
ปอม-ชญานิศ พฤกษพานิช ...งามสมคำร่ำลือ
เธอคนนี้เป็นถึงดาวคณะ หน้าตาสะสวย บุคลิกโดดเด่น แถมยังเรียนเก่ง มีความประพฤติเรียบร้อย และเป็นที่รักของคนรอบข้าง
เธอคนนี้เป็นถึงดาวคณะ หน้าตาสะสวย บุคลิกโดดเด่น แถมยังเรียนเก่ง มีความประพฤติเรียบร้อย และเป็นที่รักของคนรอบข้าง
เรื่อง อินทรชัย พาณิชกุล / ภาพ ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ
ได้รับอีเมลจากคุณพ่อคุณแม่คู่หนึ่ง ซึ่งเป็นสมาชิกเหนียวแน่นของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เนื้อหาระบุว่า อยากจะแนะนำลูกสาวแสนสวย วัยน่ารักสดใส นั่นก็คือ น้องปอม-ชญานิศ พฤกษพานิช กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ภาคภาษาอังกฤษ (BBA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงในคอลัมน์ดาวมหาวิทยาลัย
แว่วๆ ว่าเธอคนนี้เป็นถึงดาวคณะ หน้าตาสะสวย บุคลิกโดดเด่น แถมยังเรียนเก่ง มีความประพฤติเรียบร้อย และเป็นที่รักของคนรอบข้าง
...หน้าตาสวย โปรไฟล์แจ่มอย่างนี้ เห็นที่ต้องไปยลโฉมซะหน่อย!
จนเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ช่วงเย็นวันหนึ่งหลังจากกรุงเทพฯ โดนฝนกระหน่ำไปทั้งเมืองจนชุ่มฉ่ำ ณ หน้าตึกคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เราก็ได้นัดพบกับสาวน้อยคนนี้...
“สวัสดีค่ะ รอนานไหมค่ะ” เป็นคำทักทายแรกจากเสียงใสๆ ของน้องปอม เธอปรากฏตัวในเครื่องแบบนิสิตจุฬาฯ ขาวสะอาดสะอ้าน กระโปรงเข้ารูปสมส่วนใต้เข็มขัดตรามหาวิทยาลัยเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจได้มากที่สุด คงเป็นดวงตาแจ่มใสและรอยยิ้มกว้างจริงใจ ทำเอาบรรยากาศรอบข้างรื่นรมย์ขึ้นมาโดยพลัน
ไม่นานเกินรอ การพูดคุยทำความรู้จักก็เริ่มต้นขึ้น น้องปอมเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังว่า เธอเพิ่งกลับมาอยู่เมืองไทยได้เพียง 5 ปีเท่านั้น ก่อนหน้าคุณพ่อน้องปอมซึ่งทำงานที่บริษัท การบินไทย ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสาขาอยู่ในต่างแดน ได้พาลูกสาวคนสุดท้องคนนี้ติดสอยห้อยตามไปด้วยตั้งแต่ยังแบเบาะ
“เกิดเมืองไทยค่ะ แต่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนานเกือบ 15 ปี คือคุณพ่อทำงานที่ต่างประเทศ ตัดสินใจพาไปด้วยตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ เริ่มเข้าเรียนหนังสือที่กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา อยู่ 4 ปี แล้วย้ายไปที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อีก 7 ปี ก่อนย้ายมาที่ฮ่องกง 2 ปี แล้วสุดท้ายก็กลับมาเรียนต่อที่เมืองไทยนี่แหละค่ะ”
แม้จะใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน ระหกระเหินไปถึง 3 ประเทศ ที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งประเพณีวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิตของผู้คนสังคม รวมไปถึงอาหารการกิน แต่ครอบครัวของเธอก็กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งคุณแม่ยังเอาใจใส่ให้ความสำคัญในการปลูกฝังรากเหง้าความเป็นไทยไว้ในหัวใจของลูกสาวสุดที่รัก
“ถึงจะโตเมืองนอก แต่คุณพ่อคุณแม่ก็คอยสอนเรื่องวัฒนธรรมไทย เวลาพวกเราอยู่บ้านก็คุยภาษาไทยกัน คุณแม่จะสอนตลอดเรื่องมารยาทไทย ไม่ว่าจะเป็นการไหว้ทักทาย ขอบคุณสวยๆ ให้เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ พูดจาเพราะๆ ทำตัวเรียบร้อยนอบน้อมกับคนอื่น ไปจนถึงการสวดมนต์ไหว้พระทุกคืนก่อนนอน ปอมคิดว่าเอกลักษณ์ของคนไทย คือ ความใจดี เป็นกันเอง มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือแบ่งปัน นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม ประเพณีวัฒนธรรมหลายอย่างก็น่าประทับใจมาก” ปอม กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พลางบอกว่าไม่มีที่ไหนที่จะทำให้เธอมีความสุขมากเท่ากับที่นี่อีกแล้ว
