
ดนตรีคือ... กระจกสะท้อนตน?
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
เพลงอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ส่งเสียงเร่งเร้าออกมาจากลำโพงข้างคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของผู้เขียน แม้จะเปิดวอลุ่มเพียงเบาๆ แต่ใครที่ผ่านไปผ่านมาก็พอจะได้ยิน จึงมีบางคนแซวว่า “บิวด์อารมณ์กันแต่หัววันเลย” แถมคาดการณ์ว่าเย็นนี้ย่อมมีปาร์ตี้ตามมา แต่ก็มีบางคนเดินเข้ามาแล้วก็เริ่มต้น “ทำนาย” ความเป็นเราจากสิ่งที่เราฟัง
การทำนายคนจากดนตรีที่พวกเขาฟัง อาจจะไม่ได้เป็นโหราศาสตร์ แต่เป็นวิทยาศาสตร์ เพราะมีนักวิจัยกลุ่มหนึ่งได้ใช้เวลาและวิชาความรู้ของพวกเขาศึกษาจนได้ข้อสรุปว่า ...รสนิยมในเรื่องการฟังเพลงนั้นเปิดเผยถึง “วิธีคิด” หรือ “การทำงานของสมอง” ของคนคนนั้น
หากว่าคุณชอบฟัง Hallelujah ของ เจฟฟ์ บัคลีย์ ก็อาจจะหมายความว่า คุณเป็นคนที่เข้าใจเห็นใจความรู้สึกและอารมณ์ของผู้อื่น ขณะที่คนชอบฟัง Enter Sandman ของ เมทัลลิกา จะคิดอะไรเป็นระบบระเบียบ
เป็นเวลากว่าทศวรรษมาแล้วที่นักวิจัยพยายามที่จะใช้ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาศึกษาเรื่องรสนิยมทางด้านดนตรี เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวัยและบุคลิกภาพของคน ซึ่งก็ได้ผลออกมาทำนองว่า แฟนๆ ของดนตรีแนวบลูส์ แจ๊ซ คลาสสิก และโฟล์ก มักจะมีแนวโน้มเป็นคนยินดีเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ในขณะที่ผู้ที่ชื่นชอบป๊อป โซล ฟังก์ และอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มที่จะใจใส่ต่อสิ่งภายนอก เข้าหาสังคม และน่าคบ
ขณะที่การศึกษาล่าสุดของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารชื่อ PLOS ONE เป็นการศึกษาที่มุ่งเน้นไปยัง “รูปแบบการคิด (cognitive style)” จากอิทธิพลรสนิยมทางดนตรี ซึ่งจัดคนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ Empathiser เป็นคนที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อความคิดและความรู้สึกของผู้อื่น กับ Systemiser ที่มีความคิดเป็นระบบ ชอบการวิเคราะห์กฎระเบียบและรูปแบบ เช่น เครื่องยนต์กลไก เป็นต้น แต่ก็มีบางคนซึ่งมีความสมดุลของทั้งสองฝ่ายผสมผสานกัน
แม้ว่าตัวเลือกทางดนตรีของผู้คนจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ชนิดแนวทางของดนตรีที่ชื่นชอบก็ยังสามารถระบุรูปแบบการคิดของคนคนหนึ่งได้ เดวิด กรีนเบิร์ก นักศึกษาปริญญาเอกทางด้านจิตวิทยาผู้นำทีมวิจัยและนักเป่าแซ็กโซโฟนว่าไว้อย่างนั้น
การศึกษาของนักวิจัยกลุ่มนี้มาจากแบบสอบถาม 4,000 ชุด โดยคนที่พวกเขาเลือกจากเฟซบุ๊กและอเมซอน ในแบบสอบถามประกอบด้วยตัวอย่างทางดนตรี 26 ประเภท และหลายประเภทย่อย แบบสอบถามบอกว่า คนประเภท Empathiser มีแนวโน้มที่จะชอบดนตรีอย่างอาร์แอนด์บี/โซล ซอฟต์ร็อก และอะเดาต์คอนเท็มโพรารี ขณะที่ Systemiser จะชอบเพลงอย่างพังก์ เฮฟวี่ เมทัล และฮาร์ดร็อก แม้จะมีบ้างที่คนสองประเภทจะชอบแนวทางดนตรีเดียวกัน แต่ว่ารายละเอียดของดนตรีก็จะแตกต่างไป เช่น พวกเขาอาจจะชอบแจ๊ซเหมือนกัน แต่คนที่เข้าใจเห็นใจความรู้สึกและอารมณ์ของผู้อื่นก็จะชอบแจ๊ซแบบนุ่มๆ หรือธรรมดา ส่วนคนที่คิดเป็นระบบจะชอบแจ๊ซแบบเข้มข้น ซับซ้อน และก้าวหน้ามากกว่า
การศึกษายังพบว่า พวก Empathiser มักจะชื่นชอบเพลงเศร้าและหดหู่ เพลงที่มีความลึกทางอารมณ์ และนุ่มนวล อ่อนโยน ตรงกันข้ามกับพวก Systemiser ซึ่งชอบดนตรีที่พลังงานสูง ซับซ้อน และมีชีวิตชีวา
จากการศึกษาอาจจะทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ดนตรีคือกระจกสะท้อนอารมณ์ สังคม และวิธีคิดของคนฟัง ...แต่ในความจริงแล้ว คำตอบอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะความเป็นมนุษย์และรสนิยมของมนุษย์นั้นซับซ้อน และสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างคาดเดาไม่ถึง You are what you listen. จึงอาจจะไม่จริงเสมอไป บ่อยครั้งที่เราได้พบคนฟังเฮฟวี่เช่น เมทัลลิกา เป็นคนนุ่มนวลอ่อนโยนเห็นอกเห็นใจคนอื่น ขณะที่คนฟังเพลงป๊อปโรแมนติกอาจจะคิดเป็นคนทำงานกับเครื่องยนต์กลไกและคิดเป็นระบบระเบียบก็ได้
แต่ถ้ามาก็ลองเล่นดูกันสนุกๆ ก็ได้ว่า คุณเป็นคนกลุ่มไหนจากเพลงที่คุณชอบ ถ้าหากคุณมีแนวโน้มที่จะชอบ Hallelujah-เจฟฟ์ บัคลีย์, Come Away with Me-นอราห์ โจนส์, All of Me-บิลลี่ ฮอลลิเดย์, Crazy Little Thing Called Love-ควีน หรือเพลงที่คล้ายคลึงใกล้เคียงกันแสดงว่า คุณเป็น Empathiser ถ้าหาว่า Concerto in C-อันโตนิโย วิวัลดี, Etude Opus 65 No 3-อเล็กซานเดอร์ สเครียบิน, God Save the Queen-เดอะ เซ็กส์ พิสตอลส์, Enter Sandman-เมทัลลิกา หรือเพลงที่คล้ายคลึงใกล้เคียงกันโดนจริตมากกว่า แสดงว่าเป็น Systemizing
คุณล่ะ เจฟฟ์ บัคลีย์ หรือเมทัลลิกา…?
สำหรับผู้เขียน นักทำนายจากบทเพลงคงต้องกลับมาทำนายใหม่ เพราะหลังจากเพลงอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ชุดนั้นจบลง อัลบั้มอะเดาต์คอนเท็มโพรารี/โฟล์กก็ถูกนำมาบรรเลงต่อทันที







