
"พลอยพรรณ ทวีรัตน์" ลูกคือของขวัญจากพระเจ้า
"พลอยพยายามไม่คิดเยอะ ไม่ให้ลูกมารับความรู้สึกแย่ๆ ของเรา ลูกไม่เคยเห็นน้ำตาพลอย ต่อให้เศร้าแค่ไหนพลอยก็จะยิ้ม"
เรื่อง...พุสดี สิริวัชระเมตตา / ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
ในวันนี้แม้สถานะความรักระหว่าง พลอย-พลอยพรรณ ทวีรัตน์ คุณแม่ยังสวยวัย 31 ภรรยาสาวของนักร้องและนักแสดงหนุ่มชื่อดัง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ยังไม่รู้จะลงเอยอย่างไร แต่ในฐานะคุณแม่ลูกสองของแพนเตอร์ ลูกชายวัย 1 ปี 4 เดือน และพูม่า ลูกชายวัย 2 เดือน พลอยยังเดินหน้าทำหน้าที่ของแม่ให้เต็มที่และดีที่สุด
บ่ายวันที่มีนัดกับพลอย ท่ามกลางข่าวคราวเรื่องความรักของเธอกับปีเตอร์ที่ยังมีออกมาเรื่อยๆ พลอยปรากฏตัวพร้อมลูกทั้งสอง แม้ใบหน้าของเธอจะเปื้อนยิ้มอยู่บ้าง แต่การพบกันครั้งนี้ก็พอจะจับสัญญาณบางอย่างได้ว่ารอยยิ้มนี้ไม่ได้สดใสเหมือนเดิม
“ตั้งแต่ช่วงเลี้ยงแพนเตอร์ พลอยก็ทำธุรกิจขายยากันยุง และออยล์ออร์แกนิกสำหรับเด็ก ภายใต้แบรนด์ Baby Panther ไปด้วย แต่ตอนนี้พลอยกำลังทำธุรกิจใหม่กับลูกพี่ลูกน้อง ด้วยการนำเข้าขนมเค้กแช่แข็งจากฝรั่งเศส ภายใต้แบรนด์ “Buvette” เพื่อขายส่งให้โรงแรม และร้านกาแฟ-เบเกอรี่ที่ไม่ได้ทำขนมเอง และอย่างที่เป็นข่าวคือปีหน้าพลอยจะกลับไปเป็นแอร์ฯ”
ถามว่าแผนการที่จะกลับไปเป็นแอร์โฮสเตส เป็นความตั้งใจตั้งแต่แต่งงานใหม่ๆ หรือเปล่า พลอยบอกว่า คิดไว้แต่ต้นแล้ว เพราะงานแอร์ฯ เป็นงานที่รัก และตารางงานค่อนข้างยืดหยุ่น สามารถจัดเวลาได้ ทำให้สามารถเลี้ยงลูกและทำงานไปด้วยได้
“ทุกวันนี้พลอยก็ทำงานไปเลี้ยงลูกไป เพราะงานของเราทำที่บ้านได้ ยกเว้นมีประชุม หรือต้องเข้าออฟฟิศ ซึ่งพลอยจะพาลูกไปด้วย พลอยว่าการที่เราพาลูกไปไหนมาไหนด้วยก็ดี เหมือนเราได้เปิดโลกให้เขา อีกอย่างพลอยวางใจกว่า อย่างน้อยลูกก็อยู่ในสายตาเราตลอด พลอยมองว่าการที่พลอยยังทำงาน ทำให้เราไม่ฟุ้งซ่านนะ ไม่ได้จดจ่อกับลูกอย่างเดียว จนจับผิดลูกไปทุกอย่าง หรือเวลามีเรื่องไม่สบายใจ บางทีการทำงานก็ดึงเราออกจากความรู้สึกแย่ๆ ได้ อย่างน้อยบางทีเราก็ยุ่งเรื่องงานจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น”
พลอยบอกว่า การเป็นแม่เปลี่ยนชีวิตเธอไปหลายอย่าง เริ่มจากเรื่องใกล้ตัว สมัยก่อนอาจจะกินข้าวบ้างไม่กินบ้าง แต่พอมีลูก ต้องให้ลูกกินทุกมื้อ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องกินกับเขาด้วย
