
โลกสี่มุม กับ เสาสี่ต้น
โต๊ะที่มั่นคงมี 4 ขา เก้าอี้ที่นั่งได้ดี ส่วนใหญ่จะมี 4 ขา บ้านไม้หลังเล็ก ส่วนใหญ่จะมี 4 ขา
โดย...ดำรงค์ พิณคุณ
โต๊ะที่มั่นคงมี 4 ขา
เก้าอี้ที่นั่งได้ดี ส่วนใหญ่จะมี 4 ขา
บ้านไม้หลังเล็ก ส่วนใหญ่จะมี 4 ขา
ชีวิตมีมุมมองหลายด้าน แต่คนที่สมดุลและสมบูรณ์จะต้องมีองค์ประกอบ4 อย่างด้วยกัน
หนึ่ง) โลกของชีวิตครอบครัว
สอง) โลกของหน้าที่การงาน
สาม) โลกของชีวิตส่วนตัว
สี่) โลกของสังคมเพื่อนฝูง
หนึ่ง) โลกของชีวิตครอบครัว เมื่อถึงวัยที่น่าจะมีสามี หรือภรรยา และลูกหรือหากใครรักชีวิตโสด ก็นับคุณพ่อและคุณแม่ คุณพี่น้องรวมเข้าไปด้วยก็ได้ เป็นด้านหนึ่งที่เราต้องมีกันและกัน เป็นอีกมุมหนึ่งที่เราต้องอาศัยพึ่งพากัน บางครั้งเมื่อใกล้ชิดกันมากเกินไป อาจจะทำให้ความเกรงใจของเราลดน้อยลง จึงเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะกันบ่อยๆ
ช่วงเวลาปกติ คนธรรมดาอย่างเราจะติดนิสัย “รักนะ...แต่ไม่แสดงออก”
แต่เชื่อเถอะ...เมื่อถึงยามคับขันเช่น ญาติป่วย พ่อถูกโกงเงิน แม่ถูกโกงแชร์ น้องชายเกิดอุบัติเหตุ หรือน้องสาวทะเลาะกับแฟน ก็มีแต่พวกคนในครอบครัวนี่แหละ ที่คอยเป็นห่วงเป็นใยกัน
สอง) โลกของหน้าที่การงาน สำหรับคนที่ถึงวัยต้องทำงาน เราต้องทำงานเพื่อหาเงินมาดูแลตนเองและครอบครัวส่วนเด็กหนุ่มสาวที่ยังเรียนหนังสือกันอยู่ ก็ดูแลตัวเองด้วยการทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด นั่นคือเรียนหนังสือไปก่อน แล้วเมื่อถึงวัย เราก็จะมีโลกที่ต้องทำงาน และจะตามมาด้วยความรับผิดชอบมากมาย
คนที่สามารถดูแลตนเองได้ ถึงขึ้นช่วยเหลือครอบครัวได้นั้น ยิ่งทำให้ภารกิจนี้ดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนบางคนที่โตมาพร้อมกับการแบมือขอเงินพ่อแม่ตลอดเวลา ดูเหมือนจะน่าเป็นห่วงยิ่งกว่า เพราะหากใครไม่สามารถดูแลตนเองในช่วงวัยทำงานได้ ก็จะกลายเป็นผู้ถ่วงความก้าวหน้าของครอบครัว
สิ่งที่ทำได้ คือ การปรับปรุงตัวเองและพัฒนาตนเองให้ก้าวขึ้นมาเป็น“ผู้ใหญ่ที่น่านับถือ” จะดูดีกว่า “ผู้ใหญ่ที่ไม่เอาไหน”
วิธีการง่ายๆ คือ หาหนังสือดีๆ หนังสือแนวพัฒนาตนเองมาอ่าน สัปดาห์ละ 1เล่ม (เลิกอ่านบางสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์หรือเลิกดูทีวีที่ไม่ช่วยในการพัฒนาความคิด) หาเวลาให้กับการสร้างสรรค์ผลงานในสิ่งที่ตนเองคิดว่า “ถนัดที่สุด” หรือ“เก่งที่สุด” โดยที่พร้อมจะเอาดีทางด้านนั้นเป็นอาชีพได้เลย
สาม) โลกของชีวิตส่วนตัว เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ต้องมีเรื่องบางสิ่งที่เป็นเรื่องส่วนตัว โดยเป็นการใช้ชีวิตให้มีความสุขแบบส่วนตัว เช่น ชอบทานอาหารอะไร ชอบดูหนังประเภทไหน ไปเล่นกีฬากับใครไปขี่จักรยานในวันหยุดพักผ่อน ไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนทุกวันเสาร์ ไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนซี้ เดินทางไปต่างประเทศหนีไปช็อปปิ้งคนเดียว (ไม่ให้แฟนรู้) โลกนี้จะดูมีความสุขมากขึ้น หากเราหาโลกของตนเองเจอ หากเรารู้ว่าสิ่งที่เราชอบคืออะไร และสิ่งที่เราไม่ชอบคืออะไร
หากใครไม่เข้าใจตนเอง ก็จะอยู่ในภาวะเบื่อๆ อยากๆ จะทำก็ไม่กล้า จะเดินหน้าก็กลัว ดังนั้นหากใครสามารถก้าวเดินไปในทางที่ตนเองรักได้ ก็จะทำให้ชีวิตเพิ่มความสุขส่วนตัวได้อีกเยอะเลย
สี่) โลกของสังคมเพื่อนฝูงโลกใบนี้ ทำให้เรายิ้มง่าย หรือยิ้มน้อยลงได้
บางคนถูกส่งไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก เมื่อเรียนจบกลับมาบ้านเกิดที่เมืองไทย กลับกลายเป็น “คนไม่มีเพื่อน”หรือ “ไม่มีสังคม” กลายเป็น “คนเหงา”
เมื่อเหงาบ่อยๆ ก็จะทำให้ “รอยยิ้ม...หายไป”
บางคนมีเพื่อนเยอะ ทั้งเพื่อนเรียนประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย เมื่อเข้าไปทำงานก็มีเพื่อนร่วมงานที่น่ารักอีกหลายคน พอเปลี่ยนที่ทำงาน คนอัธยาศัยดีก็จะมีเพื่อนใหม่อีกหลายๆ คน
เมื่อถึงช่วงวัยที่ต้องแต่งงาน....ก็จะตระเวนไปงานแต่งเกือบทุกเดือน เพราะเพื่อนหลากหลายวงการ
เมื่อถึงช่วงเยี่ยมเพื่อนคลอดลูก...ก็ตระเวนไปตามโรงพยาบาลต่างๆ เฮฮามีความสุขกันไป
โลกของคนมีสังคม หรือมีเพื่อนเยอะ ก็จะสนุกสนานเพลิดเพลิน เดี๋ยวคนนู้นชวนไปกินข้าว เดี๋ยวกลุ่มนั้นชวนไปตีกอล์ฟ เดี๋ยวอีกกลุ่มชวนกันไปเที่ยวทะเล อีกแก๊งชวนกันไปดื่มไวน์
ชีวิตมีหลายด้าน โลกมีหลายมุมบางคนอาจจะมีมากกว่า โลกสี่มุม หรือเสาสี่ต้น ทั้งหมดจะช่วยพยุงให้ชีวิตเราไม่ล้มลงมาง่ายๆ ยิ่งมีเสามากกว่าสี่ต้นก็ยิ่งล้มยากขึ้น
ในบางเรื่องที่เราปรึกษาคนในครอบครัวไม่ได้ ก็อาจจะได้เพื่อนสนิทสมัยมัธยมมาช่วยปลอบใจ หรือในบางเรื่องที่เราเป็นเหมือน “เสาหลัก” ก็อาจจะมีคนมาขอพึ่งพิงเสาหลักที่แข็งแรงอย่างเราก็เป็นได้
เมื่อมนุษย์อยู่ร่วมกัน เป็นสัตว์สังคมเราต้องพึ่งพากัน เราต้องอาศัยซึ่งกันและกัน เราต้องอยู่ร่วมกันอีกนาน เพราะว่าโลกไม่ได้มีเราแค่เพียงคนเดียว แต่โลกใบใหญ่ใบนี้มีไว้รองรับคนมากกว่า 10,000ล้านคน ที่ต้องหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปเหมือนกัน
ดังนั้น คำว่า “พึ่งพากัน” จึงอยู่กับเราไปอีกนาน







