
วันนี้คือวันของ ‘เฟร้นฟราย’ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015
โบกมือรับตำแหน่งสวยๆ สำหรับ “เฟร้นฟราย” ธัญชนก มูลนิลตา มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015 สาวหน้าคม ผิวสีแทน จากจ.เชียงใหม่
โดย...ปอย ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร กิจจา อภิชนรจเรข
โบกมือรับตำแหน่งสวยๆ สำหรับ “เฟร้นฟราย” ธัญชนก มูลนิลตา มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015 สาวหน้าคม ผิวสีแทน จากจ.เชียงใหม่ พ่วงด้วยดีกรีบัณฑิตคณะจีนศึกษาสาขาจีนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังได้ครองมงกุฎคนสวยที่สุดของเวทีนี้ คุณพ่อคุณแม่ของเธอบอกว่าภูมิใจในตัวลูกสาวคนกลางมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย “เฟร้นฟราย”เป็นเด็กเรียนดี นักกีฬาวิ่งแข่งของโรงเรียนเมื่อเอนทรานซ์เป็นลูกแม่โดมก็ขยันขันแข็งเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย กับงานพิธีกรสาวสุดมั่นในหน้าที่ผู้ประกาศข่าว ช่องโมโน 29 ในช่วงเก็บตัวที่ จ.กาญจนบุรี “เฟร้นฟราย”ผู้เข้าประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015 เบอร์ 23 เธอเป็นหนึ่งในสาวงามที่โดดเด่นได้ใจสื่อ“โพสต์ทูเดย์” จึงขอถามคำถามสั้นๆ และสาวงามคนนี้ก็ตอบได้เป็นธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเองชัดเจน ทุกๆ คำตอบพิสูจน์ตัวเธออีกครั้งในฐานะตัวแทนสาวไทย ในวัย 22 ปี สัดส่วน29-23.5-34 สาวสวยหนึ่งเดียวที่ได้ไปประชันความงามบนเวทีระดับโลก Miss World 2015 ลองมาทำความรู้จักกับสาวงามคนนี้กันเลย
ถ้ามีโจทย์ให้เลือกเพื่อนนางงามท็อปไฟว์นอกจากตัวเองแล้ว จะมีใครยืนอยู่ข้างๆเราบ้าง?
ตอบยากมากค่ะ คนแรกที่เลือก น้องกิฟท์ (15) รูปลักษณ์ภายนอกมีความโดดเด่นมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะแต่งตัวชุดไหนคนนี้ก็ดูลุคอินเตอร์ทุกชุด ตอบคำถามดีค่ะ ฉัตร (4) ไปประกวดที่จีนใบหน้าหมวยๆ เหมาะมาก มินท์ (21) เมรีน่า (12) สองคนนี้สวยมาก แต่มองน้องกิฟท์เด่นที่สุดเลยค่ะ น้องสูงด้วย เฟร้นฟรายตัวเตี้ยไปก็จะมองคนนี้น่ากลัวเลย (บอกพร้อมรอยยิ้ม)
มองการประกวดความงามอย่างไร
เหมือนห้องเรียนห้องหนึ่งค่ะที่เรามาลงคลาสหาอะไรใหม่ๆ นี่คือเวทีแรกของการประกวดเรื่องความงาม เฟร้นฟรายเคยประกวดแต่พิธีกรและทำงานในวงการบันเทิงบ้าง การประกวดครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้ตำแหน่งนั้นนี้นะคะแต่อยากทำให้ดีที่สุดทุกๆ รอบเลยค่ะ ไม่อยากให้ตัวเองกลับมาเสียใจทีหลังว่าทำไมเราไม่ทำดีกว่านี้ เฟร้นฟรายเคยประกวดพิธีกรมาบ้างก็จะนำประสบการณ์มาใช้ครั้งนี้ ทุกเวทีคือการเรียนรู้ค่ะ มาประกวดเพราะอยากรู้ว่าเวทีนี้จะให้อะไรเราบ้าง
