posttoday
อวิรุทธิ์ เลิศดิเรกรัตน์ เริ่มที่การยอมรับตัวเองก่อน

อวิรุทธิ์ เลิศดิเรกรัตน์ เริ่มที่การยอมรับตัวเองก่อน

20 สิงหาคม 2558

แม้ดูเหมือนว่าสังคมจะมีความเปิดกว้างหลากหลายสักเพียงใด แต่ใช่ว่าการเป็นเพศทางเลือกก็ยังทำให้หนุ่มน้อยหลายคนยังกลัวๆ กล้าๆ

โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

แม้ดูเหมือนว่าสังคมจะมีความเปิดกว้างหลากหลายสักเพียงใด แต่ใช่ว่าการเป็นเพศทางเลือกก็ยังทำให้หนุ่มน้อยหลายคนยังกลัวๆ กล้าๆ ว่าครอบครัวและสังคมจะยอมรับเรื่องนี้จริงๆ ได้หรือไม่ หากเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของตนเอง ทำให้หลายคนยังต้องปิดบังซ่อนเร้นกับรสนิยมที่ไม่ตรงกับร่างกายของตัวเอง และแน่นอนการที่ต้องปกปิดสิ่งที่เป็นจริงไม่ให้แสดงออกมาได้ หลายคนจึงต้องจมอยู่กับความทุกข์ทนกันอยู่หลายปี

เช่นเดียวกับหนุ่มน้อยคนนี้ แก๊ป-อวิรุทธิ์ เลิศดิเรกรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท โพลาคอสเมติคส์ (ประเทศไทย) ด้วยความที่เป็นเด็กเรียบร้อยเรียนดี และค่อนข้างเก็บตัวไม่ค่อยกล้าแสดงออก แต่ก็รู้ตัวเองแต่เด็กว่าเขาไม่เหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นๆ

แก๊ป เล่าชีวิตวัยเด็กให้ฟังว่า เขาเป็นลูกชายคนกลางมีพี่ชายและน้องชาย บ่อยครั้งที่เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็ก Wednesday child จึงไม่ค่อยชอบออกไปเล่นแบบพี่กะน้องที่เล่นแบบเด็กผู้ชายทโมนๆ ชอบเล่นอะไรแบบลุยๆ แรงๆ เลอะเทอะ ไปเตะฟุตบอลไปปีนป่ายโน่นนี่นั่น พอไม่ค่อยได้เล่นด้วยกันก็เลยไม่ค่อยได้คุยกัน เขาจะเก็บตัวเงียบๆ อ่านหนังสือ

ตอนเรียนมัธยมแม้จะเรียนรวมกับเด็กผู้หญิงเป็นโรงเรียนสหศึกษา เขาก็ไม่ได้มีเพื่อนผู้หญิงมากมาย และไม่ไปเข้ากลุ่มกับเพื่อนๆ ที่เป็นเพศทางเลือก เพราะไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่าเป็นพวกตุ๊ด เกย์ กะเทย เพราะไม่อยากให้ใครมาจับจ้องแบบนั้น จะเลือกคบกับเพื่อนผู้ชายหรือเพื่อนผู้หญิงปกติ ไม่มีเพื่อนมากนัก มีเพื่อนน้อยแต่สนิทกันจริงๆ

“ที่จริงเราอึดอัดนะที่ต้องปิดบัง แต่ตอนนั้นเราเองก็ยังไม่มั่นใจในครอบครัวหรือสังคมใกล้ตัวว่าเขาจะรับเราได้จริงๆ ไม่แน่ใจอะไรเลย กลัวเขาผิดหวังเสียใจ กลัวเขาไม่ยอมรับ เราเองก็ไม่มั่นใจตัวเองว่ามันคุ้มไหมที่จะเปิดเผยผลดีผลเสียต่างๆ แก๊ปเป็นด็กช่างคิดมาก (หัวเราะ) คิดว่าการเป็นเกย์จะทำให้เราไม่โฮเคในสายตาคนรอบข้าง ที่สำคัญเราจะเป็นจุดสนใจเกินไป”

อวิรุทธิ์ เลิศดิเรกรัตน์ เริ่มที่การยอมรับตัวเองก่อน

 

เขาเล่าต่อว่า กับพ่อแม่ พี่น้อง ก็ไม่เคยคุยกันเรื่องนี้ ทุกคนก็เฉยๆ เนียนๆ ไป เขาเองก็ไม่ได้เปิดตัว ที่บ้านก็ไม่เคยเรียกมาจับเข่าคุยเปิดใจ คือไม่ต่อต้าน ไม่สนับสนุน แต่เขาก็สนิทกับแม่ มีอะไรก็คุยกันได้ แต่แม้จะสนิทก็ไม่คุยเรื่องนี้กันเลย และที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยมีแฟนผู้ชายเป็นเรื่องเป็นราว

จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ทำงานได้สักพัก เขาก็หาทางไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ และได้ไปพบกับผู้ชายที่ถูกใจมากและเริ่มจะมีความรักแบบจริงจัง นั่นทำให้เขาเริ่มมาทบทวนตนเองว่าควรจะยอมรับตัวเองในแบบที่ตนเองเป็นได้แล้ว ถ้าเขายังยอมรับตัวเองไม่ได้แล้วใครจะยอมรับเขาได้เช่นกัน

“ตอนอยู่อังกฤษมีอาการตกหลุมรักและผู้ชายคนนั้นเขาก็รู้ แต่เขามีแฟนอยู่แล้ว เขาก็เป็นเกย์ แต่เขาก็ดีกับเรา รเาเลยเศร้าๆ แม่ก็โทรมาคุยเกือบทุกวัน และแม่คงรับรู้ได้ถึงความเศร้าของเรา นั่นจึงเป็นโอกาสให้ได้ระบายกับแม่และได้เปิดเผยความรู้สึกต่อกันครั้งแรก ซึ่งแม่บอกว่าแม่รู้นานแล้ว และแม่ไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่จะต้องตำหนิอะไร แม่รักลูกในแบบที่ลูกเป็น แม่ก็บอกว่าเป็นอะไรก็ได้ ขอให้เป็นคนดี มีการงานที่ดี และรู้จักเลือกคบคนดีๆ แม่ก็โอเคแล้ว เราฟังแล้วซึ้งมาก”

แก๊ป บอกว่า เขาเป็นผู้ชายที่ชอบผู้ชาย แล้วเขาก็ไม่ได้อยากเป็นสาวหรือแต่งตัวเป็นผู้หญิง ไม่อยากแต่งหน้าทาปาก ไม่อยากมีหน้าอกอะไรทั้งนั้น เขาไม่ได้รังเกียจเพศของตัวเอง เขาไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิต เขาแค่ชอบผู้ชายด้วยกันเอง

เขาบอกว่า การที่เขาไม่ยอมรับและเปิดเผยตัวเองแต่แรก ก็ทำให้เสียโอกาสอะไรไปหลายอย่าง “เช่น ตอนเรียนมหา’ลัย มีผู้ชายมาจีบ เพื่อนๆ ก็จะช่วยกันผู้ชายออกไป เพราะเรายืนยันหนักแน่นว่าไม่เป็นเกย์ เพื่อนก็ช่วย ส่วนกับเพื่อนผู้หญิง เราก็แสดงความรักจะกอดจะจูงมือกับเพื่อนผู้หญิงก็ไม่เนียน เพราะเพื่อนเชื่อว่าเราไม่เป็นเกย์ เขาก็ระวังตัว ถ้าเรายอมรับว่าเราเป็นเกย์ เพื่อนก็จะสนิทใจมากขึ้น บางทีเราอยากเล่นอยากแสดงความรักกับเพื่อนผู้หญิงเหมือนผู้หญิงเขากอดกัน พอเราไม่ยอมรับบางทีมันเหมือนมีเส้นบางๆ กั้นให้เขาระวังตัวมาก ก็เลยมีช่องว่างนิดหน่อย”

