posttoday
ถิร ชุติกุล (ขอ) ค้นหาตัวตนในงานแสดง

ถิร ชุติกุล (ขอ) ค้นหาตัวตนในงานแสดง

27 กรกฎาคม 2558

ก้าวสู่การเป็นนักแสดงสมใจฝัน “อ้ำ-ถิร ชุติกุล” ลูกชายอดีตนักการทูต “กอบศักดิ์ ชุติกุล” กับ “ม.ล.ลักษสุภา กฤดากร”

โดย...แจนยูอารี  ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ก้าวสู่การเป็นนักแสดงสมใจฝัน “อ้ำ-ถิร ชุติกุล” ลูกชายอดีตนักการทูต “กอบศักดิ์ ชุติกุล” กับ “ม.ล.ลักษสุภา กฤดากร” จบปริญญาตรีด้านสื่อสารมวลชน สาขาภาพยนตร์ สถาบันเทคโนโลยีรอยัลเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย พูดภาษาอังกฤษคล่องปร๋อ ที่สำคัญดันมีเสน่ห์ร้ายคือหล่อเข้มแบบพิมพ์นิยมพระเอกภาพยนตร์ไทย

เขากำลังมีผลงานที่หลายคนกำลังตั้งตารอ ภาพยนตร์เกย์ ฟังไม่ผิดหรอก ภาพยนตร์เกย์ “พี่ชาย MyHero” ที่หลายคนพลาดไปตอนเข้าฉาย “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ กรุงเทพฯ” (Bangkok Gay & Lesbian Film Festival 2015) วันนี้ได้ฤกษ์ลงจออย่างเป็นทางการแล้ว อย่าพลาดอีกละ!!!

ถิรปลีกตัวจากกองทัพสื่อมวลชนที่มาทำข่าวงานเปิดตัวฉายรอบพิเศษ เขายิ้มทักทายมาแต่ไกล ช่วยให้การพบเจอกันครั้งแรกผ่อนคลาย (เพราะถ้าไม่ยิ้ม บอกเลยว่าหน้าเขาดุมากกก) หลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับตัวเขาน่าสนใจ และเขาก็ค่อยๆ เปิดปากบอกเล่าถึงข้อสงสัย

รู้มั้ยว่าเป็นภาพยนตร์เกย์ ถิรบอกยิ้มๆ รู้ แต่พอได้พูดคุยและดูบท เขาก็เป็นคนเอ่ยปากขอผู้กำกับลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน “จอช คิม”ว่าอยากเล่นและเขาก็ได้รับสิทธินั้นทันที

“ตอนที่คุยกับจอชและได้อ่านบทคร่าวๆ ผมรู้เลยว่าผมต้องเล่นให้ได้ เพราะผมปลื้มตัวละครตัวนี้มาก ผมบอกกับจอชไปว่านี่คือฮีโร่ในสังคมไทยเลยนะ แล้วมันก็เหมือนเขาเป็นฮีโร่ในความรู้สึกของผมจริงๆ ผมก็เลยอยากเล่นมากๆ

เรื่องภาพลักษณ์กับการมาเล่นหนังเกย์ ผมก็ไม่เคยคิดเลยประเด็นนี้ ผมคิดแค่ว่าไม่ว่าจะเป็นผลงานเรื่องอะไร แนวทางไหน จะฟอร์มใหญ่ หรือฟอร์มเล็ก บทเกย์ หรือบทอะไรก็ตามแต่ ถ้ามันออกมาดีและมีคนชื่นชอบ ผมว่าหน้าที่นักแสดงจบละ ผมคงไม่มัวมาคิดต่อว่ามันจะมีผลต่อภาพลักษณ์ยังไง เพราะผมว่าการแสดงมันก็คือการแสดง”

ในเรื่องนี้เขารับบทเด่นและน่าจะเป็นบทเด่นตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้าสู่วงการ เพราะที่ผ่านมาเขาเคยรับบทเล็กๆ ในภาพยนตร์ “ร่าง” กับ “เพชฌฆาต” นี่จึงถือเป็นการแจ้งเกิดเรื่องแรกและได้โชว์ฝีมือการแสดงแบบจัดเต็ม

“ผมชอบตรงที่หนังสะท้อนความเป็นไทยยุคนี้ แม้ว่าผู้กำกับจะเป็นต่างชาติ แต่เขาก็สะท้อนเนื้อหาได้เหมือนว่าเขาเป็นคนไทยจริงๆ นะครับ หนังเต็มไปด้วยสิ่งที่มีอยู่ในสังคมไทย ต้นเรื่องคนอาจจะคิดว่าไม่มีอะไร แต่ท้ายเรื่องผมว่ามันสื่อคำว่าฮีโร่ได้ชัดเจน คนที่เราไม่เคยรู้จักเขา ผมว่าเขานั่นละคือฮีโร่ และทุกคนก็สามารถเป็นฮีโร่ได้นะ ฮีโร่ในแต่ละเรื่อง ฮีโร่ในสายตาคนรอบข้าง อย่างในเรื่องนี้ตัวละครพี่ชายก็เป็นฮีโร่ให้กับน้องชายทุกเรื่องนะครับ ไม่ว่าจะเรื่องดีและเรื่องที่ผิดพลาด เขาก็เป็นฮีโร่ให้น้องชายเสมอ เหมือนเป็นการสั่งสอนและเตือนสติ”