“พอมีลูก เวลาจะทำอะไรคิดเยอะขึ้น คิดถึงลูกตลอดว่าทำแบบนี้จะดีต่อสุขภาพเขามั้ย ต่อไปทำอะไรจะคิดแค่ตัวเราเองไม่ได้แล้ว สำหรับพลอยตอนนี้อายุ 31 ปี มีลูกสองคน ถือว่าโอเคมาก เพราะถ้าอายุมากกว่านี้ค่อยมีคงไม่ไหว กว่าลูกจะโตเราแก่มากแล้ว”
ถามถึงสไตล์การเลี้ยงลูกฉบับแม่พลอย พลอยบอกว่ามีบทเรียนจากลูกคนแรกเยอะ พอมาเจอพูม่าเลยถือว่าเลี้ยงง่ายขึ้นมาก ตอนเลี้ยงแพนเตอร์ยอมรับว่าเหนื่อยมาก ตอนนั้นโจทย์ของเราคือ เลี้ยงลูกให้ดีที่สุด ตามสูตรตามตำราทุกอย่าง จะกินจะนอนต้องตรงเวลา
“ตอนนั้นเราเหนื่อยมาก แค่เดือนแรกน้ำหนักลดไป 15 กิโลกรัม พลอยเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกทุกชั่วโมง ที่ปั๊มนมเขาให้ล้างวันละครั้ง พลอยล้างทุกครั้งที่ใช้เสร็จ ทำทุกอย่างเป๊ะมากจนเกินไป ทำให้เราไม่ได้หลับไม่ได้นอน บางอย่างตำราก็ไม่ได้บอกให้ทำนะ แต่เราคิดว่าแบบนี้ดีที่สุด ก็ทำ ปรากฏว่าไม่เวิร์ก พอมาถึงพูม่าเลยเปลี่ยนแผนการเลี้ยง ผ่อนคลายขึ้น ทำให้เราไม่เหนื่อยมาก แต่ลูกก็ยังแข็งแรง”
ถึงจะมีลูกวัยใกล้กันแบบนี้ แต่พลอยบอกว่าเตรียมวิธีรับมือไว้แล้ว เพื่อไม่ให้แพนเตอร์น้อยใจว่าจะถูกน้องมาแย่งความรัก เพราะทุ่มเทความรักให้แพนเตอร์เยอะ ประกอบกับแพนเตอร์โชคดีเป็นหลานคนแรกของที่บ้าน ทุกคนในบ้านเลยรักและเอาใจใส่อย่างดี
“ด้วยความที่เขายังเด็กมาก บางครั้งแพนเตอร์ก็เล่นกับพูม่าแรงนะ เราเผลอปุ๊บดึงขาน้องเลย พลอยก็ต้องคอยดู หรือถ้าแพนเตอร์ตีน้อง พลอยเห็น ก็จะไม่ได้ดุว่า ไม่หรืออย่า แต่จะเอามือเขามาลูบขาน้องเบาๆ ให้เขารู้เองว่าต้องเล่นกับน้องแบบนี้”
ถามว่า ถ้าวันหนึ่งพลอยต้องเลี้ยงลูกคนเดียวจะเป็นอย่างไร พลอยตอบอย่างไม่ลังเลว่า ไม่ยากเลย เพราะทุกวันนี้ก็เลี้ยงลูกคนเดียวอยู่แล้ว
“ถ้ามีคุณพ่อช่วยเลี้ยงดีมั้ย ดีกว่าแน่นอน ที่ผ่านมาด้วยความที่พี่เตอร์งานเยอะ เดินทางบ่อย อาจจะไม่ได้อยู่กับลูกเยอะ ลูกเลยอยู่กับพลอยเยอะ เวลาดุลูก ส่วนใหญ่จะเป็นพลอย พี่เตอร์จะเล่นกับลูกมากกว่า วิธีทำโทษลูกของพลอยไม่ใช่การตี แต่แค่พลอยมองหน้าเขา ลูกจะรู้แล้วว่าแม่กำลังดุเขาอยู่”
กับสภาพจิตใจคุณแม่ช่วงที่เป็นข่าวเรื่องชีวิตคู่ พลอยยอมรับว่าในใจยังเศร้า แต่ก็พยายามจะไม่ให้ความเศร้านี้ส่งผลไปถึงลูก
“ช่วงที่พลอยเศร้ามากๆ เราเลี้ยงลูกได้ไม่เต็ม 100% นะ เราอุ้มเขา แต่อุ้มด้วยความรัก 20% อีก 80% คือความเศร้า ทั้งที่ปกติเวลาอยู่กับลูกเราเต็ม 100% นะ พลอยก็ต้องพยายามไม่คิดเยอะ ไม่ให้ลูกมารับความรู้สึกแย่ๆ ของเรา พลอยเป็นคนไม่ร้องไห้ ลูกไม่เคยเห็นน้ำตาพลอยนะ ต่อให้เศร้าแค่ไหนพลอยก็จะยิ้ม
สำหรับพลอยลูกคือของขวัญจากพระเจ้า ที่สำคัญพลอยโชคดีมาก ที่ลูกพลอยหน้าตาดีทั้งคู่” พลอย กล่าวอย่างติดตลกทิ้งท้าย