ครั้งนี้เอาอะไรมาแข่งขันบ้าง
ความเป็นตัวของตัวเองค่ะ ซึ่งไม่มีใครลอกเลียนแบบเราได้ เฟร้นฟรายเป็นคนเต็มที่ทุกอย่างค่ะ จริงแล้วเป็นคนตลกกว่านี้มาก(บอกยิ้มๆ) แต่นี่คือเวทีนางงามก็ไม่แสดงอะไรมาก ต้องรักษาภาพพจน์ให้พี่ๆ เขานิดนึงน่ะค่ะ (บอกพร้อมรอยยิ้มแล้วพูดต่อเสียงรัวเร็ว) ลุยๆ ห้าวๆ แมนๆ แต่ก่อนไม่เคยรักสวยรักงามไม่เคยทาครีมเลยค่ะ แต่เมื่อมาทำงานพิธีกรรูปลักษณ์ภายนอกก็สำคัญ ก็เพิ่งมาทานี่ละค่ะสิ่งที่มั่นใจอีกอย่างคือ พูดได้ 3 ภาษาค่ะ ไทย จีน อังกฤษ
พูดเร็วแต่ชัดถ้อยชัดคำ ฝึกหนักไหมคะ
เฟร้นฟรายทำงานผู้ประกาศข่าวด้วยก็ต้องกลับไปฝึกสปีกให้ช้า ชัด วิธีแก้ไขก็ได้พี่ๆที่ร่วมงานแนะนำว่าเราต้องคิดถึงคนดูว่าเขาต้องการฟังอะไร ตีโจทย์ตรงนี้ให้ออกว่าเราต้องการสื่อสารอะไรให้เขารู้มากที่สุด อย่างแรกคือฝึกเรื่องสมาธิค่ะ เมื่อใจเราไม่วอกแวกแล้ว การพูดก็ชัดเจนขึ้น แต่ติดนะคะเรื่องพูดเร็วนี่พยายามแก้ไขอยู่ค่ะ
รูปลักษณ์ชอบอะไรในตัวเองมากที่สุด
ผิวสีแทนค่ะ (ตอบทันที) แต่ก็เป็นเรื่องโดนล้อมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วนะคะว่าเป็นสาวเชียงใหม่อะไรผิวดำตอนเรียนมงฟอร์ตไปคัดเชียร์ลีดเดอร์ พี่ๆ ก็ไม่เอา บอกดำ (หัวเราะ) แต่ก็บอกตัวเองนะคะว่านี่แหละเอกลักษณ์ของเรา ไปไหนเขาก็จำได้ทันทีว่านี่สาวเหนือผิวสีแทน
ทำอะไรกับใบหน้าตัวเองคะ
ทำจมูกค่ะ (ตอบรวดเร็วทันใจอีกแล้ว) ต้องทำค่ะ ทำเพราะเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจ ในวงการบันเทิงมีคนสวยๆ เยอะมาก ถ้าไม่ทำหน้าหนูจะบ้านๆ มาก ไม่มีความมั่นใจ ยอมรับค่ะ ไม่ปิดบัง (ตอบน้ำเสียงธรรมดามาก)
กลัวอะไรบ้างบนเวที
กลัวตัวเองพูดเร็ว (หัวเราะ) กลัวลนค่ะ กลัวตอบไม่ตรงคำถาม เฟร้นฟรายมีอะไรอยู่ในหัวเยอะมากค่ะ ต้องลดความเยอะค่ะ (หัวเราะชอบใจ) ในรอบ Fast Track มองหน้าป้าแจ๋ว (ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์) สัมภาษณ์เรารู้เลยเดี๋ยวลนแน่ แล้วก็ลนจริงๆ ค่ะ เฟร้นฟรายชอบคิดค่ะ คิดมานะค่ะว่าเขาต้องถามแบบนี้แน่ๆ แล้วก็จริงๆคำตอบก็เลยพรั่งพรูเยอะมาก
นอกจากนางงามอยาก
เป็นอะไรอีกพิธีกร ผู้ประกาศข่าว อยากเป็นทูต แล้วถ้ามีโอกาสอยากสร้างมูลนิธิเกี่ยวกับการให้โอกาสทางการศึกษาเพราะที่เฟร้นฟรายมายืนตรงนี้ได้ เพราะคุณพ่อคุณแม่ให้โอกาสทางการศึกษาแก่ลูก คุณพ่อคุณแม่สอนลูกดี สอนให้ใฝ่ดีมาตลอดค่ะ เฟร้นฟรายมองว่าเด็กไทยฉลาดอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีพอ ซึ่งบางคนก็อาจทำให้เขาเลือกเดินไปในทางที่ผิด
