posttoday
มูลค่า...คาดเสื้อ

มูลค่า...คาดเสื้อ

15 สิงหาคม 2558

ถือว่าเป็นเทรนด์ของเศรษฐีไทย ที่นิยมเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลในต่างประเทศ

โดย...ราชันเบอร์23

ถือว่าเป็นเทรนด์ของเศรษฐีไทย ที่นิยมเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลในต่างประเทศ นอกจากจะเป็นเรื่องความชอบส่วนตัวแล้ว พวกเขายังเล็งผลในธุรกิจเป็นหลัก ล่าสุด “เดอะ รอยัลส์” เรดดิง ทีมในเดอะแชมเปี้ยนชิพ ที่ได้กลุ่มคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ นั่งเป็นประธานกรรมการและผู้ถือหุ้นสโมสร ร่วมกับ สัมฤทธิ์ ธนะกาญจนสุทธิ์ กรรมการบริษัทและเป็นผู้ถือหุ้นอีกราย ได้เซ็นสัญญากับสปอนเซอร์ แบรนด์ของคนไทย 2 ยี่ห้อ ทั้ง คาราบาวแดง และ การบินไทย

เรดดิงเปิดตัวเสื้อทีมเหย้าไปอย่างฮือฮา ด้วยการได้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม “คาราบาวแดง” เป็นผู้สนับสนุน พร้อมติดอยู่ที่หน้าอกเสื้อในฐานะสปอนเซอร์หลัก โดยตัวเลขไม่ได้เปิดเผย แต่คาดว่าน่าจะอยู่ราว 5 แสนปอนด์/ปี (ราว 25 ล้านบาท)

ด้าน สัมฤทธิ์ หนึ่งในผู้ถือหุ้นของเรดดิง ยอมรับว่า ตัดสินใจเลือกแบรนด์ไทยมากกว่าแบรนด์นอก

“ผมตัดสินใจไม่นานในการเลือกสปอนเซอร์คาดอกเสื้อ เพราะเราได้พูดคุยแล้วว่า ต้องการได้สินค้าไทย เพราะอยากโปรโมทสินค้าของไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วยุโรป รวมถึงทวีปต่างๆ ทั่วโลก ที่มีการถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกด้วย ซึ่งเป็นการส่งเสริมสินค้าไทยไปทางอ้อม ดีกว่าไปโปรโมทแบรนด์ของเมืองนอก”

ขณะที่ เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง คาราบาวแดง เปิดเผยว่า ปีนี้ทางบริษัทจะให้ความสำคัญต่อตลาดต่างประเทศมากขึ้น จึงได้ตัดสินใจเป็นสปอนเซอร์ให้ทีมฟุตบอล เพื่อจะรุกตลาดยุโรป หวังว่าจะต่อยอดในอนาคตได้

“ผมเซ็นสัญญากับสโมสรเรดดิง 1 ปี เพื่อสร้างแบรนด์สินค้าและจำหน่ายสินค้าในอังกฤษผ่านคลับในสโมสรและซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นการปูทางก่อนรุกจริงจัง คาดว่าอีก 3 ปี จะมีรายได้จากประเทศอังกฤษไม่ต่ำกว่า 500-600 ล้านบาท และเราจะประเมินอีกครั้ง หลังปิดฤดูกาลว่าจะต่อสัญญาหรือไม่”

นอกจากคาราบาวแดงแล้ว เรดดิงยังมีสปอนเซอร์ “การบินไทย” คาดหน้าอก การเข้ามาสนับสนุน ทีมครั้งนี้ของการบินไทย มีทั้งเสียงเห็นด้วยและคัดค้านของจากพนักงานและแฟนบอล แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการสนับสนุนก็ตาม

ล่าสุดสื่ออังกฤษแจกแจงรายได้ 20 สโมสรในพรีเมียร์ลีก จากสปอนเซอร์คาดหน้าอกเสื้อแข่งในฤดูกาล 2015-2016 มีตัวเลขรายได้รวมของทุกสโมสรสูงถึง 200 ล้านปอนด์ (ราว 1 หมื่นล้านบาท) ถือว่ามากเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นมาจากซีซั่น ก่อนถึง 14 เปอร์เซ็นต์ โดยมี แมนฯ ยูไนเต็ด รับทรัพย์จากเชฟโรเลตฤดูกาลละ 47 ล้านปอนด์ (ราว 2,350 ล้านบาท) โดย มีเชลซี ที่เพิ่งเซ็นสัญญากับโยโกฮามา รั้งอันดับ 2 ด้วยรายรับ 40 ล้านปอนด์ (ราว 2,000 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล ส่วน อาร์เซนอล รั้งที่ 3 สายการบินเอมิเรตส์ 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,500 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล เห็นตัวเลขแล้วต้องบอกว่า สปอนเซอร์ต่างๆ หวังจะกระตุ้นยอดขายผ่านสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เพราะสมัยนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ดังนั้นต้องรุกและรับให้เป็น เพื่อผลสำเร็จทางธุรกิจที่ยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท