posttoday
เล่นกีตาร์คลาสสิก ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

เล่นกีตาร์คลาสสิก ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

09 สิงหาคม 2558

ถ้าจะให้กล่าวถึงครั้งหนึ่งในชีวิตของ ทวี มณีจารุทรรศน์ นักกีตาร์คลาสสิกมือต้นของประเทศ

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ถ้าจะให้กล่าวถึงครั้งหนึ่งในชีวิตของ ทวี มณีจารุทรรศน์ นักกีตาร์คลาสสิกมือต้นของประเทศ คงไม่มีเหตุการณ์ใดที่นำมาซึ่งความปลาบปลื้มยินดี เกียรติยศความภาคภูมิ ทั้งแก่ตัวเองอีกชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเกินเหตุการณ์นี้ นั่นคือเหตุการณ์ในปี 2534 ที่ได้รับพระราชทานวโรกาสให้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด ถวายการเล่นกีตาร์คลาสสิกเป็นการส่วนพระองค์แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

24 ปีผ่านไป แต่ความทรงจำยังคงแจ่มชัดอยู่ในห้วงคำนึง ทวี เล่าว่า ขณะนั้นเขาอายุ 27 ปี โดยก่อนหน้านั้นในปี 2526 และ 2527 เขาคว้ารางวัลชนะเลิศประเทศไทยรุ่นใหญ่ สยามกลการ กีตาร์ เฟสติวัล 2526 และรางวัลชนะเลิศประเทศไทยรุ่นใหญ่ สยามกลการ กีตาร์ เฟสติวัล 2527 นับเป็นคนไทยคนแรกที่คว้ารางวัลชนะเลิศของประเทศ 2 ปีซ้อน

ผู้ชนะอันดับหนึ่งจะได้สิทธิในการเดินทางไปแข่งขันรายการกีตาร์ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Yamaha Southeast Asian Guitar Festival’84) ทวีได้สิทธินั้นและสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง กีตาร์ประเภทคลาสสิกในปี 2527 ขณะนั้นอายุเพียง 20 ปี จากนั้นหันมาเป็นนักดนตรีอาชีพ เดินสายตระเวนเล่นกีตาร์ ทั้งเปิดการแสดงเวทีต่างๆ และออกรายการโทรทัศน์มากมาย พร้อมๆ กับงานประจำรับเป็นอาจารย์สอนกีตาร์ที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการ

ในปี 2534 ช่วงกลางปีเดือน ก.ค. ทวีได้รับการสนับสนุนจากสยามกลการให้จัดงานแสดงคอนเสิร์ต นับเป็นนักดนตรีกีตาร์คลาสสิกคนไทยคนแรก ที่จัดคอนเสิร์ตเปิดการแสดงแบบขายบัตร ยังจำได้ว่าบัตรราคา 200 บาท ถือว่าไม่ถูกในสมัยนั้น คนเข้ามาชมงานฟังดนตรีเต็มจำนวนที่นั่ง หรือประมาณ 200 คน ที่โรงแรมตะวันนา รามาดา คอนเสิร์ตประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ได้รับการตอบรับจากนักฟังและนักวิจารณ์เพลงอย่างท่วมท้น

เล่นกีตาร์คลาสสิก ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

ถัดมาในเดือน ส.ค.ปีเดียวกันนั้นเอง หลังวันที่ 12 ส.ค. ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาไม่กี่วัน โรงเรียนดนตรีสยามกลการก็ได้รับการติดต่อมา โดยขอตัวทวีให้ไปเล่นในงานสังสรรค์ส่วนพระองค์ โดยงานจะจัดขึ้นเป็นการภายในที่สถานทูตจอร์แดน ย่านสุขุมวิท

 “ตกใจมาก แต่ก็ดีใจมากระคนกัน ในตอนแรกไม่กล้ารับงาน ด้วยเป็นเรื่องที่เกินตัวและเหนือความคาดหมายอย่างแท้จริง แต่ที่สุดก็ตัดสินใจรับ ถือว่านี่คือเกียรติสูงสุดทั้งของเราเองและของวงศ์ตระกูล” ทวีเล่า

ทวีไม่มีรถ เขาเล่าเรื่องนี้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เพื่อนคนนั้นหัวเราะและไม่เชื่อด้วยซ้ำในตอนแรก แต่จะด้วยเหตุใดเขาตกปากรับคำว่า “เราเองจะขอขับรถ อาสาเป็นสารถีพานายไปทำงานใหญ่นี้ได้มั้ย” คงมีไม่กี่ครั้งนักที่โอกาสในชีวิตจะได้เล่นกีตาร์ถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เมื่อวันงานมาถึง ทวีนัดแนะกับเพื่อน ขับรถและขนอุปกรณ์ข้าวของ มีเครื่องดนตรีและโน้ตเพลง เป็นต้น ไปที่สถานทูตจอร์แดนด้วยจิตใจที่ตื่นเต้น

ไปถึงหน้าสถานทูตจอร์แดน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่รถเข้าไม่ได้แล้ว โดยทหารตำรวจในเครื่องแบบหลายนายประจำการอยู่เต็มพื้นที่ กั้นรถยนต์ไม่ให้ผ่านเข้าไป ทวีและเพื่อนเป็นเพียง 2 คน ที่เดินผ่านตลอดทางเข้าไปได้ถึงบริเวณอาคารจัดเลี้ยงในสถานทูต จำความรู้สึกขณะนั้นได้ว่า รู้สึกโก้หร่านเต็มที่ เขารีบเดินถือกีตาร์ ส่วนเพื่อนช่วยถืออุปกรณ์ต่างๆ ให้ เดินตามเจ้าหน้าที่ไปที่ห้องจัดเลี้ยง

“มีคนพาเราไปพบเจ้าหน้าที่เจ้าของงาน เรารายงานตัวเรียบร้อยแล้ว ก็มีคนพาเราไปที่ห้องจัดเลี้ยง ครั้งนั้นคือครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้เห็นห้องจัดเลี้ยงที่สวยงามมากที่สุดห้องหนึ่ง ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีห้องที่สวยงามอย่างนี้มาก่อน” ทวีเล่า

เล่นกีตาร์คลาสสิก ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

ห้องจัดเลี้ยงที่อยู่ในความทรงจำของทวีนั้น ทุกอย่างจัดแต่งอย่างประณีตบรรจง เป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงามอย่างที่สุด ดอกไม้สดตระการตาถูกจัดวางไว้ตรงโน้นตรงนี้ แต่งแต้มบรรยากาศของห้องให้มีความสวยสดงดงามอย่างน่าทึ่ง ห้องใหญ่กว้างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า กลางห้องคือแชนเดอเลียร์และโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 20 ที่นั่ง ส่วนด้านนอกเป็นสระว่ายน้ำ ทั้งสีสันและแสงไฟสร้างบรรยากาศและความตื่นตาตื่นใจแก่นักกีตาร์หนุ่มน้อยอย่างยากที่จะอธิบายเป็นคำพูด เขาไม่รอช้า ช่วยกันกับเพื่อนเตรียมอุปกรณ์การเล่นดนตรีทันที

นัดหมายคือ 18.00 น. ทวีไปถึง 17.00 น. กำหนดเล่นดนตรีถวายตั้งแต่เวลา 22.00 น. สถานที่ที่กำหนดให้แสดงกีตาร์เป็นมุมเล็กๆ ด้านหน้าห้องน้ำ เมื่อมาถึงก็จัดของและเตรียมงานไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกับที่โต๊ะพระกระยาหารก็เตรียมจัดโต๊ะไปพร้อมกัน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มาถึงเวลา 21.00 น.เศษ ทรงเปิดประตูห้องจัดเลี้ยง เสด็จฯ เข้ามาอย่างไม่มีพิธี พร้อมกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

“แม้จะเตรียมใจไม่ให้ตื่นเต้น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นอย่างมาก โดยเฉพาะเพื่อนของผมที่ได้เห็นทั้งสองพระองค์ในระยะใกล้ชิด ด้วยความตกใจ เขารีบถวายความเคารพแล้วหลบออกจากห้องจัดเลี้ยง หนีไปอยู่ในห้องครัว คอยอยู่ในนั้น กระทั่งผมเล่นกีตาร์เสร็จและพระองค์ท่านเสด็จฯ กลับเมื่อเวลา 1 น.เศษ”