พื้นฐานทางบ้านเฟร้นฟราย
ทำอะไรคะธุรกิจส่วนตัวค่ะ ทำบริษัททัวร์ ให้เช่ารถตู้ ซึ่งแต่ก่อนคุณพ่อเป็นคนขับเองเลยค่ะ ทั้งคุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างให้เราในเรื่องความอดทน ท่านค่อยๆ ช่วยกันเก็บหอมรอมริบจนทำบริษัทรถตู้ มีคนงานมาช่วยกัน
มอตโตในการใช้ชีวิต
ทำให้ดีที่สุด และพยายามไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว เฟร้นฟรายดูเหมือนเป็นคนมั่นใจในตัวเองมาก แล้วก็ต้องมีเหตุการณ์ที่ต้องเสียใจว่าก็มีนะสิ่งที่เราทำไม่ได้ เคยไปสมัครเล่นละครเวที แล้วก็ทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตั้งใจมากๆ ไปฝึกเรียนแอ็กติ้งที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เฟร้นฟรายพลาดตรงที่ไปมองว่าคนสอนมีประสบการณ์น้อยกว่าเรา ทำให้เราได้อะไรจากเขาน้อยเกินไป ได้ไม่เต็มที่เพราะทัศนคติแบบนี้ เฟร้นฟรายกลับมาย้อนคิดเสียใจนะคะว่า ถ้าตอนนั้นเราเปิดใจ เรารับได้ เราไม่ได้เป็นน้ำเต็มแก้วความสามารถของเราก็จะไม่ได้อยู่แค่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เรื่องขีดความสามารถ เฟร้นฟรายมองว่าเราพัฒนาได้ไม่มีขีดจำกัดค่ะจากร้อยไปพันไปหมื่นได้ ทุกๆ คนทำได้ค่ะ
ถ้าได้มงกุฎแล้วมีคำวิจารณ์เรื่องความ
งามจะไปศัลยกรรมเพิ่มไหมคะพอแล้วค่ะ พอแล้ว (หัวเราะเบาๆ) จมูกที่ทำนี่เพราะมันจำเป็นจริงๆ ไม่อย่างนั้นใบหน้าหนูจะป้านมากเลยนะคะ พี่ๆ แนะนำให้ไปทำ ก็เลยทำ ทำแล้วมั่นใจขึ้นค่ะ
เธอคือนางงาม หรือนางฟ้า?
แน่นอนว่าทันทีที่สวมมงกุฎ ก็ต้องมีคำวิพากษ์วิจารณ์ว่า สวยจริงหรือ? มีคนสวยกว่านี้อีกนะ? การแข่งขันตามมาด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์เสมอ สุพล วิเชียรฉาย รองกรรมการ บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ในฐานะผู้จัดการกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ บอกว่าเวทีของช่อง 3 ให้คำตอบชัดเจนว่าการเลือกสาวงามต้องตอบโจทย์สำหรับเวทีนี้ ผู้เข้าประกวดจะได้ทำงานในวงการบันเทิงด้วย นอกจากในส่วนคนได้ตำแหน่งไปประกวดมิสเวิลด์ก็ต้องสูงใหญ่แบบนางงาม ส่วนคนเข้ารอบ ทางช่องจะเลือกคนตัวเล็กๆ ก็มาแสดงละคร