อวิรุทธิ์ เลิศดิเรกรัตน์ เริ่มที่การยอมรับตัวเองก่อน

 

ตอนที่เขายอมรับและไปบอกกับเพื่อนผู้หญิงว่าที่จริงเราเป็นเกย์ แต่เราไม่กล้าบอก เพราะเรากลัวเพื่อนไม่ยอมรับ ซึ่งเพื่อนๆ ก็เข้ามากอดและบอกว่านึกอยู่แล้ว แต่เมื่อไม่ยอมรับก็ต้องเชื่อตามที่เขาบอก คือไม่ได้อยากหลอกหรือปิดบัง แต่เขากลัวและก็รู้สึกไม่ดีที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น ดูเหมือนหลอกแม้กระทั่งตัวเอง

เมื่อยอมรับกับตัวเองได้ เปิดเผยต่อคนใกล้ชิดได้ ก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก แล้วได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขขึ้น เป็นปกติขึ้น ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องระแวง ไม่ต้องคอยระวังตัว เขาคิดว่าหากคนเรายอมรับตัวเองในแบบที่เป็นได้ จริงใจกับความรู้สึกของตัวเอง

ส่วนข้อดีของการที่เขายอมรับตัวเองและเปิดเผยตัวเองได้แล้ว ก็ส่งผลถึงการทำงานได้อย่างสบายใจขึ้น เมื่อเรามีความชัดเจน เราก็จะเลือกได้ว่างานแบบไหนที่เขาถนัด ที่เหมาะกับเขาจริงๆ “พอเราเป็นแบบนี้ภาพเราชัดขึ้น เราก็ชัดเจนมากว่างานไหนที่เราถนัด เราก็จะใส่พลังไปตรงนั้นเต็มที่ ลูกค้าจะเชื่อใจ เพราะเราเข้าถึงสินค้าของเขา จะสื่อสารกับลูกค้าผู้ร่วมงานต่างๆ ก็ง่ายขึ้น ตอนทำเอเยนซีก็จะได้ลูกค้าประเภทเครื่องสำอาง อาหารเสริมเยอะเพราะลูกค้าวางใจว่าเราเคยใช้ผลิตภัณฑ์เขา สื่อสารกับแบรนด์ของเขาได้ดี”

หลังๆ เขาจึงได้ทำงานที่เกี่ยวกับสินค้าเครื่องสำอางและแบรนด์เครื่องประดับมากขึ้น สินค้าที่เกี่ยวข้องกับคุณผู้หญิง คือหากเขาทำตัวให้ชัดเจนก็จะได้งานที่เหมาะชัดเจนกับตัวเขาเองเช่นกัน เวลาคุยกับลูกค้าผู้หญิงเรื่องความงามแล้วจะดูใกล้ชิดสนิทสนมได้ง่ายขึ้น

สุดท้ายเขาจึงฝากบอกกับคนที่เป็นเพศทางเลือกว่า จงยอมรับนับถือในตัวเองก่อน หากคุณยอมรับตัวเองได้ คนอื่นก็จะยอมรับในตัวคุณเช่นกัน ส่วนการวางตัวด้านอื่นๆ ก็คือ ทำตัวให้ดีให้สุภาพเรียบร้อย พูดจาดี รับผิดชอบต่องานต่อครอบครัว สร้างเนื้อสร้างตัว เป็นคนดี ไม่เอาเปรียบใคร ก็เพียงพอแล้ว

“ทุกวันนี้ที่บ้านก็ไม่มีอะไรปิดบัง แก๊ปก็มีคนรักที่ดีส่งเสริมซึ่งกันและกัน เท่านี้ก็มีความสุขกับชีวิตเพียงพอแล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69