
การออกบินอันสวยหรูของ อินทรีสายเลือดใหม่
แม้
“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี จะเป็นชาติมหาอำนาจแห่งวงการลูกหนังโลก แต่ก่อนเริ่มศึกเวิลด์คัพ 2010 นักเตะเมืองเบียร์ไม่ได้ถูกพูดถึงมากเหมือนทีมเต็งอย่าง บราซิล สเปน อังกฤษ หรือ อาร์เจนตินาสาเหตุที่เยอรมนีถูกมองข้าม เป็นเพราะพวกเขากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายนักเตะสายเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทนตัวเก๋าหลายคน ยิ่งไปกว่านั้น หัวใจสำคัญของทีมอย่าง มิชาเอล บัลลัก ก็บาดเจ็บต้องถอนตัวไป
มานูเอล นอยเออร์, โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์, เจอโรม บัวเต็ง, ซามี เคดิรา, โทนี โครส, เมซุต โอซิล, โธมัส มุลเลอร์ ฯลฯ... ตัวอย่างชื่อเหล่านี้หากไม่ใช่แฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลเมืองเบียร์ บางคนอาจเกาหัวแกรกๆ เพราะไม่คุ้นชื่อเอาเสียเลย
อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลาลงสนามจริง พลพรรค
“อินทรีเด็ก” ระเบิดฟอร์มได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะผลงานชิ้นโบแดงในเกมไล่ถล่มอังกฤษและอาร์เจนตินา ก่อนที่จะจบด้วยการคว้าอันดับ 3 มาครองจากการเฉือนอุรุกวัย 32 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา นับเป็นการคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลกเป็นหนที่ 4 ของเยอรมนีต่อจากปี 1934, 1970 และ 2006เกมนี้เยอรมนีส่งตัวสำรองลงเล่นหลายคน เนื่องจากแข้งหลักบางรายเป็นไข้ก่อนเกม รวมทั้ง มิโรสลาฟ โคลเซ ที่เจ็บหลัง ทำให้ชวดทำสถิติยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมากที่สุดของโรนัลโด แต่ก็เจาะตาข่ายอุรุกวัยได้ถึง 3 ประตูจากมุลเลอร์ (นาที 19) มาร์เซล แยนเซน (56) และ เคดิรา (82) ส่วนทีมจอมโหดได้จาก เอดิสัน คาวานี (28) และ ดีเอโก ฟอร์ลัน (51)
“
ผมพอใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้เล่นทุกคนสมควรได้รับมัน ซึ่งเมื่อ 89 เดือนที่แล้ว เราไม่คาดคิดเลยว่าเราจะประสบความสำเร็จขนาดนี้” กุนซือ โยอาคิม เลิฟ กล่าวขณะที่ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ เชื่อว่าทีมอินทรีเหล็กชุดนี้อนาคตไกลแน่นอน แต่จำเป็นต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้
“
ผมภูมิใจมากที่ได้เล่นกับทีมนี้ พวกเราต้องมองไปที่อนาคต ซึ่งพวกเราสามารถประสบความความสำเร็จได้อีกมากมาย” กองกลางวัย 25 ปี จากบาเยิร์น มิวนิก กล่าวอย่างไรก็ตาม การบ้านที่สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (เดเอฟเบ) จำเป็นต้องรีบดำเนินการอย่างแรก คือ การพยายามรั้งตั้วเลิฟให้อยู่คุมทีมต่อไป โดยสัญญาฉบับปัจจุบันของกุนซือวัย 50 ปี จะสิ้นสุดลงหลังจบศึกเวิลด์คัพ 2010 ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไม่การันตีว่าจะตกลงยืดสัญญาต่อไปหรือไม่ โดยจะขอเวลาตัดสินใจสักระยะ
“
อันดับ 3 ถือเป็นความสำเร็จที่พวกเราสามารถภูมิใจกับมันได้เต็มที่ อย่างไรก็ตามเราหวังว่า โยอาคิม เลิฟ จะยังอยู่คุมทีมต่อไป” ลูคัส โพโดลสกี กล่าว






