่วยกันเตือนคนรอบตัว ให้เลือกเสพข่าวและเว็บข่าวที่ดี มากกว่าเลือกเสพข่าวและเว็บข่าวที่หวือหวา เพื่อตอบสนองความอยากรู้ประเดี๋ยวประด๋าว

ถ้าเราปล่อยให้ทุกคน “จบข่าว” จริงๆ เมื่อไหร่ สังคมไทยคงได้ตีลังกาถอยหลังลงคลองครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท