
การต่อสู้ของคัดค้านโรงไฟฟ้าของพี่น้องกระบี่
เฟซบุ๊ก Decharut Sukkumnoed
เฟซบุ๊ก Decharut Sukkumnoed
การต่อสู้ของพี่น้องกระบี่ ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อคัดค้านโรงไฟฟ้าทั่วไป “แต่เป็นการต่อสู้ระหว่างอดีตกับอนาคต”
อดีตคือ “ถ่านหิน” ถ่านหินคือทางตัน เพราะเป็นพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป และทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกจนกลายเป็นภาวะโลกร้อน ปัจจุบัน ประเทศต่างๆ จึงถอยห่างจากถ่านหิน ล่าสุดกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของนอร์เวย์ ถอนการลงทุนในถ่านหินทั้งหมด ส่วนสหรัฐอเมริกาจะหยุดการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินกว่า 12,000 เมกะวัตต์
อนาคต คือ “พลังงานหมุนเวียน” พลังงานหมุนเวียนคือทางเดินต่อ เพราะเป็นพลังงานที่เกิดขึ้นได้ใหม่ ในแทบทุกพื้นที่ของประเทศ และก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยมาก ล่าสุด โรงไฟฟ้าใหม่จากพลังงานหมุนเวียนเริ่มแซงโรงไฟฟ้าใหม่จากฟอสซิลเป็นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา และจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ล่าสุด เดนมาร์กเป็นประเทศแรกที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้มากกว่า 140% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศ
ชาวกระบี่จึงเดิมพันด้วยเวลา 3 ปี ที่จะพัฒนาให้จังหวัดของตนเอง เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่สามารถพึ่งตนเองด้วยการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ 100% เพราะปัจจุบันกระบี่ใช้พลังงานอยู่ประมาณ 100 เมกะวัตต์ เฉพาะพลังงานจากปาล์มน้ำมันอย่างเดียวสามารถผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพและชีวมวลได้มากกว่า 160 เมกะวัตต์ เมื่อรวมกับพลังงานรูปแบบอื่นๆ แล้ว กระบี่สามารถพึ่งตนเองทางด้านพลังงานได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ภาครัฐจะต้องแก้ปัญหาคอขวดในระบบสายส่งในพื้นที่ภาคใต้
เมื่อนั้น กระบี่จะเป็นจังหวัดแรกที่เป็นพลังงานหมุนเวียนได้ 100% และจะกลายเป็นต้นแบบของจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทยต่อไป รวมถึงยังมีมูลค่าแฝงในกระแสการท่องเที่ยวและการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย
นี่คือ 3 ปีของการเดิมพันระหว่าง “อดีต” กับ “อนาคต” 3 ปีที่เรายังมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองเหลือล้นในระบบ 3 ปีที่เราจะได้คำตอบใหม่ๆที่เราไม่เคยมี และจะเป็นคำตอบที่ยั่งยืนสำหรับอนาคต
ผมเลือก “อนาคต” เพื่ออนาคตของลูกหลานของผมครับ







