
บุกสวนเมลอน ของดีเมืองปทุมฯ
ปทุมธานีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งตั้งอยู่ภาคกลางเมืองอู่ข้าวอู่น้ำของไทย ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวนผัก ผลไม้หลากหลายชนิด
โดย...พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา
ปทุมธานีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งตั้งอยู่ภาคกลางเมืองอู่ข้าวอู่น้ำของไทย ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวนผัก ผลไม้หลากหลายชนิด วันนี้จะพาทุกท่านเดินทางไปกินเมลอนสดๆ ถึงไร่ พร้อมกับทำความรู้จักกับคุณมีชัย ภัทรประสิทธิ์ ที่หันหลังให้เมืองหลวง ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มขั้น ยึดอาชีพทำไร่เมลอนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ หมู่ 5 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีคุณธนกร พัฑนราช เป็นผู้จัดการดูแลและควบคุมไร่เมลอนแห่งนี้
คุณธนกร เล่าว่า เดิมพื้นที่แห่งนี้ว่างเปล่า ไม่ได้ทำประโยชน์อะไร จึงได้นำความรู้ที่ได้จากการทำงานทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะเมลอนถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่ตลาดมีความต้องการสูง จึงได้ตัดสินใจนำความรู้ที่ได้จากการทำงานมานั่งคุยกับคุณมีชัย ว่าจะพลิกโฉมพื้นที่รกร้างดังกล่าวปลูกเมลอน
“การปลูกเมลอนที่เกษตรกรปลูกกันโดยทั่วไป จะนิยมปลูกกันในที่โล่งแจ้ง การปลูกแบบนี้ไม่สามารถกำหนดทิศทางได้ มีผลเสียมากกว่าผลดี จึงตัดสินใจในการลงทุนสร้างโรงเรือนจำนวน 2 โรงเรือน ทดลองปลูกเมลอนจนประสบผลสำเร็จและขยายเพิ่มจำนวนโรงเรือนเป็น 88 โรงเรือนจนถึงปัจจุบัน ผลผลิตมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ต้องมี GAP รับรองความปลอดภัยมั่นใจในการบริโภค ภายใต้ชื่อสินค้า “Nam Sun Sai Premium Melon” ผลไม้เพื่อสุขภาพ เมลอนพันธุ์กาเรียสีเหลือง เม็ดเนื้อเขียว เม็ดเนื้อส้ม ซึ่งเป็นการปรับปรุงสายพันธุ์ของไร่เมลอนที่นี่” คุณธนกร กล่าว
เทคนิคการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้น ต้องเป็นสภาพดินที่มีความเหมาะสม การปลูกเมลอน คือ ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี เมลอนเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำขัง แต่ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ สภาพความเป็นกรดเป็นด่างที่เหมาะสม หรือสภาพดินที่เป็นกลาง แต่น้ำก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับการปลูกเมลอน แต่สำคัญอยู่ที่ความเข้าใจในการใส่ใจการให้ปุ๋ย อาหารเลี้ยงลำต้น และสภาพอากาศที่เหมาะสม คือ อากาศที่อบอุ่น มีแสงแดดอย่างเพียงพอและความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ช่วงของการเจริญเติบโตทางด้านลำต้นและใบ ส่วนในระยะผลแก่เมลอนจะต้องการน้ำน้อย และเป็นพืชที่ชอบอากาศค่อนข้างร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25-35 องศาเซลเซียส จะมีการเติบโตและออกผลผลิตได้ดีในช่วงฤดูร้อน และการเจริญเติบโตจะช้าลงในช่วงของฤดูหนาว ในหนึ่งโรงเรือนสามารถปลูกต้นเมลอนได้ 800-900 ต้น
ขณะที่ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว ลูกเมลอนจะใช้เวลา 60-75 วัน จึงจะตัดลูกเมลอนตามขนาดที่ได้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นเกรด A เกรด B และเกรด C ตามขนาดที่ลูกค้าต้องการ แต่ละครั้งจะเก็บลูกเมลอนได้วันละ 300-400 กิโลกรัม/1 โรงเรือน จากนั้นส่งขายตาม ห้างสรรพสินค้าช้้นนำของไทย และบางส่วนมีประชาชนในพื้นที่เข้ามาหาซื้อไปรับประทาน เนื่องจากเป็นเมลอนเกษตรอินทรีย์
ชาญ พวงเพ็ชร์ นายก อบจ.ปทุมธานี บอกว่า เพื่อเตรียมวางแผนนำไปทดลองปลูกในแปลงปลูกพืชสวนที่ทุ่งทานตะวัน อ.สามโคก หลังจากนั้นจะสนับสนุนชาวนาในพื้นที่พลิกผืนนาหันมาปลูกเมลอน เพื่อเพิ่มรายได้ในช่วงหยุดทำนา เพราะเห็นว่าพืชชนิดนี้ใช้เวลาประมาณ 60 วันเท่านั้น ก็สามารถตัดผลผลิตนำไปขายได้ ราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-60 บาท ลูกละประมาณ 120-140 บาท
ปลูกเมลอนเป็นอีกพืชเศรษฐกิจสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยช่วงหน้าแล้ง โดยไม่ต้องทำนาแย่งน้ำกัน เพราะพืชตระกูลนี้ใช้น้ำน้อย แต่สร้างรายได้มากกว่าทำนา







