
ไปเป็น ‘ชาวนา’ ปีละครั้ง
โดย...นกขุนทอง-พาแลง ภาพ พสุนธรา เทพปัญญา
โดย...นกขุนทอง-พาแลง ภาพ พสุนธรา เทพปัญญา
ประเด็นเรื่องความปลอดภัยในอาหารทำให้คนเมืองหลายคนเริ่มหันมาปลูกผักสวนครัวเอง แต่ด้วยพื้นที่จำกัดทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถทำเกษตรอินทรีย์ได้เต็มที่ และถ้าอยากจะทดลองทำนาแบบอินทรีย์อย่างจริงจังก็ไม่รู้จะไปฝึกปฏิบัติที่ไหน i-Heart มีคำแนะนำ สำหรับคนที่ต้องการเป็นเกษตรกรมีหลายที่ที่สอนการทำนา เช่น มูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี และอีกหลายแห่ง ซึ่งอาจจะต้องเรียนต่อเนื่องครบทุกขั้นตอน
สำหรับคนเวลาน้อยแต่อยากเรียนรู้เบื้องต้น การศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ตก็ช่วยได้แต่ในระดับหนึ่ง ดังนั้น การลงพื้นที่คือวิธีที่ดีที่สุด กลุ่มข้าวเพื่อนชาวนาจึงพาสมาชิกที่ซื้อข้าวกับกลุ่มลงไปสัมผัสวิถีชีวิต วิธีการทำนา ถอนกล้า ปักดำ ที่ จ.ยโสธร ซึ่งเกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์ในพื้นที่นี้จะทำนาปีละ 1 ครั้ง คือในช่วงเดือน มิ.ย.-ต.ค. ก่อนจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวในเดือน พ.ย.-ธ.ค.ของทุกปี ช่วงเวลาทั้งสองนี้จึงเป็นนาทีทองและสนามทดลองของนักเรียนในเมืองที่อยากไปเป็นชาวนาสมัครเล่น
อรยา สูตะบุตร ผู้ประสานงานกลุ่มข้าวเพื่อนชาวนา บอกว่า การมาทำนาจะทำให้คนเมืองเข้าใจหัวอกชาวนา และรู้คุณค่าของข้าวมากขึ้น ซึ่งในปี 2558 นี้ กลุ่มข้าวเพื่อนชาวนาก็พาเด็กรุ่นใหม่ที่สนใจด้านการเกษตรมาร่วมศึกษาและทำนาร่วมกับชาวนา เป็นปีที่ 2 และครั้งนี้ก็มีลูกหลานของสมาชิกกลุ่มมาร่วมด้วย นอกจากจะได้ลงมือทำนาอย่างจริงจัง ยังได้เรียนรู้พิธีกรรมโบราณของชาวนาดั้งเดิมอย่างการแฮกนาหรือแรกนา ได้ชิมอาหารท้องถิ่น รู้จักพืชผักพื้นเมือง รวมทั้งวิธีประกอบอาหาร และก่อนจะลาจากกันทุกคนก็สัญญาเป็นเพื่อนด้วยการผูกเสี่ยวแบบคนอีสาน เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความหมายและความสุข
ลองไปแค่ปีละหนึ่งครั้งก่อน แล้วคุณจะได้คำตอบว่า อาชีพชาวนาไม่ได้เป็นกันง่ายๆ แต่มีเสน่ห์ให้น่าค้นหา (อีก) ติดตามกิจกรรมของกลุ่มข้าวเพื่อนชาวนาได้ที่ Facebook.com/farmersfriendrice







