
เราต่างเกิดมาเพื่อ
จากที่คณะผู้พิพากษาแห่งศาลสูงสุดของสหรัฐได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
จากที่คณะผู้พิพากษาแห่งศาลสูงสุดของสหรัฐได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่ารัฐธรรมนูญของสหรัฐได้รับรองสิทธิในการสมรสและจดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในทั้ง 50 รัฐทั่วสหรัฐ เป็นผลให้คู่รักเพศเดียวกันต่างยินดีที่ตนและคู่รักจะได้รับสิทธิในสิทธิที่ควรจะได้รับเหมือนคู่รักทั่วไป
ยิ่งผมได้มีโอกาสพบเจอคู่รักเพศเดียวกันที่ได้ทำการสมรสและจดทะเบียนสมรสที่นิวยอร์ก สหรัฐ เมื่อเดือน ธ.ค. ในปีที่ผ่านมา ยิ่งทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ความรักของคนเพศเดียวกันของ ลุค แคสซาดี-ดอเรียน ชาวอเมริกัน และ เต้-ฐปนนท พิทักษ์รัตนโยธิน หนุ่มไทย(ปัจจุบันเขาทั้งคู่ทำงานร่วมกันในการผลิตรายการ ซีรี่ส์ ภาพยนตร์สารคดี และเว็บไซต์) นั้นยิ่งใหญ่และงดงามมากมายจริงๆ
วันนี้เขาจะมาบอกเล่าเรื่องราวความรักของเขาทั้งคู่ให้เราได้รับรู้กัน
เต้คือคนที่ทำให้ชีวิตลุคสมบูรณ์
และมีความสุข
“เราเจอกันในเดือน เม.ย. 2552 โดยในเย็นวันหนึ่งลุคตั้งใจจะไปกินอาหารกับเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่พอดีวันนั้นร้านนั้นปิด เลยมากินที่ร้านอาหารอีกร้านหนึ่งซึ่งเป็นร้านที่ลุคได้มาเจอเต้ ซึ่งวันนั้นเต้เขาก็พาแม่มากินข้าวด้วย ปกติแล้วเต้กับแม่เขาจะทำอาหารกินกันที่บ้าน แต่วันนั้นเต้ตั้งใจพาแม่ออกมากินอาหารนอกบ้านเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เลยทำให้เราสองคนได้มาเจอกัน
จังหวะที่เราได้คุยกัน เป็นเพราะเราสองคนเดินไปเข้าห้องน้ำพร้อมกัน แล้วมาเจอกันหน้าห้องน้ำ ลุคก็ทักเขาคุยกับเขาแป๊บเดียว แต่รู้สึกว่าเต้มีความน่าสนใจ ลุครู้สึกประทับใจในตัวเขา ก็เลยขอเบอร์โทรศัพท์เขาไว้ หลังจากนั้นก็โทรคุยกันอยู่ตลอดเวลา พากันไปกินอาหารมังสวิรัติตามร้านต่างๆ และฝึกโยคะด้วยกันด้วยครับพอคบกันได้ 3 เดือน เราสองคนก็ตกลงเป็นแฟนกันยิ่งคบกัน ยิ่งรู้สึกว่าเต้เป็นคนเก่ง เป็นคนฉลาด แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ ความสุข ความรู้สึกดี และความสบายใจ เวลาได้อยู่กับเขา แม้เราจะมีปัญหา มีการทะเลาะกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องงาน เพราะเราทำงานด้วยกัน ซึ่งทุกครั้งเราก็หันหน้ามาคุยกัน เพื่อเคลียร์กันให้จบ จบแล้วจบเลย ไม่มีคาใจกันอีก
หลังจากเราคบกันได้ 3 ปี ลุคขอเต้แต่งงาน ที่กล้าขอเพราะถ้าเต้ตอบตกลง เราก็สามารถบินไปแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันได้ที่นิวยอร์ก ซึ่งแม่ของลุคอยู่ที่นั่น และที่นั่นในขณะนั้นเพศเดียวกันสามารถแต่งงานจดทะเบียนสมรสกันได้แล้ว แต่บังเอิญว่าเต้ยังไม่พร้อม 2 ปีต่อมา เขาพร้อมและตอบตกลง เราทั้งคู่เลยบินไปแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันที่นิวยอร์ก ช่วงเดือน ธ.ค. 2557
การจัดงานแต่งงานของเรา จัดที่บ้านแม่ของลุค จัดงานเรียบง่ายมาก อาหารเราก็ทำกันเอง มีทั้งอาหารมังสวิรัติ อาหารฝรั่ง และอาหารไทยด้วย แขกที่มาก็มีประมาณ 50 คน ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า งานที่จัดขึ้นนั้นน่ารัก อบอุ่น และสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความรักของเราสองคน
สำหรับการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับเพศเดียวกัน ลุครู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามากๆ คนที่อยู่ในนิวยอร์กที่มาร่วมงาน เขาก็รู้สึกว่า นี่เป็นเรื่องธรรมดา คงเพราะเมื่อกฎหมายรองรับ สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้คนทั่วไปไม่ได้ผิดแผกแตกต่างอะไร ยิ่งตอนนี้ทั่วทั้งสหรัฐคนเพศเดียวกันสามารถแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันได้แล้วนั้น มันยิ่งดีต่ออนาคต ตรงที่จะช่วยทำให้คนรุ่นต่อๆ ไปไม่คิดแบ่งแยกเพศ เมื่อเขาเกิดมา เขาจะรู้สึกว่า นี่คือสิ่งปกติธรรมดามากถึงมากที่สุด เหมือนเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน
ท้ายสุด ลุคอยากบอกเต้ว่า ขอบคุณครับ ขอบคุณที่เต้เข้ามาทำให้ชีวิตลุคสมบูรณ์และมีความสุขในทุกๆ วัน”
ขอบคุณลุคที่ได้มอบพลังบวก
ให้แก่เต้เสมอ
“โดยส่วนตัว เป็นคนไม่ชอบฝรั่ง เพราะคิดว่าเวลาคบกัน แล้วถ้าสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ก็ไปกันลำบาก แต่พอลุคเข้ามา แถมยังพูดภาษาไทยได้ด้วย ก็เลยรับเขาไว้เป็นเพื่อน จนตกลงเป็นแฟนกัน ประกอบกับตอนนั้นเต้ทำงานด้านอีเวนต์ เต้ก็คิดว่าความเป็นฝรั่งของเขาน่าจะช่วยเราในเรื่องของไอเดียแปลกๆ ใหม่ๆ ได้นั่นเอง
สำหรับความประทับใจ เวลาได้อยู่กับลุค เขาเป็นคนไม่จุกจิก ไม่ทำให้เรารู้สึกผิดต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเราเองได้เสมอ
กับสังคมไทย มักคิดว่าเวลาที่คนไทยคบฝรั่ง อาจเป็นเด็กขาย หรือหลอกเอาเงิน ตอนแรกก็แอบคิด แต่เต้ก็ก้าวข้ามความคิดตรงนั้นมาได้ด้วยการไม่แคร์ ในเมื่อเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง จะไปแคร์หรือกังวลทำไม อีกทั้งเวลาเดินไปไหนมาไหนกับลุค มีจับมือ หอมแก้มกัน เราก็คิดว่ามันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนที่รักกันและต่างมีตัวตนต่อกันสิ่งนี้ทำให้เต้รู้สึกอบอุ่นและมีความมั่นใจในการจะคบกันต่อไปกับครอบครัวของเต้ ช่วงแรกๆ แม่ก็ยังไม่รู้ แต่พอเราย้ายไปอยู่กับลุค เราก็กลัวแม่เป็นห่วง กลัวว่าแม่จะคิดว่าเราไปทำอะไรผิดหรือเปล่า เลยตัดสินใจบอกแม่ว่าจะไปอยู่กับแฟนลุคคือแฟนของเรา ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาครั้งแรกของเต้กับแม่
กับการที่ต้องปฏิเสธลุคไปในตอนแรกที่ลุคขอเต้แต่งงาน เป็นเพราะเต้ยังแคร์ความรู้สึกของแม่อยู่ ครอบครัวของเต้เป็นครอบครัวคนจีนครอบครัวใหญ่ ยิ่งทำให้เราเกรงใจญาติพี่น้องด้วย เรากังวลในจุดนี้ แต่พอมาถึงปีที่ห้าที่เราคบกัน อาจเป็นเพราะเราฝึกโยคะด้วยกันมากขึ้น พอเราฝึกท่ายาก แล้วต้องอาศัยความไว้ใจกับคู่ฝึกของเรา เลยต้องปล่อยให้ตัวเราเองเป็นอิสระ พอเราปลดปล่อยตัวเองได้สิ่งนี้ช่วยทำให้เต้ปล่อยความกังวลที่มีอยู่ออกไปได้โดยง่ายอะไรจะเกิดก็ช่วยกันตั้งรับกันไป โชคดีที่พ่อแม่ช่วยกันตั้งรับกับคำถามของญาติๆ หรือเพื่อนบ้านที่ต่างถามกันเข้ามา (หัวเราะ)
กับการแต่งงานของเต้กับลุค บอกเลยว่ามันเป็นงานที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมสุขมาก ถึงแม่ของเต้จะไม่ได้บินไปร่วมงานด้วย เพราะช่วงนั้นอากาศที่นิวยอร์กหนาวมาก และเขามีปัญหาด้านหัวเข่า แต่เต้ก็เอารูปของแม่ใส่กรอบแล้วตั้งไว้หน้างาน อีกทั้งแม่ของลุคก็ใส่ชุดไทย เพื่อให้เต้รู้สึกว่ามีแม่ของเรามาอยู่ร่วมงานด้วย ญาติๆ ของลุคต่างก็ให้ความสำคัญกับงานของเรา ทำให้งานเต็มไปด้วยความอบอุ่น
ตอนนี้เต้จดทะเบียนสมรสกับลุคอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ยังต้องรอ 2 ปี เพื่อดูระยะเวลาว่าเราแต่งแล้วจะหย่ากันหรือเปล่า หรือแต่งหลอกๆ เพื่อเอาความเป็นพลเมืองของที่นั่น ส่วนลุคเขาไม่ได้สิทธิอะไรในเมืองไทยแต่เต้ก็ให้กำลังใจว่ารออีกนิดเดียว เดี๋ยวเมืองไทยก็มีกฎหมายเรื่องนี้ออกมา
ท้ายสุด เต้กับลุคน่าจะเป็นเหมือนคนฝึกโยคะที่อยู่คู่เสื่อโยคะ เป็นสิ่งดีงามของกันและกัน เต้อยากบอกลุคว่า รักลุคมาก และขอบคุณที่มอบพลังบวกให้เต้เสมอ แม้ว่าเขาจะเครียดมากแค่ไหน อีกทั้งลุคทำให้วิธีคิดของเต้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น มองโลกได้สวยงามมากขึ้นก็ขอบคุณลุคมากๆ ครับ”