ตามกำหนดการที่วางไว้ ทวีจะเล่นกีตาร์รวม 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 22.00-24.00 น. ทวีบรรเลงเพลงตามโน้ตเพลงที่เตรียมมาจนหมดทุกเพลงแล้ว แต่ทางโต๊ะเสวยก็ไม่มีท่าทีว่าจะเสวยเสร็จ ในคืนนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง ได้มีรับสั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับพระสหายอย่างทั่วถึง หากทวีนั้นแม้อยู่ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและน่ารื่นรมย์เพียงใด แต่ใจของเขากำลังเต้นเร่า ด้วยประหวัดไปถึงโน้ตเพลงแค่ 2 ชั่วโมงที่เตรียมมาว่า ไม่มีทางพอแน่

เล่นกีตาร์คลาสสิก ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

“โชคดีที่ช่วงนั้นผมฟิต เพราะเพิ่งเสร็จจากการเล่นคอนเสิร์ต จึงนำเพลงจากคอนเสิร์ตมาบรรเลงถวายด้วย ทุกเพลงเป็นเพลงฟังง่ายๆ แบบไลท์มิวสิค ไม่คลาสสิกจ๋าจนเกินไป ด้วยเกรงว่าจะไม่เหมาะกับงานสังสรรค์สบายๆ จนตอนท้ายของงานต้องหยิบโน้ตเพลงเดิมที่เล่นไปแล้ว มาเล่นถวายซ้ำอีกครั้ง พระสหายท่านหนึ่งแซวผมว่า อ้าว! นักดนตรี นี่เล่นเพลงซ้ำใช่มั้ย” ทวีเล่า

สำหรับเพลงแรกที่บรรเลงถวาย ได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์สายฝน ด้วยถือว่าพระองค์ท่านเปรียบเสมือนน้ำฝนจากฟากฟ้า ที่ชโลมความร่มเย็นแก่พสกนิกรทั่วหล้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มาประทับนั่งที่โต๊ะ ทรงพระสิริโฉมงดงามมาก พระสหายทั้งหมดในคืนนั้นมีจำนวน 10 กว่าท่าน โดยเป็นพระสหายหญิงทั้งหมด มีผู้ชายเพียงพระองค์เดียวคือสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในคืนนั้น สง่างามด้วยฉลองพระองค์สูทสีเข้ม ตัดเย็บอย่างประณีต ทั้งสองพระองค์ทรงพูดคุยกันด้วยท่าทีสบายๆ หากส่วนใหญ่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะมีรับสั่งพูดคุยกับพระสหายของพระองค์มากกว่า ในบางครั้งที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ จะเสด็จฯ ออกไปที่ด้านนอก พระองค์ท่านจะมีรับสั่งว่า “ลูก อย่าไปไกลนะลูก” หรือบางทีก็มีรับสั่งว่า “อยู่แถวๆ นี้นะลูก” ฯลฯ น้ำเสียงของพระองค์ท่านทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตามาก โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ก็จะแย้มพระสรวลและรับคำทุกครั้งไป

1 น.เศษ พระองค์ท่านจะเสด็จฯ กลับแล้ว ทรงมีพระเมตตาเสด็จฯ มายังที่ที่ทวียืนถวายความเคารพอยู่ ทรงมีพระปฏิสันถารว่า “เล่นเพลงได้เพราะมากเลย ขอบใจมากนะ ขอบใจจริงๆ” โชคดีที่มหาดเล็กรักษาพระองค์ได้มาแนะนำทวีไว้ก่อนหน้านี้ว่า หากมีพระปฏิสันถารด้วยแล้วตอบไม่ถูก ให้ยิ้มและโค้งคำนับก็เพียงพอ เป็นเช่นนั้นจริงๆ ทวีตอบไม่ถูกและรอยยิ้มก็เหมือนกล้ามเนื้อแก้มกระตุก เพราะความตื่นเต้นจึงไม่อาจควบคุมได้ พระองค์ท่านตรัสชมเชยแล้วเสด็จฯ กลับ รู้ภายหลังว่าท่านเสด็จฯ ไปลีลาศต่อ ณ ห้องอีกห้องหนึ่งที่จัดถวายในสถานทูตนั้นเอง

