posttoday
รอย ‘ขีดเขี่ย’ บนฝาผนังบ้าน

รอย ‘ขีดเขี่ย’ บนฝาผนังบ้าน

02 สิงหาคม 2558

ฝาผนังที่บ้านเวลานี้ มีรอยขีดเขียนอยู่ประปรายที่เขียนแอบซ่อนอยู่ในที่ต่างๆ เป็นรูปวาดง่ายๆ ด้วยดินสอสีเมจิกบ้าง ปากกาบ้าง ดินสอบ้าง

โดย...พรเทพ เฮง ภาพ www.inclusiveminds.com

ฝาผนังที่บ้านเวลานี้ มีรอยขีดเขียนอยู่ประปรายที่เขียนแอบซ่อนอยู่ในที่ต่างๆ เป็นรูปวาดง่ายๆ ด้วยดินสอสีเมจิกบ้าง ปากกาบ้าง ดินสอบ้าง

แน่นอน ย่อมเป็นฝีมือของลูกสาว แต่ที่ไม่มีการเขียนบนฝาผนังบ้านจนเยอะแยะเต็มไปหมด เพราะที่บ้านมีกระดาษและสมุดเตรียมไว้ให้ลูกได้ขีดเขียนและวาดรูปอยู่มากมาย รวมถึงไม่ปิดกั้นในความมือซน ทำให้เธอไม่ค่อยได้เขียนที่ฝาผนังสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังมีคันมือคันไม้ แอบๆ ขีดเขียนไว้บ้างพอให้หายอยาก

อย่างที่ว่าแม้เธอทำอย่างนั้น แอบวาดรูปเล็กๆ ซ่อนไว้ ก็มีแค่การแซวลูกนิดหน่อย ซึ่งทั้งพ่อและลูกสาวก็อดอมยิ้มไม่ได้

การที่ลูกอยากเขียนฝาผนังอย่างไรก็ให้เขียนไป เพราะคิดว่าถ้าเธออยากวาดก็ให้วาดไป ปล่อยจินตนาการบรรเจิดบนฝาผนังบ้าน เพราะทาสีบ้านใหม่ก็คงไม่กี่ตังค์นัก แต่อาจจะเก็บไว้นานๆ เพื่อจะได้มีเรื่องพูดคุยรำลึกความหลังครั้งเธอยังเด็กดีกว่า

เมื่อนึกถึงความหลังของตัวเอง คิดไปแล้วก็เฮี้ยวใช่เล่น เพราะฝาผนังหลังโต๊ะทำงานของพ่อ เต็มไปด้วยลายเส้นและรูปวาดยุ่งเหยิงของปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน สีแดง สีดำ ดินสอสี สีเทียน สีชอล์กเปรอะเปื้อนไปหมด

สำหรับลิ้นชักของพ่อ (ปู่ของลูกสาว) เป็นคลังสมบัติที่บรรจุด้วยอุปกรณ์การเขียนที่หลากหลาย ทำให้สามารถใช้งานนำมาวาดรูปอย่างเต็มที่ และไม่เคยถูกดุ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องด่าว่าให้ลูกเสียใจเพราะมือซน อิทธิพลตรงนี้จึงส่งมายังพ่อที่จะปฏิบัติต่อลูกสาวของตัวเองจากรุ่นต่อรุ่น

จิตรกรรมฝาผนังของเด็กคงต้องเรียกว่า “การขีดเขี่ย” ลายเส้นและรูปต่างๆ มากกว่า “การขีดเขียน” เป็นการใช้มืออย่างอิสระตามที่เขาพึงพอใจภายในบ้าน การขีดเขียนและวาดรูปอย่างนี้ไม่มีรูปแบบ ถือเป็นการฝึกทักษะการใช้มืออย่างเสรีตามใจชอบตามนึกของฉัน โดยเฉพาะเด็กอายุ 1 ขวบกว่าๆ เป็นต้นไป พอโตเข้าโรงเรียนแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้ดูจะจางหายไปด้วยเช่นกัน

ความน่ารำคาญและคิดว่าทำให้ฝาผนังบ้านสกปรก ไม่เคยอยู่ในสารบบคิดของพ่อ มองว่าเป็นเรื่องสนุกสนานของลูกก็น่าจะเพียงพอแล้ว

พอลูกสาวโตเข้าโรงเรียน การเขียนฝาผนังก็เลือนหายไป เธอวาดรูปอย่างเป็นระบบและมีทักษะฝีมือมากขึ้นในกระดาษสมุดและสมุดวาดเขียน ส่วนฝาผนังบ้านและฝาประตูของห้องต่างๆ กลับกลายเป็นที่ติดสติ๊กเกอร์ของเธอแทน

ที่สุดๆ ของเรื่องการติดสติ๊กเกอร์ ต้องเป็นห้องนอนของลูกสาว เพราะแม่ของเธอเห็นดีเห็นงามด้วย ร่วมมือกันให้เธอซื้อสติ๊กเกอร์ (ส่วนมากมาจากแหล่งผลิตในประเทศจีน) ที่ราคาถูกหน่อย ซื้อมาเสียมากมาย แล้วให้ลูกสาวลงมือติด ติด ติด ติด ติด ติด ติด จนลายพร้อยเต็มฝาผนังห้องนอนของตัวเอง (จำกัดให้ติดแค่ด้านเดียว) เท่านี้เธอก็อิ่มอกอิ่มใจและเหนื่อยเต็มที่ ใช้เวลาติดสติ๊กเกอร์อยู่เป็นสัปดาห์

นั่งนึกไปนึกมา คิดว่าทุกบ้านต้องผ่านช่วงเวลาและอารมณ์อย่างนี้กันมาแล้ว ลูกมือซนชอบขีดเขี่ย พ่อแม่ควรนั่งเฉยๆ และไม่ต้องไปจัดการอะไร ปล่อยให้เป็นเรื่องความสุขตามวัยของลูกเถอะนะ...

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง