
คว้าง
ธนพล บางยี่ขัน
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง...
ค่ำคืนที่โมเดิร์นเทรดเจ้าดังกำลังจะหมดเวลาทำการ คนเริ่มโหรงเหรง นับจำนวนลูกค้าเวลานี้น่าจะน้อยกว่าพนักงานที่เตรียมตัวจะยุติภารกิจประจำวัน
ชายสูงอายุในเสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็กส์ รองเท้าหนัง กำลังพนมมืออยู่หน้าตู้ดูดวงไพ่ยิปซีข้างบันไดเลื่อน ท่าทางดูตั้งอก
ตั้งใจ ปากพึมพำจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่อาจจับใจความ
มันเป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก ทั้งสีหน้า แววตา บุคลิก การกระทำ ทุกอย่างดูย้อนแย้งกันไปหมด ชายคนเดิมค่อยๆ หย่อนเหรียญลงตู้ ก่อนจะเริ่มใช้นิ้วจิ้มหน้าจอเครื่องดูดวงไพ่ยิปซีอย่างเงียบๆ
เหตุการณ์ไม่กี่วินาทีตรงหน้าสะท้อนสภาพสังคม ณ วันนี้ พ.ศ.นี้ได้อย่างน่าประหลาดใจ แม้มันจะไม่ใช่ภาพรวม หรือใช้เป็นบรรทัดฐานของสังคมส่วนใหญ่
แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นอะไรหลายอย่าง ที่สะท้อนผ่านการกระทำที่จัดว่าแปลกในสายตาของใครหลายๆ คน
ในมิติของเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านจากไพ่ยิปซีระบบอะนาล็อก ที่เคยเห็นปูเสื่ออยู่ตามข้างทาง หรือตั้งโต๊ะเป็นหลักเป็นแหล่งอยู่ตามอาคารห้างร้านมาเป็นระบบดิจิทัล ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ถึงขั้นต้องตื่นตาตื่นใจ
ความแปลกอาจอยู่ที่ท่าทีการพนมมือของชายสูงอายุอยู่หน้าตู้ไพ่ยิปซี ซึ่งในสายตาของใครบางคนอาจเห็นว่าเป็นสิ่งไร้สาระ หรือสิ่งที่ให้ความบันเทิงมากกว่าจะเป็นเครื่องมือทำนายโชคชะตา
หากจะเทียบเคียงว่าการตั้งจิตอธิษฐาน สลับไพ่ เลือกไพ่ แบบอะนาล็อก กับตั้งจิตอธิษฐานแบบดิจิทัลจะต่างกันอย่างไร ในเมื่อมันก็เป็นกระบวนการแรนดอมที่ต่างวิธีเท่านั้น
แม้หากจะเถียงกันจริงๆ คงต้องตีความเปรียบเทียบ ระบบอัลกอริธึมที่นำมาเป็นฐานโปรแกรมประมวลผลไพ่ยิปซีดิจิทัล กับการสลับสับไพ่ด้วยระบบแมนนวลนั้นมีตัวแปรที่ควบคุมได้และไม่ได้ต่างกันอยู่หลายจุด ซึ่งหากเป็นวิทยาศาสตร์จริงๆ ย่อมต้องมีผลต่อความ “แม่นยำ” อย่างมีนัยสำคัญ
แต่ “เป้าหมาย” ของคนดูไพ่ยิปซีที่แตกต่างกันออกไป หลายคนอยากได้กำลังใจ หรือทิศทางการดำเนินชีวิต มากกว่าความถูกต้องแม่นยำว่าอนาคตข้างหน้าจะออกมาแบบไหน
ยิ่งในวันที่ “เคว้งคว้าง” ใบไม้ที่ปลิดปลิวอยู่กลางอากาศก็อาจเป็นที่พึ่งที่หวัง เป็นหลักให้หยิบฉวยหวังว่าจะช่วยฉุดรั้งไม่ให้ชีวิตต้องเลื่อนลอยไปตามปัจจัยรุมเร้า
ไม่แปลกที่รูปแบบดูดวงจะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ อย่างล่าสุดที่น่าฉงนไม่น้อยกับการดูดวงจากหนังยาง ซึ่งพิจารณากลไกการทำงานแล้วไม่น่าเชื่อว่าศาสตร์นี้จะสามารถสร้างกระแสจนมีคนให้ความสนใจกลุ่มใหญ่
เพราะแค่หนังยางรัดถุงสีเหลือง แดง เขียว ที่นำมาคำนวณร่วมกับพื้นกระดาษที่มีวงกลมสีต่างๆ เรียงราย พร้อมกำหนดรูปแบบการตีความก็สามารถทำนาย อดีต ปัจจุบัน อนาคต ได้ซะงั้น
แต่จะด้วยความน่าจะเป็นความบังเอิญ ไปจนถึงหลักสถิติก็ตามแต่ สิ่งเหล่านี้อาจสามารถช่วยเติมเต็มความเคว้งคว้าง หรือเป็นที่พึ่ง เป็นความหวังที่ทำให้มีแรงเดินหน้าต่อไป ทั้งที่เอาเข้าจริงเป้าหมายปลายทางที่กำลังเดินไปนั้นอาจไม่ได้เข้าใกล้สิ่งที่คาดหวังก็ตามที
หลายครั้งที่เรายังวนเวียนย่ำอยู่กับที่ แม้จะพยายามก้าวหาทางออกด้วยรูปแบบวิธีต่างๆ ที่คิดว่าดีแล้ว สุดท้ายก็ยังติดหล่มไปไม่ถึงไหนสักที
ในวันที่กำลังเคว้งคว้างไม่เห็นทางออก ข้อเสนอเดิมๆ ทั้ง ปฏิวัติ ปฏิรูป หรือเลือกตั้ง ถูกหยิบยกมาเป็นทั้งเป้าหมายและกลไกที่จะนำพาทุกสิ่งทุกอย่างออกจากวังวนนี้ ทั้งที่มันมีอะไรมากกว่าเรื่องเหล่านี้อีกมาก
การยึดติดอยู่กับเรื่องเหล่านี้เพียงอย่างเดียว จึงบอกได้ยากว่านี่เป็นเพียงแค่ “กำลังใจ” หรือจะเป็น “เส้นทาง” ที่สามารถกำหนดชะตาชีวิตได้อย่างแม่นยำ
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เคยกล่าวไว้ว่า “คนหิวอยู่เป็นปกติสุขไม่ได้ จึงวิ่งหาโน่นหานี่ เจออะไรก็คว้าติดมือมาโดยไม่สำนึกว่าผิดหรือถูก ครั้นแล้วสิ่งที่คว้ามาก็เผาตัวเองให้ร้อนยิ่งกว่าไฟ คนที่หลงจึงต้องแสวงหา ถ้าไม่หลงก็ไม่ต้องหา จะหาไปให้ลำบากทำไม อะไรก็มีอยู่กับตัวเองอย่างสมบูรณ์อยู่แล้ว จะตื่นเงา ตะครุบเงาทำไม เพราะรู้แล้วว่าเงาไม่ใช่ตัวจริง ตัวจริงคือสัจจะทั้งสี่ที่มีอยู่ภายในใจอย่างสมบูรณ์แล้ว”
ในวันที่เคว้งคว้าง เราอาจต้องตั้งสติย้อนถามตัวเองว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และค่อยๆ หาทางออก ดีกว่าจะมาไล่คว้าใบไม้ที่ปลิดปลิวอยู่กลางอากาศ และหวังว่ามันจะฉุดรั้งไม่ให้ทุกอย่างดำดิ่งไปมากกว่าที่เป็นอยู่







