posttoday
เงินไม่ใช่พระเจ้า

เงินไม่ใช่พระเจ้า

20 กรกฎาคม 2558

วันก่อนผมนั่งอ่านข่าวเกี่ยวกับธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เริ่มเป็นทางเลือก และ “ยอมรับได้”

โดย...โสภณ ศุภมั่งมี

วันก่อนผมนั่งอ่านข่าวเกี่ยวกับธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เริ่มเป็นทางเลือก และ “ยอมรับได้” ในสังคมทุนนิยมสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น ผู้ที่รับจ้างทำงานไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การทำงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ต้องจบมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ไม่ต้องการแม้แต่วุฒิการศึกษา ไม่ต้องใช้หน้าตา สิ่งเดียวที่ต้องมีเลยคือ “ความอดทน” งานที่ว่าคือ “การรับจ้างยืนในแถวเพื่อเอาคิว”

เมื่อมีอุปสงค์ก็มีอุปทาน เมื่อมีคนจะซื้อก็มีคนพร้อมขาย คำถามเดียวที่ต้องถามคือ “เท่าไหร่”

ครั้งแรกที่เห็นข่าวแบบนี้คือตอนที่บริษัท Apple เปิดตัว iPhone 5 แล้วมีชายคนหนึ่งจ้าง “คนไร้บ้าน” ด้วยเงิน 100 เหรียญสหรัฐ เพื่อให้ต่อแถวจองคิวข้ามคืน ในกรณีแบบนี้มันดูเหมือนกับเป็นสถานการณ์ที่ Win-Win ทั้งคู่ ชายไร้บ้านก็ได้เงินไปทำอะไรที่เขาอยากจะทำ (ไม่ต้องไปคิดว่าเป็นการสนับสนุนอะไรหรือเปล่านะครับ เดี๋ยวหลุดประเด็น) ชายที่อยากได้โทรศัพท์เครื่องใหม่ (ไม่ว่าจะใช้เองหรือเอาไปทำกำไร) ก็ได้ของที่เขาต้องการ แต่ถ้าลองมองลึกลงไปใต้เปลือกนอกของเหตุการณ์ที่เหมือนไม่มีใครเสียหายแล้วละก็ อาจจะได้คำถามตอบยากว่า

“ทุกอย่างซื้อได้ด้วยเงิน”

เป็นคำถามหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสบายใจในการตอบ เหตุผลน่าจะเป็นเพราะคำตอบมักก้ำกึ่งตกอยู่ในส่วนสีเทาของศีลธรรม จะว่าผิดก็ถูก จะว่าถูกก็ดูผิด

อีกตัวอย่างหนึ่งที่เพิ่งเป็นประเด็นสดๆ ร้อนๆ เลย คือการจองตั๋วเดี่ยว 11 ของ “โน้ต อุดม” ซึ่งกฎของการจำหน่ายตั๋วคือ 1 คิวซื้อได้ไม่เกิน 10 ใบ และตามปกติแล้ว 1 คิว ควรจะเท่ากับ 1 คน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือมีพ่อค้าคนหนึ่งว่าจ้างคนมาต่อคิวอีก 9 คน ต่อจากตัวเองเพื่อรับบัตรคิว แล้วพอถึงเวลาซื้อก็รวบบัตรคิวมาไว้กับตัวเองหมด รวมตัวเขาก็ได้ 10 คิว เขาซื้อบัตรที่มีความต้องการของตลาดสูงได้ถึง 100 ใบ นำไปโขกราคาขายนอกตลาดคงจะได้กำไรมากโข มีคนตะโกนต่อว่าเขาจากด้านหลัง นอกจากจะไม่สนใจคำเหล่านั้นแล้ว เขายังตอบกลับมาว่า “ก็มันสิทธิของผม” แล้วแบบนี้มันแฟร์กับคนที่มารอต่อคิวทุกคนหรือเปล่า

ผมจะลองยกอีกตัวอย่างหนึ่งที่อาจจะชัดเจนมากกว่ามาให้ฟังเกี่ยวกับธุรกิจเข้าคิวแบบนี้ ในเมือง New York มีโครงการ “Shakespeare in The Park” ซึ่งในทุกฤดูร้อน โรงละครสาธารณะของเทศบาลเมืองนิวยอร์กจะจัดแสดงละครเชกสเปียร์ให้ชมฟรีใน Central Park ทุกครั้งจะมีคนมาเข้าแถวรอเพื่อรับตั๋วฟรีเหล่านี้ก่อนการแสดงหลายชั่วโมง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มาเข้าแถวจะได้ตั๋วไปชมการแสดงเพราะมีจำนวนจำกัด

ในสมัย First-Come, First-Served นั้น คนที่มารอทีหลังเมื่อไม่ได้ตั๋วก็จะรู้สึกเสียดายเพราะมาสายไป คนที่ได้ตั๋วก็รู้สึกว่าโชคดีที่มีโอกาสได้ชมศิลปะการแสดงแบบฟรีๆ แต่ในสมัยนี้กลายเป็นว่า คนที่ “มีเงินมากพอ” ก็จ้างบุคคลที่ทำอาชีพรอคิวด้วยเงิน 125 เหรียญสหรัฐ เพื่อไปยืนรอเอาตั๋ว เมื่อแถวขยับแล้วใกล้ถึงคิว คนที่ยืนรอในแถวก็จะส่งเมสเซจไปหาคนจ้างเพื่อให้มายืนแทนที่ตัวเอง รับเงินแล้วก็สอดตัวเข้าไปในแถวแทน แล้วแบบนี้มันแฟร์กับคนที่ไม่มีเงิน คนยากคนจนที่อยากจะดูการแสดงดีๆ สักครั้งในชีวิต แต่ดันไปอยู่ข้างหลังคนที่ถูกจ้างมาเอาคิวที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันหรือเปล่า ของที่เคย “ฟรี” ก็เปลี่ยนไป คนที่ “พร้อมจะจ่าย” และ “มีพอที่จะจ่าย” เท่านั้นนะหรือที่ควรจะได้รับอภิสิทธิ์เหนือบุคคลอื่นทั้งๆ ที่เป้าหมายของการแสดงแบบนี้คือ “อยากให้คนทุกชนชั้นเข้าถึงได้” แต่สุดท้ายแล้ว กลุ่มที่ได้รับประโยชน์ก็คือกลุ่มเดิมๆ ที่มีกำลังเงินเท่านั้น

ทั้งคนที่เห็นด้วยและต่อต้านต่างมีเหตุผลเป็นของตนเอง คนที่เห็นด้วยก็บอกว่ามันไม่ได้เดือดร้อนใคร ใครใคร่ซื้อก็ซื้อ ใครใคร่ขายก็ขาย ส่วนคนที่เห็นต่างก็จะบอกว่าถ้าสังคมเริ่มยอมรับสิ่งเหล่านี้เข้ามาในชีวิต มันจะทำให้เราเหินห่างจากคำว่าศีลธรรมที่ควรจะมีมากกว่าที่เป็นอยู่ จนสุดท้ายแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนบ้างที่ไม่ควรเป็น “สินค้า” ในตลาด อย่างเช่นว่า ถ้านักโทษที่ทำผิดสามารถที่จะจ่ายเงินเพื่ออัพเกรดห้องขังให้ดีขึ้นได้ แบบนี้เป็นสิ่งที่ควรกระทำได้หรือเปล่า หรือแม้แต่ซื้อสิทธิในการยิงแรดดำที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือการซื้อสิทธิในการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของธุรกิจอุตสาหกรรมใหญ่ๆ

เชื่อหรือเปล่าครับว่าสิ่งพวกนี้มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ ในโลกของเราใบนี้ ยุคตลาดเสรีที่เฟื่องฟูที่เงินบันดาลได้แทบทุกอย่างในชีวิต บางครั้งก็รู้สึกว่ามันเกินรับได้ไปแล้วหรือเปล่า ของบางอย่างก็ไม่ควรถูกติดราคาเป็นสินค้าใช่หรือไม่

แน่ล่ะเงินยังซื้อไม่ได้อีกหลายอย่าง “ความสุข” “ความสัมพันธ์” “ความรัก” และ “ความตาย” สิ่งเหล่านี้ยังเป็นของที่ไม่สามารถติดป้ายราคาเป็นสินค้าขายตามแผงตลาดได้ แต่ถามหน่อยว่า ถ้าเกิดมันทำได้ขึ้นมาจริงๆ วันนั้นมาถึง จะมีคนซื้อหรือเปล่า แล้วมีคนพร้อมจะขายเพื่อสิ่งที่เรียกว่า “เงิน” หรือไม่

สุดท้ายจะยังพูดได้อีกหรือเปล่าว่า “เงินไม่ใช่พระเจ้า”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท