
หมัดแลกชีวิต
โดย...แจนยูอารี
โดย...แจนยูอารี
ภาพยนตร์นักมวย ไม่ว่าจะสร้างจากเรื่องจริงหรือเป็นเรื่องแต่งขึ้น ถ้าทำดี ทำให้ผู้ชมต่อมน้ำตาแตก กระแทกหัวใจ เข้าถึงตัวละคร เข้าใจความหมายคำว่า“ดราม่า” อย่างถูกที่ถูกจังหวะและถูกเวลา ที่สำคัญ สะท้อนปมความเป็นมนุษย์คนหนึ่งได้ถึงแก่น เชื่อว่ามันก็จะเป็นผลงานน่าจดจำ
หลายต่อหลายครั้งบนเวทีล่ารางวัล ภาพยนตร์แนวนี้ (ไม่ว่าจะมวยสากล มวยกรง หรือมวยปล้ำ) ล้วนแต่มีชื่อติดโผเข้าชิงและบางเรื่องก็ครองความยิ่งใหญ่ เช่น Foxcatcher (2014) Warrior (2011) The Fighter (2010) The Wrestler (2008) Million Dollar Baby (2004) Cinderella Man (2005) Ali (2001) The Hurricane (1999) Raging Bull (1980) กระทั่งภาพยนตร์ตระกูล Rocky ที่ทำออกมาหลายภาค ก็เป็นผลงานที่อยู่ในใจแฟนๆ จวบจนวันนี้
Southpaw หนึ่งตัวอย่างที่กำลังจะเดินรอยตามรุ่นพี่ แม้อาจไม่ใช่ภาพยนตร์นักมวยที่ดีที่สุด จนถึงขั้นคว้าผลงานยอดเยี่ยมแห่งปี ทว่า มันก็มีเรื่องราวและรายละเอียดที่จับต้องได้ ดูแล้วอิน ดูแล้วน้ำตาซึม ดูแล้วสมจริง ทั้งๆ ที่พล็อตเรื่องนั้นหาได้ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงไม่
ดำเนินเรื่องตามสูตรภาพยนตร์นักมวย (เป๊ะ) การต่อสู้บนสังเวียน หมัดแลกเงิน ความสุขสบายของคนข้างหลัง (ภรรยาและลูก) ชีวิตอู้ฟู่ที่มีเบื้องหลังอาจไม่ได้สวยหรูนัก กลโกงของผู้จัดการส่วนตัว คำว่ารวยอาจต้องแลกด้วยอาการป่วยไข้ในชีวิตบั้นปลาย
บนสังเวียนของการต่อสู้กับคู่แข่งว่ายากเย็นแล้ว นอกสังเวียนที่นักมวยต้องเผชิญก็หนักหน่วงไม่ใช่น้อย ยิ่งเมื่อต้องมาเจอความสูญเสียและการล้มละลาย แล้วไหนการเป็นพ่อที่ไม่มีสิทธิเลี้ยงดูลูกสาว “บิลลี โฮป” ยอดนักมวยจอมอหังการได้พบบททดสอบนั้น
โฮปมีต้นทุนชีวิตเท่ากับศูนย์ เขาเป็นเด็กกำพร้า ไร้ญาติพี่น้อง มิตรแท้ที่นำเขาไปทำความรู้จักกับความสุขสบาย คือ “มวย” ด้วยนิสัยมุทะลุ บนสังเวียนเขาจึงไม่ต่างจากนักสู้ผู้เปี่ยมพละกำลังพร้อมเผด็จศึก เขาสู้ยิบตาแบบไม่หวั่นเกรงคู่แข่งและนำมาซึ่งชัยชนะอันแสนเจ็บปวด (ร่างกาย)
ชีวิตนอกสังเวียนของโฮปก็สะบักสะบอมไม่แพ้ตอนที่เขาถูกคู่แข่งรัวหมัดใส่ จุดพลิกผันจากเหตุการณ์ปะทะคารม โทสะนำมาซึ่งความเลวร้ายและได้เปลี่ยนนักมวยดังไปตลอดกาล เหลือเพียงคนตกอับที่ต้องกลายมาเป็นคนทำความสะอาดค่ายมวย
ภาพยนตร์สั่นคลอนอารมณ์คนดูอย่างไม่ลดละ เพิ่มดีกรีความเข้มข้นด้วยการใช้ตัวละคร “ลูกสาว” เป็นหลักประกันความฝันสูงสุดที่โฮปต้องเอาชีวิตเข้าแลก นั่นทำให้เขาต้องเดินหน้ามุ่งสู่การเป็นยอดมวยอีกครั้ง เพื่อที่จะได้สิทธิเลี้ยงดูลูกสาว (ที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์) เพื่อล้างแค้นนักมวยดัง (ที่โฮปเชื่อว่าคือตัวการที่ทำให้ภรรยาเขาเสียชีวิต)
พลังการแสดงในบทโฮปต้องยกความดีให้ “เจค จิลเลนฮาล” ที่หนักแน่นไม่แพ้กับแต่ละหมัดที่ปล่อยใส่คู่ต่อสู้ ถือเป็นการทุ่มเทที่คุ้มค่า ไม่แน่ว่าบทนักมวยเดนตายอาจส่งชื่อเขาเป็นผู้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำ ไม่เวทีใดก็เวทีหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ตัวละครอื่นๆ ที่ได้นักแสดงระดับเทพมาร่วมถ่ายทอดนั้นก็หนุนนำให้เรื่องราวน่าติดตามยิ่งขึ้น แม้ว่าพล็อตเรื่องจะเดาไม่ยาก บางคนบทน้อยแต่เอาอยู่ (ราเชล แม็คอดัมส์-บทภรรยาโฮป) บางคนพลิกบทจากภาพที่เคยเห็น (ฟิฟตี เซ็นต์-บทผู้จัดการส่วนตัวทราม)
สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดขายและเสน่ห์ของภาพยนตร์นักมวย นั่นก็คือฉากแลกหมัด เรื่องไหนเรื่องนั้น ต้องดุเดือดเลือดสาด เรื่องนี้ก็ใช่ย่อย น่าจะเรียกได้ว่าบิ๊วอารมณ์คนดูให้รู้สึกเหมือนนั่งเชียร์มวยข้างเวทีจริงๆ ด้วยฉากชกกันจริง ตัดสลับกับภาพซูเปอร์สโลว์ที่เห็นทุกรูขุมขนและรอยปูดโปน
รอบที่เราดูก็มีคนอินจัดกับภาพยนตร์มากๆ ขนาดโยกตัวตามจังหวะการแลกหมัดเลยนะ (555) นั่นทำให้เราเชื่อว่าโลกภาพยนตร์ย่อมขาดเรื่องราวนักมวยไปไม่ได้ สร้างกี่ครั้งก็ยังมีคนชอบ (ดู) &O5532;
Southpaw (2015)
ประเภท ชีวิต/กีฬา/ต่อสู้/ตื่นเต้น
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ความยาว 124 นาที
เรตติ้ง น 13+
กากับ แอนโทนี ฟูคัวร์
แสดงนา เจค จิลเลนฮาล/เรเชล แม็คอดัมส์/ฟอเรสต์ วิเทเกอร์/โอนา ลอว์เรนซ์ /ฟิฟตี เซ็นต์/มิเกล โกเมซ