แม้จะเป็นภาพยนตร์เกย์ แต่หาได้เน้นหวาบหวามด้วยเลิฟซีนเร่าร้อนไม่ ตรงข้ามภาพยนตร์กลับนำเสนอด้วยทีท่าจริงจังและท่วงจังหวะตามแนวทางภาพยนตร์ดราม่าที่เข้าถึงง่าย เล่าถึงพี่ชาย “เอก” ที่ต้องคอยดูแลน้องชาย “โอ๊ต” (อิงครัต ดำรงค์ศักดิ์กุล/โทนี่ รากแก่น เล่นเป็นตอนโต) หลังพ่อกับแม่เสียชีวิต เขามาอาศัยอยู่กับป้า ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ แต่ประเด็นน่าสนใจคือเรื่องเพศของตัวละครพี่ชายที่กำลังคบหาอยู่กับแฟนหนุ่ม “ไจ๋” (จิณณะ นวรัตน์) เดินคู่ขนานกันไปท่ามกลางเหตุการณ์และจุดพลิกผันครั้งใหญ่ในชีวิต นั่นก็คือการเข้ารับการเกณฑ์ทหาร

“เรื่องการแสดงนี่ตอนเรียนที่ออสเตรเลียก็ได้เรียนนิดหน่อยครับ เพราะเมเจอร์ที่ผมจบมาคือฟิล์ม เน้นหนักไปที่การเขียนบทและการกำกับมากกว่า การเป็นนักแสดงนี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมฝันว่าอยากทำตั้งแต่แรกๆ เลยนะครับ งานที่อยากทำจริงๆ คือการเขียนบท แต่กลายเป็นว่าจบมาก็ยังไม่ได้ลองเขียนบทเลย เพราะมัวแต่มาอยู่หน้ากล้อง (หัวเราะ) แต่ก็ยังไม่ทิ้งฝันนั้นนะครับ สักวันหนึ่งก็หวังว่า หวังลึกๆ นะครับ (หัวเราะ) คงมีโอกาสได้เขียนบทบ้าง

หัวใจของการเป็นนักแสดงผมว่ามันคือการเข้าใจบทที่ได้รับและเข้าใจตัวเองว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ไม่ยึดติดกับความคิดของตัวเองเกินไป เพราะผมเชื่อว่าทุกคนต่างมีความคิด มีแรงบันดาลใจ มีเรื่องราว มีความปรารถนาที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นถ้าตัวเองเข้าใจดีแล้ว ก็ต้องเข้าใจคนอื่นและเพื่อนมนุษย์ด้วยครับ บทที่คนอื่นเขียนขึ้น ในฐานะนักแสดงก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ ด้วยการเข้าให้ถึงบทบาทนั้นให้ดีที่สุดครับ”

บทพี่ชายมีความใกล้เคียงกับตัวตนถิรพอสมควร เจ้าตัวยอมรับอย่างนั้น หนึ่งคือรักเด็ก ความนิ่งเฉยก็เป็นหนึ่งบุคลิกที่ใกล้เคียงกับตัวจริงของเขา เขาว่าเขาไม่ชอบชมใคร ออกจะเป็นคนแข็งๆ เสียด้วยซ้ำ ถึงอย่างนั้นบทนี้ก็ส่งให้เขาเป็นที่พูดถึงอย่างมากในหมู่แฟนภาพยนตร์

นอกจากนั้น นักแสดงวัย 25 ยังมีผลงานภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ “สยามยุทธ” เตรียมจ่อฉายเร็วๆ นี้ (6 ส.ค.) ซึ่งเขาว่าจริงๆ เป็นผลงานที่ถ่ายทำก่อนเรื่องนี้ แต่กลายเป็นว่าออกฉายช้ากว่า ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือผลงานระดับนานาชาติ ที่เขาก้าวไปยืนหยัดร่วมเป็นหนึ่งในนักแสดง Twilight Over Burma ภาพยนตร์ออสเตรีย The Man with the Iron Fists 2 ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ล่าสุดเขาก็ไปออดิชั่นและกำลังรอผลจากภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่มีนักแสดงออสการ์ “แมทธิว แม็คคอนาเฮย์” แสดงนำและจะยกกองมาถ่ายทำที่ประเทศไทย

“การร่วมงานกับหนังต่างประเทศก็มาจากตอนที่ผมได้เล่นเพชฌฆาต คือมีการแนะนำผมกับทีมงานแคสติ้ง แล้วทีมงานก็ชวนผมไปออดิชั่น ปรากฏว่าได้ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของผมนะครับ แม้ว่ามันจะเป็นบทเล็กๆ ก็ตาม แต่ทีมงานก็ให้ความสำคัญและให้เกียรติ ผมตื่นเต้นกับกองถ่ายเขามาก ผมว่านี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้ผมได้ประสบการณ์ใหม่

ตอนนี้ผมมีปัญหาเรื่องพูดไม่ชัด ที่พูดไม่ชัดไม่ใช่ไปอยู่ต่างประเทศนานเลยครับ คือผมน่ะเป็นคนพูดไม่เปิดปาก เสียงอยู่ในปากตลอด พอพูดไม่เปิดปาก มันก็เลยไม่ชัด ก็เคยไปเรียนพูดนะครับ เขาก็ให้ฝึกอมนั่นอมนี่ ก็ช่วยได้ครับ (หัวเราะ) แล้วพี่ทีมงานก็ช่วยบอกว่าให้พูดช้าๆ ชัดๆ และเปิดปากด้วยเวลาพูด มันก็ช่วยได้ครับ”

ข่าวล่าสุด

ผลบอล เอฟเอคัพ ! แมนซิตี้ ชนะ เชลซี 1-0 ซิวแชมป์เอฟเอคัพ สมัย 8

ผลบอล เอฟเอคัพ ! แมนซิตี้ ชนะ เชลซี 1-0 ซิวแชมป์เอฟเอคัพ สมัย 8