เห็นหน้าสวยๆ หมวยอินเตอร์ขนาดนี้ ใครจะรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอช่างเพียบพร้อมไปด้วยความงดงามของหญิงไทย ตลอดการสนทนา ทุกคำพูดน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความนอบน้อมนุ่มนวล ทุกการเคลื่อนไหว กิริยามารยาทก็เรียบร้อยอ่อนหวาน ทั้งหมดล้วนบ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้ได้รับการปลูกฝังมาเป็นอย่างดีเยี่ยม
“ช่วงนี้เรียนหนักมากค่ะ” เธอรำพึงเบาๆ เมื่อวกเข้าสู่หัวข้อของการเรียน
“ไม่นึกว่าการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยจะเรียนหนักขนาดนี้ (หัวเราะ) งานเยอะทีเดียว ต้องคอยทบทวนบทเรียน หรือจับกลุ่มติวหนังสือกับเพื่อนๆ ตลอดเลยค่ะ ยิ่งช่วงสอบนี่หัวหมุนเลย เพราะอ่านแทบไม่ทัน แต่โชคดีค่ะที่เพื่อนๆ พี่ๆ และอาจารย์ที่จุฬาฯ น่ารักมาก (เน้นเสียง) พวกเราช่วยเหลือกันตลอด ไม่ทิ้งกัน แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้แก่กัน ปอมถึงมีความคิดแน่วแน่อย่างหนึ่งมาตลอดว่า คนไทยเรามีน้ำใจมากๆ
ยามว่าง เวลาพักผ่อน ชอบอยู่บ้านกับครอบครัวค่ะ ไม่ดูหนัง ฟังเพลง ร้องคาราโอเกะด้วยกัน ก็จะไปช็อปปิ้ง หาอะไรรับประทานนอกบ้านด้วยกัน ปอมรักครอบครัวมากค่ะ และคิดว่าความสุขของการที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา สามารถทำให้ชีวิตของเรามีพลังในการแก้ไขทุกปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แม้ว่าปัญหานั้นจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหนก็ตาม” ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีอินเตอร์ พูดถึงทัศนคติที่เธอมีต่อครอบครัวได้น่าชื่นชม
ปัญหาจุกจิกกวนใจที่เธอมักเจอก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเรียน ซึ่งเธอเล่าว่า เป็นคนเครียดง่าย แค่อ่านหนังสือไม่ทัน ทำงานที่คั่งค้างไว้ไม่เสร็จ ก็ทำเอาหัวยุ่งได้ไม่ยาก ถ้าไม่มีวิธีจัดการความคิดที่ดี คงสติแตกเข้าสักวันหนึ่ง
“คนใกล้ชิด โดยเฉพาะครอบครัวและเพื่อน เป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ เวลาเราต้องการคำแนะนำ หรือไม่มั่นใจในตัวเอง ก็จะมานั่งคุยกับพวกเขา เปิดใจคุยกัน เขาจะรับฟังเราทุกเรื่อง เมื่อฝ่ายหนึ่งเปิดใจพูด อีกฝ่ายหนึ่งเปิดใจรับฟังและช่วยให้คำปรึกษา ปัญหาทั้งหมดก็จะค่อยๆ คลี่คลายไปเอง”
และแล้วสนทนาสั้นๆ ก็จบลง พร้อมๆ กับเสียงเฮฮาสนุกสนานดังขึ้นมาจากกลุ่มเพื่อนๆ ของเธอที่นั่งอยู่อีกโต๊ะไม่ไกลกันนัก ปอมหันไปส่งยิ้มหวานให้ ทุกคนพยักหน้ารับทราบ บางคนเอ่ยปากแซว ทำเอาคนสวยของเราแก้มแดงเพราะความเขินอาย
ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล ไม่หักห้ามใจคงเผลอหลงรัก สำหรับน้องปอม-ชญานิศ พฤกษพานิช สาวสวยผู้ละลายโลกทั้งใบได้ด้วยรอยยิ้มคนนี้
บอกได้คำเดียวว่า งดงามสมคำร่ำลือจริงๆ
5 สิ่งของที่ติดตัวไว้ขาดไม่ได้
ผ้าพันคอ - ของรักของหวงเลยค่ะผืนนี้ ซื้อที่ฮ่องกง พกติดตัวไว้ตลอดทุกฤดู ไม่ว่าจะฝนตก แดดร้อน หรืออากาศหนาว
ไอพอด - โปรดปรานการฟังเพลงที่สุดเลยค่ะ โดยเฉพาะแนวเพลงป๊อบหวานๆ
กระเป๋าสตางค์ - ใบสีส้มเปรี้ยวสุดๆ ใบนี้ ชอบตรงที่สีมันสดใสสะดุดตา เลยตัดสินใจให้เป็นกระเป๋าคู่ใจ
แบล็คเบอร์รี่ - เช็กเมล เล่นเฟซบุ๊ก แชต และนัดหมายกับคนอื่น เพื่อนซี้ที่สุดต้องเจ้าเครื่องนี้เลยค่ะ
ลิปมัน - ไม่มีเหตุผลอะไรมากกว่าทาริมฝีปากเพิ่มความชุ่มชื่นในตอนเช้าค่ะ