“ใครจะได้เป็นมิสไทยแลนด์เวิลด์ รู้กันวันขึ้นเวทีตัดสินจริงๆ ครับ ใครเด่นไม่เด่น เห็นกันชัดเจนในวันนั้นแหละ อย่างปีที่ผ่านมา เมญ่าก็ฉายแสงวันตัดสินนั่นแหละครับ แล้วพอได้ตำแหน่งก็มาพิสูจน์ตัวเองว่าเมื่อเราหยิบยื่นงานละครให้แล้ว น้องทำได้ดีแค่ไหนเมญ่ากำลังจะได้แสดงละครเพลง น้องมีพรสวรรค์มากร้องเพลงดี แสดงเก่ง คอยดูกันนะครับ
ผมบอกเสมอไม่จำเป็นต้องมาในลุคนางงามเต็มร้อย ใครมีความสามารถอะไรก็ให้มาลองประกวดกันดู คุณอาจไม่ได้มงกุฎเป็นนางงามตัวแทนประเทศไทยแต่คุณอาจไปทำอะไรอย่างอื่นได้ ถ้าคุณมีความสามารถหลากหลายเวทีนี้คือเรือนเพาะชำเปิดโอกาสทำให้ผู้หญิงเติบโตในวงการบันเทิง ซึ่งการเก็บตัว 4-5 วัน เราก็พอจะรู้แล้วนะว่าคุณโดดเด่นไปในทางไหน
หลายๆ ครั้ง ผมก็ถามตัวเองนะครับว่าการประกวดนางงามคือการผลิตซ้ำๆ เดิมๆ คือการเดินประชันความงามบนเวที แล้วไม่ว่าเวทีไหนก็ใช้แพตเทิร์นนี้ ผมคิดว่าวงการบันเทิงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลานะครับ บางครั้งการประกวดซ้ำๆ ทุกปี ก็ทำให้นางงามกลายเป็นความน่าเบื่อ
สมัยก่อนนางงามคือนางฟ้า แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว (บอกพร้อมรอยยิ้ม) โลกเปลี่ยนไปแล้ว สื่อไม่ใช่แค่โทรทัศน์แต่วันนี้เราเห็นนางงามทางโลกอินเทอร์เน็ตที่ทำให้ภาพลักษณ์นางงามเปลี่ยนไป แต่ก่อนกว่าจะได้เจอนางงามก็นานๆ ครั้งก็น่าตื่นเต้น ได้เจอคนสวยคนงาม แต่ตอนนี้แค่คลิกก็รู้หมดทั้งเรื่องดี รวมไปถึงเรื่องไม่ดีด้วย สื่อตรงนี้เองครับที่เป็นการทำลายภาพลักษณ์นางงามให้เสื่อมคลายความสวยงาม ความขลังลง ผมไม่ได้โทษสื่อนะครับถ้าเสนอเรื่องจริง แต่อย่างบางกรณีไม่ใช่เรื่องจริงไปเอาภาพโป๊แล้วมาสรุปว่าเป็นนางงามคนนี้ แล้วตรงนี้ก็ทำให้เราหานางงามที่มีภาพลักษณ์ดีงาม บริสุทธิ์เลอเลิศยากขึ้นอีกด้วย ไม่ใช่ไม่มีผู้หญิงคุณสมบัติแบบนั้นนะครับ มีเยอะแยะครับ แต่สื่อที่เปิดกว้างและมีบางกลุ่มที่ใช้สื่อทำลายกันแบบนี้ ก็ทำให้พ่อแม่ที่มีลูกสาวดีๆ สวยๆ ไม่เลือกมาเวทีประกวด
ผมจึงอยากตั้งคำถามว่า เราตั้งความคาดหวังไปกับคำว่า ‘นางงาม’ เกินไปไหม ถ้าเทียบกับช่วงเวลาคัดเลือกเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น
นิยามความสวยเวทีนี้ เราเลือกคนสวยที่ไม่สร้างภาพเป็นนางฟ้านางสวรรค์ เราไม่บอกเด็กอย่างนั้นแน่นอนครับ แต่ผมชอบผู้หญิงที่เป็นธรรมชาติ เราต้องปลูกฝังให้เป็นคนจริง ผู้หญิงสวยสะอาดด้วยความคิดดูสวยกว่างามประดิษฐ์แบบนางงาม หวานๆ คำพูดสวยๆ นั่นไม่ใช่ตัวจริงครับ แล้วเวทีกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ต้องสร้างคุณค่าให้ผู้หญิง เธอควรมีความจริงใจต่อเพื่อนมนุษย์ จริงใจต่อสังคมนี่คือนิยามคนสวยของเวทีนี้ครับ”