เล่นกีตาร์คลาสสิก ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

กลับถึงบ้านประมาณตี 2 เล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้พ่อกับแม่ฟัง เห็นบุพการีตื้นตันน้ำตาไหลก็ครั้งนี้ จากนั้นด้วยความตื่นเต้นตัวเองก็นอนไม่หลับไปจนถึงเช้า นี่คือครั้งหนึ่งในชีวิตของนักกีตาร์คลาสสิกคนหนึ่ง โมเมนต์หรือห้วงเวลาที่จะจดจำไปชั่วชีวิต เขาเกิดในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน มีสำนึกในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เสมอมา แต่ไม่นึกฝันว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสเข้าเฝ้าและถวายการเล่นดนตรีอย่างใกล้ชิด

โอกาสหลายอย่างในชีวิตได้มาเพราะกีตาร์ ต้องขอบคุณบิดา เทวัญ มณีจารุทรรศน์ พ่อเป็นช่างพิมพ์ในโรงพิมพ์ เงินเดือนน้อยนิด แต่เพราะเห็นลูกรักชอบดนตรี จึงสนับสนุนให้เรียนดนตรีอย่างจริงจัง ที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการ พ่อคุมไปเรียนด้วยตัวเอง โดดเรียนไม่ได้ ทุกเย็นเวลาพ่อกินข้าว มีหน้าที่ดีดกีตาร์ให้พ่อฟัง พ่อชอบร้องเพลงจีนสมัยเก่าๆ อย่างเพลงของนักร้องดังสมัยก่อน จางเสี่ยวอิง หรือเพลงจินเทียนปู่หุยเจีย (คืนนี้ฉันไม่กลับบ้าน) เพลงเหล่านี้มีอิทธิพลต่อทวีในเวลาต่อมา เพราะมันผูกพันให้เขาสนใจในเพลง อยากร้องและดีดเพลงพวกนี้ให้ได้

“ผมเริ่มเรียนกีตาร์ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เพียงปีเดียวก็ได้รับคัดเลือกให้เล่นออกทีวีในรายการของช่อง 4 บางขุนพรหม โชว์กีตาร์สดเป็นที่ฮือฮา ช่วงนั้นโรงเรียนให้จับคู่กับเพื่อนอีกคน ร้องเพลงไลต์ติ้ง บาร์ บลู กับเพลงสุขาอยู่หนใด ซึ่งดังมากในเวลานั้น”

ได้ออกรายการทีวีและแสดงบนเวทีต่างๆ ตั้งแต่ยังเล็กอายุเพียง 10-11 ขวบ จะไปออกรายการทีวีแต่ละครั้ง ต้องขออนุญาตอาจารย์เป็นครั้งๆ ไป การแสดงของเด็กน้อยเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ เป็นที่ปลาบปลื้มและเชิดหน้าชูตาของพ่อแม่ แม้ครั้งหนึ่งเคยอยากช่วยพ่อประหยัดเงิน เลิกไปเรียนดนตรี ครูรีบมาตามตัว พอดีมีโครงการวงกีตาร์อองซอมเบิล (Ensemble) ซึ่งสยามกลการจัดตั้งขึ้น เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์การสอนดนตรีของโรงเรียน ทวีได้รับคัดเลือกและได้สิทธิเรียนฟรีไปพร้อมกัน

จากนั้นก็ยาวมาบนเส้นทาง เลือกกีตาร์คลาสสิกเพราะครูอาจารย์เห็นแววเมตตาสั่งสอน กระทั่งได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ไต่มาจากรุ่นเยาวชนในปี 2523 จนถึงรุ่นใหญ่ในปี 2526 และ 2527 กระทั่งคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศในการแข่งขันกีตาร์คลาสสิก ระดับเซาท์อีสเอเชียในปีเดียวกัน ที่ประเทศฮ่องกง

เล่นกีตาร์คลาสสิก ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

“กีตาร์คลาสสิกให้ทุกอย่างในชีวิตผม เงินเดือนเดือนแรกมาจากการเป็นครูสอนกีตาร์ ตั้งแต่ตอนอายุ 18 ปี ได้เป็นผู้ให้ก็ด้วยกีตาร์ เงินทองได้มาให้พ่อให้แม่ ได้ให้คุณปู่ ไม่ใช่เงินอย่างเดียวที่ได้ แต่ยังให้เกียรติยศชื่อเสียง อีกความสวยงามและลึกซึ้งในคุณดนตรี คุณูปการที่ไม่อาจนับ” ทวีเล่า

ในปี 2538 ประสบการณ์และความประทับใจไม่รู้ลืมอันเนื่องด้วยกีตาร์คลาสสิก ยังจำได้คือการเข้าร่วมคลาสหรือชั้นเรียนกับนักดนตรีกีตาร์คลาสสิกระดับโลกหลายต่อหลายคน แต่เดิมมาไอดอลหรือแรงบันดาลใจต้นแบบของทวีคือ จอห์น วิลเลียม นักกีตาร์คลาสสิกมือหนึ่งของออสเตรเลียและของโลก เขาจึงได้มุ่งมั่นเดินทางไปที่เมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเข้าร่วมงานกีตาร์เฟสติวัลที่จอห์น วิลเลียม จะเข้าร่วม

“ขณะนั้นผมเป็นครูสอนกีตาร์แล้ว ก็คิดว่าต้องเพิ่มพูนทักษะความเป็นครู ทั้งการตีความในบทเพลงและเทคนิคต่างๆ อีกอย่างก็เป็นโอกาสที่ดีจริงๆ ที่จะได้สัมผัสกับนักกีตาร์ระดับโลกเหล่านี้ ในครั้งนั้นได้เจอหมดที่ใจอยากเจอ (ฮา) ไม่ว่าจะเป็นจอห์น วิลเลียมเอง หรือทิโมธี เคน นักกีตาร์ชาวออสเตรเลียมือฉมัง เลียว บาวเวอร์ นักกีตาร์คลาสสิกชาวคิวบา โดยเฉพาะเลียว บาวเวอร์ ที่ผมประทับใจในความเป็นนักกีตาร์และความเป็นกันเองของเขามาก” ทวีเล่า

ในปี 2540 ทวียังได้ร่วมกับชมรมกีตาร์ ทำเพลงชุด “กีตาร์ลายไทย” ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่เจ้าตัวภูมิใจ ความเป็นนักกีตาร์ ได้คิดว่าจะทำอย่างไรให้เยาวชนสำนึกรักในวัฒนธรรมไทย ส่วนหนึ่งก็คือเพลงไทย ที่นำมาบรรเลงด้วยกีตาร์คลาสสิก ผลงานออกมาประสบความสำเร็จและเป็นที่ต้องการของมิตรรักแฟนเพลงอย่างมาก เรียกร้องให้ออกกีตาร์ลายไทยชุดที่ 2 ซึ่งก็ลือลั่นอีก กระทั่งล่าสุดได้ร่วมกับอดีตลูกศิษย์ วีระพงศ์ ทวีศักดิ์ นักดนตรีพิณแก้วคนแรกของไทย จัดทำเพลงชุด “ในดวงใจนิรันดร์”

สำหรับในดวงใจนิรันดร์ เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรรเลงพิณแก้ว โดย วีระพงศ์ บรรเลงกีตาร์คลาสสิก โดย ทวี และบรรเลงร่วมกับฟลุต โดย กัลยา พงศธร สมาชิกวงบางกอกซิมโฟนีออร์เคสตรา เจ้าของบ้านฟลุตสตูดิโอและผู้ก่อตั้งสวัสดีวู้ดวินควินเต็ท มีทั้งหมด 10 บทเพลง รายได้จากการจำหน่ายมอบให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี (facebook/TaweeGuitarStudio)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท